รวบเครือข่ายมันทุกเม็ดซุกยาบ่อเกรอะ

รวบเครือข่ายมันทุกเม็ดซุกยาบ่อเกรอะ

รวบเครือข่ายมันทุกเม็ดซุกยาบ่อเกรอะ

 

รวบเครือข่ายมันทุกเม็ดซุกยาบ่อเกรอะ

   รวบเครือข่าย’มันทุกเม็ด’ ยึดยาบ้าเกือบ3แสนซุกบ่อเกรอะ
เจ้าหน้าที่สนธิกำลัง รวบพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่เครือข่าย”มันทุกเม็ด”ยึดของกลางรวมเกือบ 3 แสนเม็ด

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า วานนี้ (30 ม.ค.) ได้ร่วมกับ นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรภาค 4 เข้าตรวจยึดยาบ้าบริเวณบ้านเลขที่ 164 หมู่  3 บ้านแก ต.อิตื้อ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านพักของ นายอาทิตย์ หรืออาร์ต คุณหงษ์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่ถูกตำรวจภูธรภาค 4 จับกุมตัวได้ขณะนำยาบ้าไปส่งให้กับเครือข่าย บริเวณริมถนนหน้าหอพักแห่งหนึ่ง พื้นที่ หมู่ 4 ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม พร้อมของกลางยาบ้า 98,000 เม็ด เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงควบคุมตัวมาขยายผล

ทั้งนี้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ยังมียาบ้าที่ซุกซ่อนอยู่บ้านพักใน จ.กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจค้นที่บ้านพักของนายอาทิตย์ และตรวจสอบภายในบ่อส้วมหลังบ้าน พบกระสอบปุ๋ยสีฟ้า จึงนำขึ้นมาตรวจสอบ พบยาบ้าบรรจุอยู่ในกระสอบพันด้วยเทปกาว  198,000 เม็ด ซึ่งรวมยาบ้าที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดได้จากนายอาทิตย์ทั้งหมด 296,000 เม็ด เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้นำยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านแล้วนำมาพักไว้ที่บ้าน เพื่อรอกระจายยาให้เครือข่ายในภาคอีสาน  โดยตนจะทำหน้าที่เป็นผู้เก็บรักษา จากนั้นจะทำหน้าที่เป็นคนตระเวน ส่งยาไปส่งตามสถานที่ต่างๆ  แต่มาถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน

สำหรับนายอาทิตย์เป็นนักค้ายาบ้ารายใหญ่ของภาคอีสาน และเป็นคนตระเวนส่งยา หรือที่เรียกว่านักบิน ให้กับเครือข่ายมันทุกเม็ดในภาคอีสาน  โดยจะมีการซื้อขายกันทางอินเตอร์เน็ต 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th

ยาบ้าใครเอ่ย

ยาบ้าใครเอ่ย

ยาบ้าใครเอ่ย

ยาบ้าใครเอ่ย

 

ยาบ้าใครเอ่ย

พบยาบ้าทิ้งข้างทางย่านแสมดำ กว่า 1.2 แสนเม็ด

ตร.สน.ท่าข้าม พบยาบ้าทิ้งข้างทาง ระหว่างซอยสะแกงาม13-15 แขวงแสมดำ 4 กระสอบ กว่า 1.2 แสนเม็ด คาดเจ้าของยากลัวเจ้าหน้าที่จับกุมเนื่องจากมีการเข้มงวดยาเสพติด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 ม.ค. ขณะที่ พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ ทองนรินทร์ สวป.สน.ท่าข้าม กำลังปฎิบัติหน้าที่ออกตรวจตราในพื้นที่ รับแจ้ง พบวัตถุต้องสงสัยคล้ายยาเสพติด บริเวณกลางซอยท่าทราย ระหว่างซอยสะแกงาม 13 – 15 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ดร.อภิรัฐ พุ่มกุมาร ผกก.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.สุกฤต มังคละสวัสดิ์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม พ.ต.ท.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ รอง ผกก.สส.สน.ท่าข้าม พร้อมกำลังฝ่ายปราบปราม และฝ่าย สส. สน.ท่าข้าม

