สะกดรอยโจรบุก เดี่ยวปล้นธนาคาร วนดูลาดเลา 6 ที่ก่อนเลือกเป้าหมาย TMB

สะกดรอยโจรบุก ตำรวจพบข้อมูลคนร้ายชิงเงินแสนธนาคารทหารไทย (TMB) แอบตระเวนดูลาดเลาธนาคารถึง 6 แห่ง ก่อนจะเลือกเป้าหมาย เชื่อหลบหนีอยู่พื้นที่ปริมณฑล

สะกดรอยโจรบุก พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พันตำรวจเอกนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวน และพันตำรวจเอกสุเทพ ชนะสิทธิ์

ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เรียกประชุมทีมสืบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายบุกเดี๋ยวชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย สาขาปากซอยพัฒนาการ 48 ก่อนหลบหนี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา

สะกดรอยโจรบุก

พลตำรวจตรีอิทธิพล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบว่าคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ตระเวนวนดูลาดเลาตามธนาคารต่างๆ จำนวนกว่า 6 แห่ง บนถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนพัฒนาการ

และถนนลาดกระบังระยะทาง 30-40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาน 2 ชั่วโมง ก่อนจะลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยปากซอยพัฒนาการ 48 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

รวมถึงภายในธนาคารมีเพียงพนักงานผู้หญิง พร้อมยืนยันว่า คนร้ายมาก่อเหตุเพียงคนเดียวและไม่มีอาวุธใดๆ เชื่อว่าคนร้ายไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน ซึ่งหลังก่อเหตุได้มีการถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก และขี่รถหลบหนีออกไป

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติอาชญากร และประวัติอดีตผู้ต้องขังที่เพิ่งพ้นโทษออกมาของคนในพื้นที่ และฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนหากพบเบาะแสของคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถติดต่อมายังผู้กำกับการ สน.คลองตัน เบอร์โทรศัพท์ 088-457-3535

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

แม่ทัพเชื่อ เหตุบุกยึดโรงพยาบาลถล่มฐานนราธิวาส ซ้ำรอยปี 59

แม่ทัพเชื่อ

แม่ทัพเชื่อ เชื่อเหตุคนร้ายยึดโรงพยาบาลยิงถล่มฐานปฏิการคุ้มครองตำบล เพื่อตอบโต้การบุกค้นแหล่งกบดานแนวร่วม

แม่ทัพเชื่อ พลโท พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการชุดคุ้มครองตำบล (ชคต.) บ้านกาหนั๊วะ หมู่ที่ 5 ตำบลกาลิซา อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส

หลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุรุนแรงใช้อาวุธปืนยิงใส่ฐานปฏิบัติการ เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้ที่พักชุด ชคต.ได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

แม่ทัพเชื่อ

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ขอชื่นชมทุกคนที่ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ รวมทั้งชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) กำนัน ผู้ใหญ่ ในหมู่บ้านมาช่วยเหลือ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามล่าถอยไป

และไม่มีความสูญเสีย ส่วนการโจมตีครั้งนี้คาดว่ากลุ่มก่อเหตุอาจต้องการตอบโต้การเปิดปฎิบัติการเข้าค้นแบบปูพรมในพื้นที่ป่าเขา ซึ่งถูกใช้เป็นแหล่งกบดานของกลุ่มแนวร่วม

สำหรับรูปแบบการโจมตีครั้งนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุ ได้ขว้างระเบิดใส่กำแพงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ.กาหนั๊วะ ก่อนเข้าไปคุมตัวเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 4 คนขังไว้ในห้องชั้น 2 แล้วทุบผนังห้องน้ำสอดปลายกระปืนวางพาดเป็นฐาน

แล้วซุ่มยิงเข้าไปในฐานปฎิบัติการชุดคุ้มครองตำบลกาลิซาที่มีรั้วติดกัน รวมทั้งกระจายกำลังซุ่มโจมตีไปยังฐานปฎิบัติการด้านล่าง อย่างไรก็ตาม ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้เข้ามาสนับสนุนฝ่ายเจ้าหน้าที่ หลังยิงปะทะกันกว่า 1 ชั่วโมง คนร้ายจึงล่าถอยไป

