เสียใจที่ไม่จอดช่วย ! พยานเล่านาทีขับรถผ่าน “ธน” ทะเลาะ “เมย์”

เสียใจที่ไม่จอดช่วย

เสียใจที่ไม่จอดช่วย นายเสือ (นามสมมติ) คนสุดท้ายที่เห็นนายธนภัทรกับนางสาวเมย์ทะเลาะกัน เปิดใจว่า วันเกิดเหตุ ตนขับรถผ่านบริเวณด้านข้างรีสอร์ต เวลา 18.20 น.

เสียใจที่ไม่จอดช่วย ขณะนั้นเจอนายธนภัทรกับนางสาวเมย์ ขับรถจักรยานยนต์สีแดง มุ่งหน้าเข้าไปภายในสวนยาง พร้อมทั้งมีปากเสียงกันอยู่ จนกระทั่งรถล้มลงตรงทางเข้าสวน ประมาณ 500 เมตร

เสียใจที่ไม่จอดช่วย

จังหวะนั้น ตนเองนึกในใจว่าจะเข้าไปช่วย แต่มีธุระต้องรีบเดินทางต่อ จึงไม่ได้ชะลอรถช่วยเหลือ และคิดว่าเป็นการทะเลาะของสามีภรรยาตามปกติ

จากนั้นเมื่อตนเองทำธุระเสร็จในเวลา 19.40 น. ขับรถผ่านมาบริเวณจุดดังกล่าว พบว่ารถตำรวจจอดเต็มไปหมด ซึ่งตำรวจสอบถามตนว่ารู้จักญาติของผู้ตายหรือไม่ ขณะนั้นมีนางจู

แม่ของนายธนภัทร เข้ามาถามกับตัวเองว่ารู้เห็นเหตุการณ์อะไรหรือไม่ ซึ่งตนเองก็ตอบไปตามตรง

และตำรวจให้ตนเองเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีร่องรอยลักษณะหญ้าเหมือนมีคนต่อสู้กัน แต่ก็ไม่พบรอยเลือดหรืออาวุธแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ตนเองพบเห็นนางสาวเมย์เป็นคนสุดท้าย ซึ่งยอมรับว่าเสียใจ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือ

แต่หากตนเองตัดสินใจเข้าไปช่วยในวันนั้น ก็คงจะไม่ใช่เพียงแค่ศพเดียว อาจจะเป็นตนเองก็ได้ที่เสียชีวิตไปด้วยอีกคน เพราะลักษณะของคนก่อเหตุคล้ายกับคนเมายา น่ากลัว อีกทั้งไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่มีคนตายเกิดขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

ผัวโหดซ้อมเมียตาย ฝากพ่อบอกตำรวจ ขอพักใจ 4-5 วัน เดี๋ยวจะเข้ามอบตัว

ผัวโหดซ้อมเมียตาย

ผัวโหดซ้อมเมียตาย ผัวโหดซ้อมเมียตาย ฝากบอกตำรวจ ขอพักใจ…เดี๋ยวจะเข้ามอบตัวเอง ด้านพ่อแม่ผัวอำมหิตเปิดใจรู้สึกผิด แต่ก็เคยบอกให้ฝ่ายหญิงเลิกราไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้

ผัวโหดซ้อมเมียตาย จากกรณี น้องเมย์ อายุ 28 ปี หญิงสาวที่เสียชีวิตลงหลังจากถูก นายธนภัทร อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ขณะที่ นายธน ได้หลบหนีไปภายหลังจากพาแฟนสาวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวว่า ผู้ต้องหาติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ ว่า ขอหลบไปพักใจและจะเข้ามอบตัวเอง

ผัวโหดซ้อมเมียตาย

ในวันนี้ (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านครอบครัวของนายธน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาวถึงตาย ตั้งอยู่ใน ต.คลองขุด เมืองสตูล โดยพบพ่อแม่ของนายธนนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน

โดยทั้งคู่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นายธนกับน้องเมย์คบหาดูใจกันมาเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นวัยเรียน แต่ระยะหลังๆ ก็มีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด พวกตนก็รับรู้และทราบกันดี

ก่อนหน้านี้ ตนกับภรรยาก็เคยบอกน้องเมย์ให้เลิกรากับลูกชายของตนไปเสีย เพราะรู้สึกสงสารที่ต้องมาทนอยู่กับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่น้องเมย์ก็ไม่ยอมเลิก เพราะแยกกันไป 100 ครั้ง น้องเมย์ก็กลับมาและยืนยันเหมือนเดิมว่ารักผู้ชายคนนี้ จะยอมตายไปด้วยกัน แม้ว่าจะโดนตบตีทำร้ายสารพัดก็ตาม