ที่เกิดเหตุบริเวณพื้นใต้เสาไฟฟ้า มีหญ้าขึ้นปกคลุม พบกระสอบปุ๋ย สีเขียว รวม 4 กระสอบ โดยบางกระสอบ มีรอยขาดชำรุด ทำให้เห็นของที่บรรจุข้างในลักษณะเป็นมัดจำนวนมาก จึงตรวจสอบพระยาบ้ารวมจำนวน 127,800 เม็ด

พ.ต.ต.ภาณุพงศ์ เปิดเผยว่า มีพลเมืองดีแจ้งว่า พบกระสอบต้องสงสัยดังกล่าว จึงนำกำลังสายตรวจเข้าตรวจสอบ ซึ่งกระสอบบางใบขาดจึงเห็น มัดยาเสพติด แต่ไม่พบผู้กระทำผิด คาดว่าอาจเป็นจุดที่วางยาส่งให้ลูกค้า หรืออาจเกรงกลัวความผิดเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีการออกตรวจตราอย่างเข้มงวด หลังจากนี้จะทำการตรวจยึดของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม พร้อมประสานฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่หากล้องวงจรปิดและพยาน เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.komchadluek.net

 …

หนุ่มคลั่งจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์

หนุ่มคลั่งจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์

หนุ่มคลั่งจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์

หนุ่มคลั่งจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์

หนุ่มคลั่งจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์  

หนุ่มใหญ่จี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์ข้ามคืน ตำรวจปาแก๊สน้ำตาใส่แต่ยังอึด ใช้ลูกซองยิงไม่ออก เจรจาปล่อยตัวประกันได้ แต่คนร้ายไม่ยอมลงจากรถ จนถูกจู่โจมจับด้วยเหล็กง่าม

วันที่ 28 ตุลาคม 2561 เว็บไซต์เวิร์คพอยท์นิวส์ รายงานว่า คนร้ายอายุ 65 ปี ก่อเหตุใช้มีดจี้ผู้โดยสารบนรถทัวร์นครชัยแอร์ สายกรุงเทพฯ-บ้านแพง ทำให้คนขับต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตำรวจได้เจรจาจนคนร้ายได้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด แต่ยังขังตัวเองอยู่บนรถ

รายงานข่าวระบุว่า คนร้ายอยู่บนรถนานกว่า 14 ชั่วโมง ก็ยังไม่ลงมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงพาญาติของคนร้ายมาเกลี้ยกล่อม ก่อนจะใช้แก๊สน้ำตาโยนเข้าไปในรถ ถึง 3 ลูก แต่ก็ไม่สะทกสะท้าน กระทั่งลูกที่ 4 คนร้ายมีท่าทีสงบแล้วนอนหมอบกับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นมาต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยหนีกระเจิงลงมาตั้งหลักใหม่

ด้าน พล.ต.ต. ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา คนขับตัดสินใจเข้าไปขอความช่วยเหลือกับตำรวจที่โรงพักสมเด็จ และเจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมคนร้ายจนยอมปล่อยตัวผู้โดยสารประมาณ 15 คนลงมา ซึ่งไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรืออันตราย

ขณะที่สำนักข่าว INN รายงานว่า ในช่วงเย็นหลังจากให้ญาติเจรจาครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัดสินใจใช้การจู่โจมเข้าจับพร้อมกันทุกจุดของตัวรถที่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งคนร้ายเริ่มมีอาการอิดโรย พยายามที่จะขัดขวางต่อสู้แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เหล็กง่ามยาวเข้ายึดตามลำตัวและแขนทั้งสองข้าง จนอาวุธมีดของคนร้ายหลุดมือ สุดท้ายจึงโดนจับ ภายหลังจับกุมเจ้าหน้าที่ได้เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