ทั้งนี้ การเข้ายึดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเพื่อซุ่มยิงฐานปฎิบัติการในลักษณะเดียวกันนี้ เคยเกิดขึ้นมาแล้วใน อำเภอเจาะไอร้องเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2559 ซึ่งพื้นที่เกิดเหตุอยู่ไม่ห่างกันมากนัก

อีกทั้งยุทธวิธีที่ก่อเหตุก็มีลักษณะคล้ายกัน เจ้าหน้าที่จึงให้น้ำหนักกลุ่มที่อยู่เบื้องหลังอาจเป็นกลุ่มเดียวกัน

ขณะที่เหตุการณ์ต่อเนื่องทั้งที่นราธิวาส และเจ้าหวัดอื่นๆ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วงปีใหม่นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม หนุ่มวัย 17 ทำปืนลั่นใส่มือตัวเอง-กระสุนฝังอัณฑะเพื่อน

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม ได้รับแจ้งมีชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ 2 รายภายในบ้านเลขที่ 190 / 29 หมู่ 6 หมู่บ้านพฤกษา 28 เฟส 2 ซอย 1 ถนนลำบางผี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม บ้านที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น ได้พบผู้บาดเจ็บ 2 รายเป็นชายชื่อ นายอาย (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่ฝ่ามือซ้ายทะลุหลังมือ

และ นายดอน (นามสมมุติ ) อายุ 18 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่บริเวณต้นขาซ้ายกระสุนเข้าไปฝังอยู่ในลูกอัณฑะ เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม

จากการตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้นบีบีกันขนาด 99 มม.ดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนกลสั้น บีบีกัน แบบพับฐานดัดแปลงอีกจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 32 นัด กระสุนปืน

ซึ่งเป็นลูกแบงค์มีแต่เสียงไม่มีหัวกระสุนจำนวน 19 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด .38 อีก จำนวน 4 นัด ในกระท่อมสดจำนวน 45 ใบ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้าและกระเป๋าเป้ สีดำน้ำตาล ซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ ในห้องชั้นล่าง และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.ซุกซ่อนอยู่ในรองเท้าหุ้มข้อสีดำ ที่วางอยู่หน้าบ้านอีกจำนวน 5 นัด ที่พื้นบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 ปลอก จึงยึดไว้เป็นของกลาง

และสามารถควบคุมตัววัยรุ่นที่มีอายุ 17 และ 18 ปี ที่นั่งมั่วสุมดื่มน้ำใบกระท่อมต้มอยู่ในบ้าน เอาไว้ได้จำนวน 8 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนอาชีวะ ปี 1 และปี 2 ของวิทยาลัยชื่อดังร่วม 3 สถาบันในจังหวัดสมุทรปราการ จึงคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก

จากการสอบสวนทราบว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านพ่อแม่ของ นายต๋อง (นายสมมุติ ) อายุ 17 ปี โดยเมื่อช่วงกลางดึกคืนวานนี้นายต๋อง ได้ชักชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันมานั่งดื่มน้ำใบกระท่อมต้มที่บ้านของตัวเอง ซึ่งในขณะนั้นพ่อและแม่ของนายต๋อง ได้ขึ้นนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนบนชั้นสองแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่พบทั้งหมดเป็นของนายอาย