พ่อของนายธน ยอมรับว่า ลูกชายเป็นคนโมโหร้าย สาเหตุที่ทำร้ายน้องเมย์ก็เพราะความหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ กลัวว่าฝ่ายหญิงจะปันใจให้คนอื่น ครั้งนี้ลูกชายของตนทำเกินเหตุและตนก็ไม่คิดจะปกป้องคนทำผิดแต่อย่างใด เพราะรู้สึกสงสารน้องเมย์เช่นเดียวกัน ที่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างนี้ ทั้งที่เคยบอกให้เลือกไปใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้แล้ว

 

นอกจากนี้ พ่อของนายธน ยังบอกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ลูกชายเพิ่งโทรศัพท์ติดต่อมาหา โดยบอกว่าจะเข้ามอบตัวเอง แต่ขอเวลาพักใจอีก 4-5 วัน ตนจึงได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ลูกชายได้ติดต่อเข้ามาแล้ว เพราะตลอด 1-2 วันมานี้ ตำรวจก็แวะเวียนมาตรวจตราที่บ้านบ่อยครั้ง

ขณะที่ แม่ของธน เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกชายกับน้องเมย์มาหาตนที่บ้าน มานั่งคุยกันที่หน้าบ้านเรื่องทำงาน ลูกชายบอกว่า แฟนดื้อไม่ยอมไปทำงานด้วยที่ จ.ตรัง และลูกชายยังจะขอที่ดินของตน เพื่อเอาไปขายสร้างเนื้อสร้างตัว ตนก็ยินยอมให้ไป และตั้งใจจะชวนกันไปดูที่

ตนได้ออกไปรออยู่ที่สวนเป็น 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าทั้งคู่จะมาตามนัด จึงได้กลับมาที่บ้าน เมื่อมาถึงลูกชายก็โทรศัพท์มาหา พร้อมกับเสียงสะอื้นทั้งน้ำตาบอกว่า “เมย์ตายแล้ว” ทำให้ตนรู้สึกโมโหและอารมณ์ขึ้น จึงได้พูดสวนกลับลูกชายไปว่า “ถ้าเมย์ตายแล้ว มึงก็ตายไปด้วยกันเลย” หลังจากนั้นก็เกิดเอะใจในน้ำเสียงของลูกชาย สังหรณ์ใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับฝ่ายแม่ของน้องเมย์

แม่ของธน ยังบอกว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทางไปยังสวนของตน ลูกชายได้ทำร้ายร่างกายน้องเมย์กลางทาง หลังจากโมโหร้ายและตั้งสติกลับมาได้ก็รู้สึกตกใจและกลับใจ จึงนั่งกอดร่างไร้สติของน้องเมย์และร้องไห้อยู่แบบนั้น ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมารับไปโรงพยาบาล จากนั้นลูกชายก็หนีหายตัวไป

ทางด้าน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อประสานงานจากผู้ต้องหาหรือญาติว่าจะขอเข้ามอบตัววันไหนแต่อย่างใด แต่ในทางสืบสวนตอนนี้เราเร่งควานหาตัว นายธน มาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยชุดสืบสวนออกแกะรอยและทำงานกันอย่างไม่ได้หลับได้นอน และกดดันผู้ต้องหาให้ออกมา คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com…

ไล่ระทึก ! ปฎิบัติการฟ้าสางไล่ล่า “เอเย่นต์ค้ายานรก” สกัดจับได้คาแยกไฟแดง

ไล่ระทึก

ไล่ระทึก ชุดเฉพาะกิจฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดนครนายก สนธิกำลังกับ กอ.รมน.วางแผนกันเข้าจับกุมพ่อค้ายาบ้า

ไล่ระทึก หลังมีชาวบ้านได้มีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมือง ว่าในเขตพื้นที่หมู่ 4 ตำบลสาลิกา มีคนลักลอบค้ายาบ้าให้กับเยาวชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเพื่อเข้าจับกุมโดยอาศัยช่วงเช้ามืดหลังจากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการ

ไล่ระทึก
โดยสามารถจับกุมตัวนายสวัสดี หรือม่อนได้คาเพิงซ่อมรถที่อยู่ในสวนผลไม้ไม่มีเลขที่ ขณะกำลังนั่งหั่นหยวกกล้วยอยู่ ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่นายม่อนถึงกับหน้าซีด พร้อมสารภาพทันทีว่าตนเองแค่เสพเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเพราะสายรายงานมาว่าคนนี้เป็นคนปล่อย

หลังจากนั้นจึงทำการค้นอย่างละเอียดจึงถุงพลาสติกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ใต้พัดลม เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าน่าจะมียาซุกซ่อนอยู่ พอเจ้าหน้าที่ให้พาไปดูในป่านายม่อนก็ขู่ว่าระวังเจองูตัวใหญ่นะ

แต่พอพาไปกลับเจอยาบ้าจำนวน 74 เม็ด และยาไอซ์จำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นกล้วย โดยสัญญาลักษณ์ที่ทำให้จำได้ง่ายคือต้นกล้วยที่มีเครืออยู่

หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวเพื่อขยายผลถึงตัวคนที่นำยามาส่ง โดยสายได้ใช้โทรศัพท์โทรสั่งยาบ้าจำนวน 50 เม็ดให้มาส่ง ถามว่าทำไมถึงสั่งได้แค่ 50 เม็ดนายม่อนได้บอกว่า ถ้าสั่งมากกว่านี้เค้าจะสงสัยเพราะไม่เคยสั่งมากกว่านี้ และได้มีการนัดส่งยากันในเขตตำบลสาลิกา

โดยสายระบุว่าเอเย่นต์รายนี้ใช้รถเก๋งสีดำนำยามาส่งตนเป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงได้มีการสนธิกำลังจากฝ่ายปกครองอำเภอเมือง กอ.รมน. และทหาร ร้อย.รศ.จปร. หลังจากนั้นจึงวางแผนเพื่อเข้าจับกุม โดยเอเย่นต์คนดังกล่าวมาตามที่สายนัดเอาไว้

เมื่อส่งยาเสร็จปฏิบัติการไล่ล่าจึงเกิดขึ้น แต่เอเย่นต์คนดังกล่าวพอรู้ตัวว่ามีเจ้าหน้าที่ตามจับตนก็ขับรถหนีการสกัดของเจ้าหน้าที่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนเพื่อปิดรถตรงบริเวณแยกไฟแดงประชาเกษม เอเย่นต์คนดังกล่าวพอเห็นว่าจวนตัวจึงได้โยนเงินล้อซื้อทิ้งแต่เจ้าหน้าที่ก็ตามเก็บมาได้

พอมาถึงไฟแดงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทหารจึงใช้รถขวางเพื่อสกัดการหลบหนี สุดท้ายไปไม่รอดเจ้าหน้าที่สามารถหยุดรถและจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้าที่นำมาส่งให้สายจำนวน 53 เม็ด

พร้อมกับเงินที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวนหนึ่ง ต่อมาทราบชื่อนายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 34 ปี และนางสาวดุจดาว อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้องอยู่ โดยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่ายาทั้งหมดเป็นของตัวเอง โดยทำมานานแต่ไม่เคยถูกจับได้แต่มาครั้งนี้ถูกฝ่ายปกครองวางแผนจับกุมจนได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน แม่โร่พามอบตัวทันควัน อ้างแค้นปมด่าพ่อล้อแม่

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน แม่มือปืนพาลูกชายเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังก่อเหตุอุกอาจยิงแสกหน้าเพื่อนละแวกบ้านตายคาจักรยานยนต์ อ้างแค้นเพราะอีกฝ่ายด่าทอพ่อแม่ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน ความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.เชียงคาน จ.เลย คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายวิบูลย์ อายุ 29 ปี เสียชีวิตฟุบหน้าคารถจักรยานยนต์ เมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย กระทั่งทราบว่าคือ นายธนวัฒน์ อายุ 27 ปี หลังก่อเหตุได้ขี่รถหลบหนีไป แต่ล่าสุดได้มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวานนี้ หลังเกิดเหตุอุกอาจประมาณ 7 ชั่วโมง แม่ของนายธนวัฒณ์ มือปืนผู้ก่อเหตุได้นำตัวลูกชายเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.ภาณุพงษ์ นามบุญ รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีการปิดห้องสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง กระทั่งช่วงกลางดึกจึงแล้วเสร็จ

ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายธนวัฒน์ ผู้ก่อเหตุใส่เสื้อเกราะและหมวกกันน็อก ออกไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มญาติผู้เสียชีวิตจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ผู้ก่อเหตุ พร้อมกับไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามการทำแผนฯ ในครั้งนี้

ทั้งนี้ นายธนวัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ให้ผู้เสียชีวิตมาหาที่บ้านแม่ เมื่อมาถึงก็มีการพูดคุยกันอยู่ที่หน้าบ้าน เกี่ยวกับประเด็นที่ นายวิบูลย์ ได้ออกปากด่าทอพ่อแม่ของ นายธนวัฒน์ แต่ปรากฏว่าต่างฝ่ายต่างไม่พอใจและตกลงกันไม่ได้ ด้วยอารมณ์บันดาลโทสะ นายธนวัฒน์ จึงชักอาวุธปืน 9 มม. ขึ้นมายิงแสกหน้าแบบระยะเผาขน 1 นัด เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตทัน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายธนวัฒน์ ได้หลบหนีอยู่แถวละแวกที่เกิดเหตุ ด้วยความกลัวและกังวลไม่มีที่ไป จึงตัดสินใจโทรบอกแม่และญาติพี่น้องให้มารับ ก่อนจะปรึกษากันพาเข้ามอบตัวในที่สุด ทั้งนี้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพดำเนินไปประมาณ 20 นาที ท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก ก่อนจะนำตัวกลับสถานีตำรวจในเวลาต่อมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา ที่อ้างว่าก่อเหตุเพราะประเด็นด่าทอพ่อแม่ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องส่วนตัวและสาเหตุอย่างอื่นมากกว่านี้

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com