อย่างไรก็ตามเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าในการใช้แก๊สน้ำตา ตำรวจได้ใช้ปืนลูกซองซึ่งเป็นกระสุนยาง และยิงไปที่คนร้ายถึง 3 ครั้ง แต่ปืนยิงไม่ออก แต่เมื่อกลับออกมายิงขึ้นฟ้ากลับยิงออก ทั้งนี้ ผู้บังคับการตำรวจฯ ได้สั่งการให้สืบหาสาเหตุการจี้รถทัวร์โดยให้สอบถามญาติอย่างละเอียด ก่อนจะสรุปว่ามาจากปัญหาสุขภาพทางจิต

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com

ฆ่าโหดปาดคอครูสาวสระบุรี

ฆ่าโหดปาดคอครูสาวสระบุรี

ฆ่าโหดปาดคอครูสาวสระบุรี

ฆ่าโหดปาดคอครูสาวสระบุรี

ฆ่าโหดปาดคอครูสาวสระบุรี

แม่ครูสาวใจสลาย วอนลงโทษคดีฆ่าข่มขืนเด็ดขาด ขอให้ลูกสาวเป็นเคสสุดท้าย

ญาติจุดธูปเชิญวิญญาณครูสาว เตรียมนำศพกลับบ้านเกิด-พ่อแม่ใจสลาย ทำใจไม่ได้ ด้านพี่ชายเผย พ่อแม่ยังอยู่ในอาการเสียใจอย่างมาก วอนตำรวจลงโทษสูงสุด ด้านแม่วอนลงโทษแบบตายตกตาม ๆ กัน และขอให้เคสลูกสาวเป็นเคสสุดท้าย

จากคดีสุดโหดฆาตกรรม นางสาวจุฬารัตน์ โทวรรณา หรือ อิ๋ว อายุ 26 ปี ครูอัตราจ้าง ชาวร้อยเอ็ด โดยถูกฆ่าปาดคอภายในห้องเช่า ที่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (3 กรกฎาคม 2559) ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งพ่อ แม่ และพี่ชายคนโต ได้เดินทางออกจากบ้านพัก จ.ร้อยเอ็ด หลังจากรับแจ้งข่าวเสียชีวิตของลูกสาว ทั้งนี้ พี่ชายคนโตของผู้ตาย เปิดเผยว่า ให้มอบหมายให้ญาติไปติดต่อขอรับศพน้องสาวจากโรงพยาบาลตำรวจแทน เพราะพ่อและแม่ยังอยู่ในอาการเสียใจอย่างมาก และไม่พร้อมที่จะรับเรื่องราวการเสียชีวิตของน้องสาวได้

โดยหลังจากนี้จะทำพิธีเรียกดวงวิญญาณจากจุดเกิดเหตุเพื่อกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิด ใน อ.เชียงขวัญ ต่อไป ส่วนผู้ก่อเหตุก็อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด คาดว่าจะเดินทางกลับภายในไม่เกิน 18.00 น. ของวันนี้ ส่วนกำหนดการพิธีสวดอภิธรรมนั้น จะบำเพ็ญกุศล 4 วัน และจะฌาปนกิจในวันที่ 6 กรกฎาคม

ขณะที่ นางจันศรี แม่ของผู้ตาย เผยว่า ผู้ตายเป็นลูกคนสุดท้อง เรียนจบวิทยาศาสตร์ระดับปริญญาตรี แล้วไปเป็นครูโรงเรียนเอกชน เป็นครูได้ 3 ปีแล้ว ได้เงินเดือน 15,000 บาท เจียดเงินมาส่งทางบ้านและส่งตัวเองเรียนต่อด้วย ตนไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้กับลูก ซึ่งน้องอิ๋วเป็นคนที่เรียบร้อย อัธยาศัยดี คิดดีกับทุกคน พอเกิดเรื่องนี้ทุกคนก็ช็อกและรับไม่ได้ ตนอยากจะฝากไปถึงผู้รับผิดชอบร่างกฎหมาย ให้พิจารณาเรื่องนี้ เพราะคนที่พ้นโทษพอออกมาก็จะก่อเหตุทำร้ายคนดี ๆ อีก ตนอยากให้การตายของลูกสาวเป็นรายสุดท้ายที่เกิดขึ้น และให้กฎหมายเด็ดขาดกว่านี้ ผู้ที่ทำเช่นนี้อยากให้ลงโทษให้ตายตกไปตาม ๆ กัน