ที่หอบเอาฝากไว้ที่บ้านของตน ส่วนอาวุธปืนที่ลั่นใส่ผู้บาดเจ็บทั้งสองนายอาย ก็เป็นคนพกมาและทำปืนลั่นขณะที่นายอาย พกติดตัวมาและเอาออกมาโชว์ให้พวกตนดูเป็นปืนขนาด .38 และปืนเกิดลั่นใส่ฝ่ามือตัวเองจนทะลุ และหัวกระสุนได้ไปถูกที่ต้นขาของนาย ดอนทะลุเข้าไปฝังอยู่ในลูกอัณฑะ หลังเกิดเหตุได้อ้างว่าขี่รถจักรยานยนต์ออกไปโยนทิ้งแต่จำไม่ได้ว่าโยนทิ้งบริเวณใด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่วัยรุ่นทั้ง 10 คนว่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 5 ใบกระท่อมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมั่วสุมเสพยาเสพติดประเภทที่ 5 ใบกระท่อมก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา       https://www.sanook.com

นาทีป่าเถื่อน แก๊งโจ๋นับสิบยกพวกตะลุมบอน กลางงานบุญยกช่อฟ้า

นาทีป่าเถื่อน

นาทีป่าเถื่อน ชาวบ้านยกกล้องถ่ายคลิป แก๊งวัยรุ่นหัวร้อนตะลุมบอนงานบุญยกช่อฟ้าวัดดัง เป็นหลักฐานให้ตำรวจ

นาทีป่าเถื่อน ผู้สื่อข่าวรายงานภาพเหตุการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน กำลังใช้ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ และก้อนหิน ตะลุมบอนไล่ทำร้ายชายคนหนึ่ง บริเวณลานวัดงานยกช่อฟ้าอุโบสถ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ของชาวบ้านที่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานให้ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ

นาทีป่าเถื่อน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น ของคืนวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายในงานบุญยกช่อฟ้าอุโบสถที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2561 ของวัดแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยภายในงานมีมหรสพ สร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากเดินทาง มาร่วมงานบุญในครั้งนี้

ซึ่งคลิปเหตุการณ์ตะลุมบอลของวัยรุ่นหัวร้อนนับสิบคน กำลังวิ่งไล่ทำร้ายชายหนุ่มคนหนึ่ง ในคลิปภาพจะเห็นว่าชายที่ถูกทำร้ายพยายามวิ่งหนีและขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นหัวร้อนวิ่งตามเข้าทำร้ายอย่างไม่ปราณี ทำให้ชายคนดังกล่าวต้องล้มฟุบลงกับพื้นลานวัด

ขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่กำลังเดินทางกลับต่างหยุดยืนดูเหตุการณ์ เห็นภาพกลุ่มวัยรุ่นต่างใช้กำลังและอาวุธทำร้ายชายคนดังกล่าว ซึ่งต่อมาพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการพากันส่งเสียงร้องห้ามปราม จึงทำให้วัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งหมด แยกย้ายหายไป จากนั้นจึงนำผู้ถูกทำร้ายนำส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย

พ.ต.อ.ทนุเนตร ปิตุเตชะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย จ.ระยอง เปิดเผยว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัว ชายหนุ่มผู้ถูกทำร้ายส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ แต่หนุ่มวัยรุ่นคนดังกล่าวปฏิเส ธไม่ให้แพทย์รักษาบาดแผลและอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ชายหนุ่มผู้เสียหายยังไม่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อตำรวจจะได้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุรุมทำร้ายมาดำเนินคดี ในเมื่อผู้เสียหายไม่มาแจ้งความ ตำรวจจึงไม่สามารถติดตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ เพราะไม่มีผู้เสียหาย

แต่หากหนุ่มวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหลักฐานคลิปภาพจากที่ชาวบ้านถ่ายภาพไว้ได้ขณะเกิดเหตุ และเห็นหน้ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทุกคนอย่างชัดเจน ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ มาดำเนินตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

สั่งปลดฟ้าผ่า “ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง” เซ่นคลิปหลุดไกล่เกลี่ยคดีรุมโทรมเด็ก

สั่งปลดฟ้าผ่า

สั่งปลดฟ้าผ่า “ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง” นายสิริชัย ประทุมมา ปลัด อบต.ผึ้งรวง อ.เมือง จ.สระบุรีเผยว่า อยู่ระหว่างหารือกับนายก

