รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า อดีตทหารพราน ชัก.38ยิงญาติ ตัดสินใจเข้ามอบตัว

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า อดีตอาสาสมัครทหารพราน ที่หนีกบดานไปเรื่อย หลังเสพยาบ้า 10 วัน 10 คืน จนเกิดอาการหลอน ชักปืนไล่ยิงลุงกับป้าแท้ๆ บาดเจ็บสาหัส เข้ามอบตัวแล้ว สารภาพรู้สึกกดดัน ตำรวจกองปราบตามไล่ล่า

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า  เมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 ที่ กองปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสกสรรค์ หรือเคน บุษบา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 1 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 302/2561 ลงวันที่ 2 พ.ย. 2561 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป. พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันที่ 1 พ.ย.2561 นายเสกสรรค์ ขณะเป็นอาสาสมัครทหารพรานอยู่ที่ค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ ได้ลาพักร้อน 10 วันเพื่อมาเยี่ยม นายพงษ์ศักดิ์ ยะกะชัย และนางปริศรา ยะกะชัย ลุงกับป้าที่บ้านเลขที่ 33/1 ม.2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างพักอยู่ที่บ้านได้เสพยาบ้าเป็นเวลา 10 วัน 10 คืน จนเกิดอาการหลอน ถือปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ออกมาจากห้อง ยิงป้าตัวเอง 2 นัด ยิงลุง 2 นัด จนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุได้ขี่รถ จักรยานยนต์หลบหนี ไปซ่อนตัวอยู่ในสวนยางใกล้ที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ พยายามปิดล้อมจับกุมแต่ไม่พบตัวแต่อย่างใด

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า

สอบสวน นายเสกสรรค์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงลุงกับป้าของตัวเองจริงเนื่องจากเสพยาบ้าจนหลอน หลังก่อเหตุได้หนีมาอาศัยที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ จากนั้นได้หนีต่อไปทางภาคเหนือ ได้ประมาณ 4 เดือน มารู้ว่าถูกตำรวจกองปราบปรามตามไล่ล่า รู้สึกกดดันและสำนึกผิดเลยตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว

ส่วนปืนที่ก่อเหตุซ่อนไว้ใต้สะพานข้ามคลองแสนแสบ หน้าโรงเรียนพร้อมมิตรพิทยา ถ.ศรีบูรพา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจยึดอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 พร้อมกระสุน 9 นัดไว้เป็นของกลาง นำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เฉลิมพระเกียรติ ดำเนินคดีต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

หนุ่มแสบอ้างซี้ “นายพลนักสืบ” ลวง 1 ล้าน รู้จักไปหมดผู้การกองปราบ

หนุ่มแสบอ้างซี้

หนุ่มแสบอ้างซี้ สืบ บช.น.จับหนุ่มแสบ แอบอ้างชื่อนายตำรวจใหญ่ตุ๋นคนร่วมลงทุนซื้อขายรถยนต์หรู-ที่ดิน สูญเงินกว่าล้านบาท

หนุ่มแสบอ้างซี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ทำการจับกุม นายศิววัช หรือเอ๊ะ กีรติกรภัทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/381 ซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 87/2562 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น

โดยจับกุมได้ที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเดอะแลนด์มาร์ก ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากมีพลเมืองดีแจ้งมายัง พล.ต.ต.อิทธิพล หรือผู้การแมน ว่า นายศิววัชมีพฤติกรรมแอบอ้างว่ารู้จักนายตำรวจที่มีชื่อเสียงหลายคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะทำการหลอกลวงบุคคลอื่นให้นำเงินมาร่วมลงทุนซื้อขายรถยนต์หรู หรือลงทุนซื้อขายที่ดิน จากนั้นจะโกงเงินผู้เสียหายแล้วหลบหนี เมื่อถูกทวงถามก็จะอ้างนายตำรวจเพื่อข่มขู่ผู้เสียหาย โดยเป็นการข่มขู่ด้วยวาจา ไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือพังข้าวของของผู้เสียหาย