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com

ผัวรับไม่ได้แทงเมียตาย เปิดใจ ! มือฆ่าภรรยาเหตุสุดแค้น พาชายคนใหม่มาอยู่ในบ้าน

ผัวรับไม่ได้แทงเมียตาย

ผัวรับไม่ได้แทงเมียตาย

ผัวรับไม่ได้แทงเมียตาย เห็นเมียกับชู้

 เปิดใจ ! มือฆ่าภรรยาเหตุสุดแค้น พาชายคนใหม่มาอยู่ในบ้าน พังประตูเห็นภาพตำตาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ก่อนคว้ามีดทำร้าย 

ผัวรับไม่ได้แทงเมียตาย

 

จากกรณีเหตุฆาตกรรมแทงกันตาย ที่บ้านไม่มีเลขที่ ต.ท้ายสำเภา อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนวันลอยกระทงที่ผ่านมา โดยมีผู้เสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ และยังมีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกัน

ผัวรับไม่ได้แทงเมียตาย จับมีดแทงเมีย

สำหรับผู้เสียชีวิตคือนางสาวสายฝน มณีโสตร์ อายุ 21 ปี เสียชีวิตอยู่บนที่นอนภายในบ้าน สภาพถูกแทงเข้าลำตัวหลายแผล นอกจากนั้นยังพบผู้บาดเจ็บอีกราย คือ นายกิตติพงษ์ บุญประกอบ อายุ 28 ปี สภาพถูกแทงลำตัวบาดเจ็บสาหัส โดยช่วงเช้าของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 พ.ต.ต. มนตรี ปานอ่อน พนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม

ได้รวบรวมหลักฐานวัตถุพยาน เพื่อนำส่งพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมทั้งเตรียมนำตัวนายอัษฎาวุธ ผู้ต้องหา ไปฝากขังยังศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วนมีดที่ก่อเหตุ ผู้ต้องหาสารภาพว่าได้นำไปทิ้งในคลองระหว่างหลบหนีเจ้าหน้าที่ในการค้นหา ขณะที่นายอัษฎาวุธได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา แต่ไม่ขอไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เนื่องจากไม่สามารถทำใจได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างรอเอกสารการฝากขัง นายอัษฎาวุธได้ขอเปิดใจกับผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ในขณะที่เกิดเหตุนั้นมีความโกรธแค้นอย่างมาก

เรื่องจริงคือตนยังไม่ได้เลิกรากับนางสาวสายฝน เพิ่งจะกลับบ้านไปเพียง 1-2 วัน เท่านั้น เนื่องจากมีปากเสียงกัน ช่วงเกิดเหตุ ตนตั้งใจกลับมาเพื่อขอคืนดี เมื่อเปิดประตูพบว่าประตูล็อก สังเกตเห็นรถจักรยานยนต์อีกคันจอดอยู่ จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป เห็นนางสาวสายฝนนอนกอดอยู่กับผู้ชายในผ้าห่มผืนเดียวกัน จึงคว้ามีดที่อยู่ข้างตู้เย็นทำร้ายฝ่ายชาย ก่อนที่จะทำร้ายนางสาวสายฝน

ขณะที่ พ.ต.ต. มนตรี ได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น กับนายอัษฎาวุธ ซึ่งได้นำตัวส่งขออำนาจศาลนครศรีธรรมราช ฝากขังผลัดแรก เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและสำนวนคดีส่งฟ้องกับพนักงานอัยการ ส่วนอาการของนายกิตติพงษ์ บุญประกอบ อายุ 28 ปี ยังอยู่ในอาการสาหัส