สั่งปลดฟ้าผ่า “ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง” และ สมาชิก อบต.ผึ้งรวง ถึงกรณี นายสังวาลย์ สิทธิปัญญา ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง ไปปรากฎตัวและเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้มีการยอมความกันระหว่างผู้เสียหาย กรณีวัยรุ่นชาย 5 คนข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 12 ปี ในคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์

สั่งปลดฟ้าผ่า

โดยในคลิป นายสังวาลย์พูดว่า “เขาทำอะไรน้องบ้าง ใครเสร็จบ้าง” และยังพูดอีกว่า “คุยกันก่อนว่าจะเอายังไง เพราะเด็กมันมั่ว” ซึ่งญาติของเด็กหญิงโต้แย้งว่า “มันมั่วไม่ได้นะคะ

คือมันโดนรุมข่มขืนค่ะ” ก่อนที่ทางอบต.จะบอกว่าให้มานั่งคุยกัน โดยมีเสียงคนโต้แย้งว่าผู้เสียหายไม่ต้องไปสอบ เพราะกลุ่มเด็กผู้ชายรับสารภาพหมดแล้ว ซึ่งคลิปดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก

นายสิริชัย ประทุมมา ยอมรับกับทีมครอบครัวข่าวว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ อบต.ผึ้งรวง เป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถูกสังคมรุมประณามสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต.และประธานสภา

อบต.จึงมีความเห็นร่วมกันว่านายสังวาลย์ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นสมาชิก อบต.และประธานสภา อบต.ผึ้งรวง อีกต่อไป โดยจะเชิญนายสังวาลย์มาคุย และขอให้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกและประธานสภา ภายใน 12.00 น.วันนี้ (19 ธันวาคม 2561) หากนายสังวาลย์ไม่ยินยอมลาออก ก็จะทำหนังสือถึงนายอำเภอเมืองสระบุรี

เพื่อขออนุมัติเปิดสภาวิสามัญ พิจารณาวาระเร่งด่วน ให้สมาชิกลงคะแนนเสียง 2 ใน 3 ถอดถอนนายสังวาลย์ออกจากการเป็นสมาชิก อบต.และพ้นจากตำแหน่งประธานสภา อบต.ผึ้งรวง โดยยื่นหนังสือต่อนายอำเภอเมืองสระบุรีภายในวันนี้เช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะเปิดประชุมสภาวิสามัญได้ภายใน 1-2 วัน หลังจากได้รับอนุมัติจากนายอำเภอ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

หนีไม่รอด “เมียไอ้ส่วย” ถูกจับใกล้จุดสังหาร สารภาพร่วมมือผัวฆ่ายกครัว 4 ศพ

หนีไม่รอด

หนีไม่รอด หลังจากที่นายกิตติมศักดิ์ สีเดือน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมชุด ชรบ. และผู้นำหมู่บ้าน ได้จับกุมตัว นางทูนมิต หรือ มุ่ย อายุ 60 ปี เมียของนายส่วยฆาตกรฆ่า 4 ศพ

หนีไม่รอด จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 61 พบผู้เสียชีวิตชาวเมียนมา 4 ศพ ทราบชื่อคือ นายอาดอ อายุ 45 ปี, นางมะขิ่นละ อายุ 40 ปี ภรรยา, ด.ช.ปอเด หรือ ป็อกเด้ง อายุ 4 ขวบ และ ด.ช.อายุ 4 เดือน ภายในไร่ ที่บ้านแม่ตาว หมู่ที่ 1 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ที่เกิดเหตุล้อมรอบไปด้วยรั้วคอนกรีต โดยพบศพนายอาดอ ภรรยา และ ด.ช.อายุ 4 เดือน นอนเสียชีวิตในกระท่อม ส่วน ด.ช.ปอเด ศพอยู่ในสระน้ำ

หนีไม่รอด

จากการสอบสวน นางสาวน้ำฝน บุตรสาวคนละพ่อของนางมะขิ่นละ ให้การว่า คนร้ายน่าจะเป็น นายส่วย ไม่มีนามสกุล อายุประมาณ 48 ปี คนงานชาวเมียนมา