หนุ่มแสบอ้างซี้

ก่อนหน้านี้ นายศิววัชได้อ้างชื่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. หรือผู้การก้อง และล่าสุดได้อ้างว่าเป็น “น้องพี่แมน” เพื่อหลอกลวงผู้อื่นให้ร่วมลงทุน รวมถึงใช้แอบอ้างในการทวงหนี้และข่มขู่ผู้เสียหาย เบื้องต้นมูลค่าเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท ทาง พล.ต.ต.อิทธิพล จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ และชุดสืบสวน ทำการสืบสวนหาข่าวและออกหมายจับ เนื่องจากนายศิววัชมีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนและสร้างความเสียหายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมา ชุดสืบสวนสืบทราบว่า นายศิววัชหลบหนีมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเดอะแลนด์มาร์ก ย่านลาดพร้าว จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนพบตัว จึงแสดงหมายจับและทำการจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ เบื้องต้นนายศิววัช ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ฆ่าโหด ปาดคอพยาบาลสาว ซุกศพในเก๋ง ล่าชายต้องสงสัย ขับรถมาจอดทิ้ง

ฆ่าโหด

ฆ่าโหด เกิดเหตุ คนร้ายปาดคอพยาบาลสาวคาชุดขาว ซุกศพในเก๋งของผู้ตาย ก่อนขับมาจอดทิ้งไว้ตรงข้าม รพ.ภาชี ล่าชายต้องสงสัย หลังวงจรปิดจับภาพได้ เดินลงมาจากรถ ช่วงตี 1 …

ฆ่าโหด เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 มี.ค.62 พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวถูกฆาตกรรม ทิ้งศพไว้ในรถเก๋ง บริเวณถนนสายภาชี – หินกอง หมู่ 2 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรายงานให้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบ ก่อนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส หมายเลขทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางซอยทางเข้าหอพัก ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลภาชี โดยจอดอยู่ไม่ได้ติดเครื่องยนต์ ประตูรถไม่ได้ล็อก

ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นางสาวศรีสุภางค์ สุวรรณสิน อายุ 48 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในสภาพนอนคว่ำ ขาทั้ง 2 ข้างอยู่ช่องกลางระหว่างเกียร์ ส่วนตัวพาดอยู่ที่เบาะหลัง สวมใส่ชุดกู้ชีพฉุกเฉิน EMS สีขาว เสื้อของผู้ตายมีร่องรอยของคราบเลือดจำนวนมาก ที่ลำคอพบมีบาดแผลฉกรรจ์ เหมือนถูกของมีคมปาด

ตรวจสอบภายในรถ พบรองเท้าสีขาว 1 ข้าง อยู่บริเวณที่วางเท้าฝั่งซ้าย ส่วนอีก 1 ข้างอยู่ที่เท้าซ้ายของผู้ตาย ข้าวของภายในรถกระจัดกระจาย ส่วนแหวนทอง นาฬิกาข้อมือ และของมีค่ายังอยู่ครบ ตรวจพบว่ามีเพียงกล้องติดหน้ารถถูกคนร้ายถอดออกไป