ขอบคุณแหล่งที่มา  https://hilight.kapook.com

ดู ผล บอล สด เมื่อ คืน นี้

ดู ผล บอล สด เมื่อ คืน นี้

ผลบอลย้อนหลัง ดู ผล บอล สด เมื่อ คืน นี้

ดู ผล บอล สด เมื่อ คืน นี้ ผลบอลเมื่อคืน โปรแกรมบอลเมื่อคืนนี้ ตารางบอลเมื่อคืน และ ดู ผล บอล สด ภาษา ไทย หากต้องการดูผลบอลย้อนหลังหลายวันสามารถคลิ๊กเลือกวันได้ที่รูปปฏิทิน มุม บน ขวามือ … ทีมเยือน, ครึ่งแรก, ผลบอล, ทรรศนะฟุตบอลวันนี้/ทีเด็ดบอลคืนนี้, ถ่ายทอดสด ดู ผล บอล สด วัน นี้ 888
หาเว็บดูบอลสดอยู่เหรอต้อง สุดยอดแหล่งรวมลิ้งดูบอลวันนี้ ดูบอลโลก 2019 รัสซีย ดีที่สุดในไทยที่คัดสรรลิ้งคุณภาพจากที่ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น Facebook, Youtube หรือ ดู ผล บอล สด premier league เว็บดูบอลออนไลน์ที่ต่างๆ
โดยเราคัดคุณภาพให้แล้ว ดูได้ทั้งคอมและมือถือ รองรับคนดูได้โดยไม่กระตุก มารวมไว้ในที่เดียวและเรายังอัพเดทลิ้งในตารางบอล ตลอด 24 ชม. ทำให้คุณไม่ต้องไปหาหลายที่ให้วุ่นวาย การดูบอลของคุณจะเป็นเรื่องง่ายๆ
ไม่ว่าจะเป็นช่อง PPTV, Bein Sport, TrueVision, True4U, ช่อง 3HD, ช่อง 7HD, ไทยรัฐทีวี, Bugaboo, FoxSport, SkyNet
ถ้าเป็นบอลคู่ใหญ่เราจะมีสัญลักษณ์ เป็นจุดสังเกตุให้คุณไม่พลาดในบอลคู่ที่น่าสนใจ ดู ผล บอล สด ไทย อิน โด วัน นี้

หมดอนาคต ! นายช่างกรมชลฯ ขโมยรองเท้ากีฬากลางห้าง

หมดอนาคต

หมดอนาคต เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่าเกิดเหตุลักทรัพย์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

หมดอนาคต ตำรวจชุดสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายตฤณ อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน พร้อมของกลาง รองเท้าเดินป่า ยี่ห้อ Kalenji, รองเท้ากีฬายี่ห้อ B Twin, ถุงมือสีดำ, กระเป๋าสะพาย, อาวุธมีดพร้อมปลอก, รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นสกูปปี้ไอ สีดำ-น้ำตาล ทะเบียน หจค964 กทม., กางเกงขาสั้นสีดำและเสื้อยืดคอกลมสีดำ (ชุดใส่ก่อเหตุ) โดยกล่าวหาว่า

ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธ (มีด) จรเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม, พาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส จับตัวได้ที่บริเวณซอย 2 กรมชลประทานปากเกร็ด ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

หมดอนาคต

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ม.ค.62 เวลา 18.23 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.รัตนาธิเบศร์ ว่าเกิดเหตุลักทรัพย์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณร้านดีแคทลอน ภายในห้างค้าปลีกแห่งหนึ่ง สาขาแคราย ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ พบพนักงานในร้านได้แจ้งว่ามีชาย อายุประมาณ 40 ปี ไว้ผมรองทรง สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ สวมกางเกงสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำ เข้ามาที่ร้านดังกล่าว จากนั้นทำเป็นเลือกซื้อสินค้าประเภทรองเท้า และ ได้เดินผ่านจุดชำระเงินออกไป