คนรู้จักอาศัยอยู่ในไร่อ้อยห่างจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เพราะตอนคืนก่อนเกิดเหตุมีปากเสียงทะเลาะกันมีการขู่ฆ่าด้วย ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ได้ขออนุมัติจากศาลจังหวัดแม่สอด ออกหมายจับนายส่วย ผู้ก่อเหตุ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

(19 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายกิตติมศักดิ์ สีเดือน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก พร้อมชุด ชรบ. และผู้นำหมู่บ้าน ได้จับกุมตัว นางทูนมิต หรือ มุ่ย อายุ 60 ปี เมียของนายส่วยฆาตกรฆ่า 4 ศพ

ได้ที่บริเวณป่าอ้อยห่างจุดเกิดเหตุเพียง 1 กิโลเมตร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค. ขณะนี้ถูกควบคุมตัวที่ห้องขัง สภ.แม่สอด ซึ่งชุดสืบสวน สภ.แม่สอด ได้นำตัวสอบเครียดเพื่อเค้นให้บอกที่ซ่อนตัวสามีกับเพื่อนซึ่งได้ข้อมูลมาระดับหนึ่งแต่ไม่ขอเปิดเผย

ขณะที่พนักงานสอบสวนได้ขอหมายจับจากศาลจังหวัดแม่สอดเพิ่มอีก 2 คนคือนางทูนมิตและเพื่อนของนายส่วย ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เบื้องต้นการจับกุมนางทูนมิต ได้แจ้งข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง

ส่วนการสอบสวนนางทูนมิต เรื่องการลงมือฆ่า นายอาดอ นางมะขิ่นละ และบุตรชายอีก 2 คน นางทูนมิตสารภาพว่าได้ร่วมกันลงมือ ประมาณ 22.00 น. คืนวันที่ 15 ธันวาคม

หลังจากเกิดการทะเลาะและมีการท้าทายกันไปมา จนเกิดบันดาลโทสะพากันเข้าไปรุมทำร้ายด้วยไม้จนเสียชีวิต จากนั้นได้พากันหลบหนีไปหลบซ่อนตัวบนเกาะโนแมนแลนด์ แต่หวั่นว่าจะถูกจับกุมจึงพยายามแยกย้ายหลบหนีออกมาจนถูกจับกุมดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

โหด ! ลุงอัมพฤกษ์ถูกไม้เท้าตีลูกตาหลุด ซ้ำผลักลงน้ำ-เมียปัดทำ

โหด ! ลุงอัมพฤกษ์ถูกไม้เท้าตีลูกตาหลุด ซ้ำผลักลงน้ำ-เมียปัดทำ

โหด กรณีพบผู้สูงอายุจมน้ำ และบาดเจ็บสาหัส ถูกปลายไม้เท้าสามขาของตัวเองทิ่มเข้าที่เบ้าตาด้านซ้าย

โหด ทราบชื่อคือ นายหาญ โดยลูกสาวของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ พ่ออาศัยอยู่กับนางทับทิม ผู้เป็นแม่ ซึ่งทั้งคู่ไม่ค่อยถูกกัน และหย่ากันไปแล้ว จึงมีข้อสันนิษฐานว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่ผู้ก่อเหตุคืออดีตภรรยา

ทีมข่าวเดินทางมาที่จุดเกิดเหตุ ต.เชียงรากน้อย ต.สามโคก ทีมข่าวได้พูดคุยกับเด็กวัยรุ่นที่ลงไปช่วยผู้ประสบเหตุ เปิดเผยว่า ช่วง 11.00 น. มีพนักงานการไฟฟ้าเดินมาแจ้งว่าพบลุงนอนอยู่ในน้ำ ตนจึงรีบไปช่วยเหลือ เมื่อตนไปถึง พบนายหาญนอนบาดเจ็บอยู่ในน้ำ บริเวณริมตลิ่ง ขณะนั้นตนพยายามพยุงตัวเองไม่ให้จมน้ำ เนื่องจากป่วยเป็นอัมพฤกษ์ จากนั้น ตนจึงหาไม้ให้ลุงหาญดึงตัวเองเข้ามาที่ฝั่ง