ฆ่าโหด

จากการสอบถาม นายณัฐเอก ครามวิชิต อายุ 53 ปี ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ตนเองกำลังจะขับรถไปธุระแต่กลับมีรถเก๋งของผู้ตายจอดขวางทางอยู่ จึงบีบแตรเพื่อให้คนในรถช่วยขยับรถ แต่รถไม่มีการเคลื่อนไหว ตนจึงขับรถมาตีคู่ แล้วก็ใช้มือดึงประตูฝั่งคนขับ พบว่าไม่ได้ล็อก เมื่อเปิดออก ถึงกับผงะ เห็นขาของผู้ตาย และผู้ตายนอนคว่ำหน้าอยู่ จึงรีบโทรแจ้ง 1669 ให้มาดู ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่ นายพัฒนา อ่วมเทพ อายุ 53 ปี สามีผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน EMS โรงพยาบาลภาชี ก่อนที่จะมาพบกลายเป็นศพ ได้ออกจากบ้าน ไปเข้าเวรทำงานปกติ ซึ่งตนเองก็มาส่งที่รถ จากนั้นภรรยาก็ไปเข้าเวรช่วงบ่ายของวันที่ 9 มีนาคม และจะออกเวรช่วงเที่ยงคืน และจะถึงบ้านไม่เกินเที่ยงคืนครึ่ง แต่วันนี้ตนตื่นมาช่วงตี 4 ไม่พบภรรยา จึงรีบออกมาตามหา ที่โรงพยาบาลภาชี ก็พบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองถึงก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่ทราบด้วยว่าคนที่ลงมือก่อเหตุต้องการอะไรจากภรรยา ถึงได้ลงมือฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้

จากการตรวจสอบกล้องวงปิด บริเวณจุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพขณะที่รถยนต์เก๋งของผู้ตาย ขับมาจอด บริเวณปากทางที่เกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. จากนั้นดับเครื่องยนต์ปิดไฟหน้า โดยมีชายรูปร่างผอม สูง สวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขายาว สะพายกระเป๋าสีดำ เดินลงมาจากรถฝั่งคนขับ สังเกตที่มือของคนร้าย ถือผ้า 1 ผืน ลักษณะกำลังใช้เช็ดมือ จากนั้นมาดึงประตูฝั่งซ้ายและเดินหลบหนีมาทางถนน ผ่านกล้องไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการเก็บรอยนิ้วมือ เส้นผม และหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุการฆาตกรรมอยู่ระหว่างการสอบสวน.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

งูเหลือม ยักษ์ยาว 6 เมตร นอนเรียบร้อย เตรียมตัวคืนสู่ธรรมชาติ

งูเหลือม

งูเหลือม กู้ภัย เผยภาพเหลือมยักษ์ 6 เมตร ยังอยู่ที่สถานีดับเพลิงบางนา เตรียมส่งไปพักที่กรมป่าไม้บางเขน ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติจริงๆ ขอประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องหวาดกลัว…

งูเหลือม จากกรณีชาวบ้านแจ้งกู้ภัยมาจับงูเหลือมขนาดใหญ่ที่หลบอยู่ใต้ฝ้าในบ้าน ยาว 6 เมตร ภายในซอยลาซาล 50 ซึ่งเมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ซึ่งต่อมาหลายคนสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ได้นำงูเหลือมยักษ์ไปปล่อยที่ไหน

ล่าสุด วันที่ 9 มี.ค.62 แฟนเพจ สถานีดับเพลิงบางนา ได้โพสต์ข้อความว่า หลายคนถามว่า จับเหลือมยักษ์มาแล้ว เอาไปไหน บอกได้เลยว่ายังอยู่กับเรา คนจับก็ยังอยู่ สำหรับสัตว์เลื้อยคลานที่จับได้นั้น ทางต้นสังกัดคือสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯ มีนโยบายสั่งให้นำสัตว์ดังกล่าวไปพักไว้ที่กรมป่าไม้บางเขน ซึ่งทางกรมจะนำสัตว์ดังกล่าวผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อนำปล่อยสู่ธรรมชาติ(จริงๆ) ต่อไปนะครับ ประชาชนในพื้นที่จะได้ไม่หวาดกลัวว่าจะปล่อยกลับไปยังบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ อีกนะครับ (ยังไม่ไปไหนนะจ๊ะ)

งูเหลือม

สำหรับการพบเจอสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากสัตว์หลายๆ ชนิดรวมถึงงูเหลือมนั้น เป็นสัตว์คุ้มครองการทำร้ายสัตว์ตามรายชื่อนั้นอาจทำให้มีความผิดตามกฎหมายได้ (รักนะถึงบอก) สัตว์ป่าคุ้มครอง คือสัตว์ป่าที่มีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้าย กฎกระทรวง กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