นายธนัสชา การิโส พนักงานได้เห็นอาการผิดปกติ จึงเข้าไปขอตรวจสอบ แต่ชายดังกล่าวไม่ยินยอมและหยิบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 20 ซม.ฟันไปที่พนักงาน จนถูกที่มือข้างขวา ได้รับบาดเจ็บก่อนคนร้ายจะหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ รปภ.ของห้างได้วิ่งติดตามไป

เห็นคนร้ายขับรถจยย.หลบหนีไปตามถนนติวานนท์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบรูปพรรณคนร้ายและเส้นทางหลบหนี จนทราบว่าคนร้ายเป็นใครและพักอยู่ภายในกรมชลประทาน ปากเกร็ด จึงได้ลงพื้นที่จนกระทั่งเห็นคนร้ายขับรถจยย.คันก่อเหตุออกมาบริเวณซอย 2 และได้ทำการจับกุม

ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทอง ฝั่งตรงข้าม ที่มุมบนขวาของกล้อง สามารถบันทึกภาพคนร้ายได้เมื่อเวลา 18.20 น.คนร้ายสวมเสื้อผ้าชุดดำ สะพายกระเป๋าสีดำ พนักงานร้านที่สวมเสื้อยูนิฟอร์มสีฟ้า-ขาวได้เดินมาจับที่กระเป๋าเพื่อขอดู คนร้ายได้ใช้อาวุธมีดฟันเข้าไปที่พนักงานหลายครั้ง ซึ่งพนักงานคนดังกล่าวก็พยายามหลบ จากนั้นคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปทางด้านในห้างซึ่งมีประตูทางออกอีกฝั่ง โดยมีพนักงานร้านอีกคนวิ่งตามไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนร้ายมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ 4 จุด คือ 1.ภายในร้านซึ่งเป็นจุดขายรองเท้า 2.จุดที่พนักงานเรียกขอตรวจค้นและต่อสู้กัน 3.จุดที่รถจยย.จอดหน้าร้านเคเอฟซี โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และควบคุมตัวพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

ศึกชิงนาง ! มือปืนควบฟอร์จูนเนอร์ประกบยิงเหยื่อดับกลางถนน

ศึกชิงนาง

ศึกชิงนาง ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ทราบชื่อ นายวิเชียร หรือ “สะมะแอ” (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี วัยรุ่นชาวตำบลนาเคียน อำเภอเมือนครศรีธรรมราช เป็นผู้เสียชีวิต

ศึกชิงนาง เนื่องจากถูกคนร้ายประกบยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.จุดเกิดเหตุ บริเวณถนนเทวบุรี ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าทำการสอบสวนพบว่า มีเพื่อนของ นายวิเชียร หรือ สะมะแอเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรวม 5 ราย

โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายฉกรรจ์ ใช้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ เป็นพาหนะไล่ตามมาประกบยิง ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เกิดจากการเขม่นกันในผับชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากที่ผับปิดบริการได้เดินทางกลับ จึงถูกคู่กรณีขับรถไล่ตามยิงจนเสียชีวิต

ศึกชิงนาง

เจ้าหน้าที่ชันสูตรพบว่า นายวิเชียร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ถูกลำตัวรวม 4 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันรวม 6 ปลอก โดยก่อนเกิดเหตุพบว่านายวิเชียรไปเที่ยวผับกับเพื่ออีก 5 คน

ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการกระทบกระทั่งกันระหว่างโต๊ะของนายวิเชียร และโต๊ะชายฉกรรจ์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีหญิงสาวหน้าตาดีมานั่งอยู่ด้วย ขณะที่ นายวิเชียรได้ส่งยิ้มให้กับหญิงสาวคนนั้นจนชายฉกรรจ์ที่มาด้วยไม่พอใจและมีการกระทบกระทั่งกันในผับก่อนแล้วโดยการ์ดของผับได้เข้ามาระงับเหตุไว้ได้ ก่อนที่จะมาเกิดเหตุภายนอกหลังจากผับเลิก