โหด

โดยสภาพที่เห็นลุงมีแผลที่บนตาซ้าย เป็นแผลเหวอะ คล้ายถูกฟัน เลือดเต็มใบหน้า ลุงบอกเพียงถูกทำร้าย ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ทราบว่าใครก่อเหตุ แต่ขณะเจ้าหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ นางทับทิม อดีตภรรยาลุงหาญ ก็พูดหลุดปากออกมาว่า “รู้งี้ฟันให้ตายก็ดี” อีกทั้งขณะที่พวกตนช่วยเหลือลุงหาญ นางทับทิมก็ไม่ได้เข้ามาช่วย เพียงแต่นอนให้ลูกชายนวดขาอยู่ในบ้าน

ด้าน นางทับทิม ภรรยาเก่าผู้บาดเจ็บ เพิ่งเดินทางกลับมาจาก สภ.สามโคก ระบุว่า ตนให้การไว้หมดแล้ว ตนไม่ใช่ผู้ก่อเหตุทำร้ายอดีตสามี และไม่มีเหตุผลที่ต้องทำ ลูกชายตนเพียงพาสามีเก่ามาฝากให้ตนดูแล ตนก็มีหน้าที่เพียงดูแลหา อาหารให้กิน และดูเรื่องฝึกเดินให้ นอกจากนั้นก็ต่างคนต่างอยู่

หากตนเป็นผู้ก่อเหตุจริง ก็คงถูกจับไปแล้ว อีกทั้งตนไม่ทราบว่า สามีตกลงไปในน้ำได้อย่างไร และไม่รู้ว่าสามีเก่ามีแผลที่เปลือกตาเช่นนั้นได้อย่างไร

ทั้งนี้ หากตนต้องการทำร้ายสามีเก่าจริงๆ ก็คงกระทำไปนานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ลูกๆ เคยพาอดีตสามีมาฝากให้ตนดูแล ยืนยันว่าตนไม่คิดทำร้าย เพราะหากตนอยากทำร้ายสามีเก่าจริง ก็คงไม่ปล่อยให้แวะเวียนมาบ้านตน 4-5 ครั้งเช่นนี้

อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าอาจมีดุด่าและ ใช้ไม้ทุบตีบ้าง เหตุเพราะอดีตสามีเข้าห้องน้ำอุจจาระไม่กดบ้าง อุจจาระ ปัสสาวะเรี่ยราดบ้าง แต่ไม่คิดถึงขั้นเอาชีวิต

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ตื้บน่วมทั้งเปลือย ไอ้หื่นบุกฉุดแม่ยังสาวต่อหน้าลูกวัย 5 ขวบ หมายขืนใจกลางทุ่ง

ตื้บน่วมทั้งเปลือย

ตื้บน่วมทั้งเปลือย พลเมืองดีสองพี่น้องวิ่งไปช่วยชีวิตแม่ยังสาว ถูกไอ้หื่นลากออกมากลางทุ่งหมายขืนใจ

ตื้บน่วมทั้งเปลือย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายฉุดผู้หญิงเพื่อข่มขืน ขณะที่ชาวบ้านได้ช่วยกันคุมตัวไว้ได้เหตุเกิดในทุ่งกลางซอยแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุพบว่าชาวบ้านในย่านที่เกิดเหตุได้ช่วยกันจับคนร้าย ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนและร่างกายสะบักสะบอม ในขณะที่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งกำลังช่วยเหลือผู้หญิงวัย 32 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกทำร้าย

ตื้บน่วมทั้งเปลือย

และช่วยกันนำตัวผู้หญิงเคราะห์ร้ายคนนี้ ขึ้นรถพยาบาลของมูลนิธิประชาร่วมใจ นำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งการตรวจร่างกายของแพทย์พบว่า ผู้เสียหายมีร่องรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้ามีบาดแผลถูกคนร้ายใช้ปากกัดจนเหวอะ

จากการสอบถาม พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ เป็นชาวบ้านอยู่ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ แจ้งว่า ขณะยืนอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากบริเวณทุ่งหลังบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ห่างไปเพียงเล็กน้อย จึงรีบชวนน้องชายวิ่งไปดู

ก่อนพบเห็นคนร้ายเป็นชายอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน กำลังคร่อมร่างของผู้หญิง ที่ร้องให้เสียงดังลั่นขอความช่วยเหลือจึงพุ่งตรงเข้าถีบร่างของคนร้าย จนผงะหงายและเกิดการต่อสู้กับคนร้ายก่อนที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงจึงวิ่งเข้ามาช่วยกันจับไว้ได้ในสภาพสะบักสะบอม

ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุพบร่องรอยการต่อสู้บนพื้นหญ้า หลังบ้านของผู้เสียหายพบเสื้อผ้าและบัตรประจำตัวประชาชนของคนร้าย คือ นายอรุณศักดิ์ อายุ 30 ปี ก่อนควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แต่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่ได้สติ

ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งรักษาตัวที่ รพ.มหราช ให้การกับเจ้าหน้าที่ขณะพักผ่อนอยู่กับลูกชายวัย 6 ขวบในบ้านพัก คนร้ายได้บุกเข้ามาในบ้าน แล้วใช้กำลังทำร้าย ก่อนลากตัวตนออกไปหลังบ้าน ตนพยายามต่อสู้และขัดขืนอย่างสุดกำลังแต่ถูกชกต่อยจนทรุด ผู้ต้องหาแก้ผ้าแล้วพยายามมาขึ้นคร่อมแล้วฉีกเสื้อผ้าของตนเองออก จนเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือได้ทัน

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ธวัชชัย ศรีใหม่ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ระบุว่า ได้คุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้ได้สติจากนั้นจะตรวจสารเสพติดเบื้องต้น และสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ คลั่งทำร้ายถึงตาย นึกว่ามาขโมยหมูเลี้ยงไป

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ เรื่องราวเหมือนดั้งสุภาษิต ชาวนากับงูเห่า ผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตน่าเศร้า เพราะถูกชาวลาวที่อุปการะและจ้างงานไว้กว่า 20 ปี

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุสลด คนร้ายลงมือก่อเหตุใช้ท่อนไม้ทุบตี นายปรีชา อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำพอก หมู่ 3 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ระหว่างนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน

ขณะที่ นางวน อายุ 51 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน เนื่องจากพยายามเข้าไปช่วยเหลือสามี เหตุเกิดบริเวณใกล้คอกหมู ในสวนปาล์ม บ้านคำพอก หมู่ 3 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2561

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปตรวจสอบที่เกดเหตุ ทำการสอบสวน ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ หลังหลบหนีไป

บริเวณใกล้หมู่ บ้าน ก่อนควบคุบคุมตัวมาสอบสวน ทราบชื่อภายหลัง คือ นายแหลด ไม่มีนามสกุล อายุ 48 ปี เป็นชาว สปป.ลาว เป็นลูกจ้างของผู้เสียชีวิต ว่าจ้างไว้ใช้งานดูแลสวน และเลี้ยงหมู มานานเกือบ 20 ปี

เบื้องต้นทางตำรวจได้มีการสอบสวน และแจ้งข้อหาฐานความผิด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม รอการพิจารณาของศาล

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปดูสวน และจะนำหมูที่เลี้ยงไว้ไปทำหมูหันให้ญาติและแขกได้รับประทาน ขณะเดียวกันได้พบกับ นายแหลด เป็นลุกจ้างชาวลาว ที่ผู้ตายได้เมตตานำมาดูแล และวานให้ทำสวนและเลี้ยงหมู