โดยเจ้าหน้าที่ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากผับดังกล่าว จนมาถึงเส้นทางจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ที่มีลักษณะสอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนผู้ตาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามมาดำเนินคดีแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ 6 คนบุกวัด เดินไล่ยิงทุกกุฏิ เจ้าอาวาสมรณภาพต่อหน้า

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ จากกรณีเหตุก่อความไม่สงบที่จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 20.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ ป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ และ วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุดังกล่าวทำให้พระสงฆ์มรณภาพ 2 รูป บาดเจ็บ 2 รูป

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก พลังใจถึงชายแดนใต้ ได้เผยคำบอกเล่าของ พระธนโชติ ชุมเลิศ หรือ หลวงพ่อแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในพระที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายชุดดำจำนวน 6 คน

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้

แต่งกายคล้ายทหารพราน เดินมาจากป่ายางหลังวัด ตอนนั้น พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ หรือ ท่านสว่าง เจ้าอาวาส ยังหันมาพูดกับหลวงพ่อแดงเลยว่า พวกนี้มันมาอีกแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมชอบมาเงียบๆ แบบนี้เป็นประจำ

หลังจากเจ้าอาวาส พูดจบประโยค กลุ่มคนร้ายก็ยิงใส่ทันที กระสุนถูกเจ้าอาวาส และ พระสมุห์ อรรถพร ขุนอำไพ หรือ ท่านอู๊ด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส มรณภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนหลวงพ่อแดง ซึ่งนั่งร่วมอยู่ด้วย โดนกระสุนเข้าที่หัวไหล่ซ้าย และนิ้วเท้าข้างซ้ายขาดไป 2 นิ้ว

จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ไปเคาะประตูกุฏิ ยิงใส่ พระประเวศน์ สุขแก้ว หรือ พระยาน ที่อยู่ในกุฏิจนได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ไล่ยิงไปทุกกุฏิ ไม่เว้นแม้แต่พระที่อาพาธอยู่ เคราะห์ดีที่กระสุนไม่โดนพระรูปอื่นๆ หลังจากนั้นคนร้ายทั้ง 6 คน ก็เดินหายเข้าป่ายางหลังวัดไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

สุดสลด-หญิงนิรนามหิ้วของพะรุงพะรัง วิ่งตัดหน้ากระบะชนร่างกระเด็นดับคาที่

สุดสลด

สุดสลด ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุรถชนคนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณห้าแยกเนินพระเนาว์ ถนนหนองคาย- โพนพิสัย

สุดสลด พบว่า เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหนองคาย ได้ทำการปั๊มหัวใจหญิงคนหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี

สวมเสื้อแขนยาวสีกรมท่า กางเกงขาสั้น ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ทำให้เสียชีวิต

สุดสลด

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า รีโว แบบแค็บ สีขาว ทะเบียน ผท 3111 อุดรธานี มีรอยชนบริเวณกระโปรงหน้ารถฝั่งซ้าย มีนายเป่ง อายุ 55 ปี ภูมิลำเนา ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย

เป็นคนขับรถกระบะยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ ห่างไปจากหน้ารถกระบะประมาณ 10 เมตร ซึ่งพบรอยเลือดกองอยู่บนพื้นถนน

จากการสอบถาม นายเป่ง ให้การว่า ตนขับรถจะไปซื้อฟักทองที่บ้านปากสวย อ.โพนพิสัย พอมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ ก็มีหญิงคนหนึ่งหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรัง วิ่งตัดหน้ารถของตน

โดยตนแตะเบรกแล้ว แต่ด้วยระยะกระชั้นชิดทำให้รถพุ่งชนร่างหญิงคนดังกล่าวกระเด็นไปหน้ารถ ตนจึงจอดรถแล้วเรียกให้คนช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…