ผู้เสียชีวิตได้อุปการะมาเกือบ 20 ปี เนื่องจากสงสาร เพราะเห็นว่าเคยตกงาน จากนั้นได้เกิดปัญหา เนื่องจากนายแหลดเป็นคนสติไม่สมประกอบ ชอบเอะอะโวยวาย บางครั้งพูดจาไม่รู้เรื่อง

แต่ไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งครั้งนี้ นายแหลด ไม่พอใจ กล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตที่เป็นนายจ้างมาขโมยหมูที่เลี้ยงไว้ไปโดยไม่บอกกล่าว กระทั่งเกิดปากเสียงกัน

จนกระทั่งคว้าไม้และจอบทุบตีแบบไม่ยั้ง โดยมีภรรยาของผู้เสียชีวิตพยายามเข้ามาห้ามไว้ ทำให้โดนทุบตีได้รับบาดเจ็บไปด้วยอีกคน เพื่อนบ้านมาช่วยได้ทันและนำตัวทั้ง 2 คน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ภายหลัง นายปรีชา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลง

ขณะที่ทางญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างพูดถึงเรื่องดังกล่าว ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยเมตตาดูแลและอุปการะจ้างงาน เกรงว่าจะไม่มีที่อยู่อาศัย แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายจะย้อนกลับมาฆ่าตัวเองเช่นนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐาน ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

งานปีใหม่ม้งเปื้อนเลือด รัวยิงคาซุ้มปาลูกโป่ง ตาย 2 ศพ มุ่งปมล้างแค้น

งานปีใหม่ม้งเปื้อนเลือด

งานปีใหม่ม้งเปื้อนเลือด คนร้ายชักปืนบุกยิงกลางงานปีใหม่ชาวม้ง เพชรบูรณ์ เสียชีวิต 2 ศพ เจ็บอีกราย

งานปีใหม่ม้งเปื้อนเลือด เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนถูกยิงเสียชีวิต 2 คน บาดเจ็บอีกราย เหตุเกิดภายในงานปีใหม่ม้ง บริเวณสนามฟุตบอลทหารผ่านศึก หมู่ที่ 4 ตำบลเข็กน้อย อำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลเขาค้อ พร้อมด้วยอาสากูภัยมูลนิธิสว่างธรรมสถาน เขาค้อ

งานปีใหม่ม้งเปื้อนเลือด

ในที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 คน ทราบชื่อคือ นายเจีย อายุ 41 ปี ชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และ นายเสงี่ยม อายุ 45 ปี เจ้าของร้านปาลูกโป่ง โดยทั้งคู่ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาด เข้าที่ลำตัว พบปลอกกระสุนปืนอาวุธสงครามตกอยู่ 1 ปลอก ทางเจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย กระสุนถูกเข้าที่แขนซ้าย ทราบชื่อคือ น.ส.อรุณรัตน์ อายุ 21 ปี สาวชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง จ.เชียงใหม่ แต่เดินทางมาเยี่ยมญาติและเที่ยวงานปีใหม่ม้งเข็กน้อย

จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ ระบุ คนร้ายสวมหมวกไหมพรมคลุมหน้า ถืออาวุธปืน บุกเข้าไปในร้านปาลูกโป่ง แล้วรัวยิงใส่ผู้เสียชีวิต ท่ามกลางชาวบ้านที่มาเดินเที่ยวงาน คาดว่าเป้าหมายการลงมือสังหารคือ นายเจีย ส่วนที่เหลือถูกลูกหลงได้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งประเด็นการก่อเหตุไว้ 2 ประเด็นคือ เรื่องชู้สาวและเรื่องบาดหมางส่วนตัว เนื่องจากนายเจียเคยมีปัญหาในพื้นที่และได้ย้ายไปอยู่ที่อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องชู้สาว เพราะนายเจียยังเป็นชายโสดและอาจจะไปติดพันหญิงสาวที่อาจมีเจ้าของอยู่แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com