จับเฒ่าโหดฆ่าทอม ดอดยิงดับคาสระ แค้นส่งเสียให้เงิน กลับนอกใจ

จับเฒ่าโหดฆ่าทอม

จับเฒ่าโหดฆ่าทอม พ่อเฒ่าวัย74ปี ยังไม่หมดกิเลส แค้นสาวทอมในหมู่บ้าน ที่แอบมีสัมพันธ์ ตัวเองส่งเสียให้เงินใช้มาตลอด กลับไปมีคนใหม่ พก.38ไปเคลียร์ ก่อนกระหน่ำยิงตายคาสระน้ำ

จับเฒ่าโหดฆ่าทอม สืบเนื่องจากเย็นวันที่ 6 มี.ค.62 ร.ต.อ.สากล พลเวียง รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองหญ้าปล้อง จ.เลย แพทย์ รพ.วังสะพุง กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดโคกขมิ้น เดินทางไปชันสูตรพลิกศพ นางสาวดวงจันทร์ ทองดี ซึ่งเป็นสาวทอม อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 11 บ้านป่าไม้งาม หมู่ 11 ต.โตกขมิ้น อ.วังสะพุง จ.เลย ถูกคนร้ายจ่อยิงกลางหลังตรงลอยสักยันต์ 3 นัด จมคว่ำหน้าสระน้ำท้ายหมู่บ้านป่าไม้งาม หมู่ 11 ต.โตกขมิ้น ต่อมา สามารถจับกุมคนร้าย เป็นชายในหมู่บ้าน อายุ 74 ปี สาเหตุจากความหึงหวง

วันที่ 8 มี.ค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.จักรภพ ท้าวฤทธิ์ ผกก.สภ.หนองหญ้าปล้อง จ.เลย พร้อมทีมชุดสืบสวน ตร.สายตรวจกว่า 10 คน ได้นำตัว นายประหยัด สารมโน อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ 11 ต.โคกขมิ้น อ.วังสะพุง จ.เลย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในที่เกิดเหตุ โดยมีญาติพี่น้องของผู้ตายและชาวบ้านที่ทราบข่าว มาดูการทำแผนกว่า 40 คน พร้อมตะโกนสาปแช่ง และจะเข้าไปรุมประชาทัณฑ์

จนตำรวจต้องเข้าขวางและพยายามขอร้อง

จับเฒ่าโหดฆ่าทอม

จากนั้นเริ่มทำแผนที่ริมสระน้ำ ผู้ตายกำลังหาปลาที่สระ ผู้ต้อหายืนอยู่ริมสระ มีการพูดคุยขอร้องไม่ให้ผู้ตายไปคบหากับคนใหม่ เพราะได้ดูแลให้เงินใช้มาตลอด จนผู้ตายได้ต่อว่าและมีปากเสียงกัน

จากนั้นอาศัยจังหวะผู้ตายเผลอยืนหันหลังให้ ผู้ต้องหาใช้ปืนขนาด .38 ที่พกติดตัวออกมาจากเอว กระหน่ำยิงเข้าไปที่หลังผู้ตาย 3 นัด และทิ้งปืนไว้ในพงหญ้า

ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 40 เมตร จากนั้นกลับบ้านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งถูกตำรวจจับกุม โดยใช้เวลาทำแผนประมาณ 10 นาที แล้วรีบนำตัวคนร้ายขึ้นรถกลับ สภ.หนองหญ้าปล้อง

เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาฆ่าคนตายโดยเจตนา มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะ นำตัวส่งศาลฝากขัง ส่วนศพของนางสาวดวงจันทร์ ทองดี อายุ 29 ปี ญาติได้นำร่างออกมาจาก รพ.วังสะพุง ทำพิธีศาสนาที่บ้านเลขที่ 85 หมู่ 11 บ้านป่าไม้งาม หมู่ 11 ต.โตกขมิ้น อ.วังสะพุง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัว

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

แม่ “ไผ่ ดาวดิน” ร้อง กสม.ราชทัณฑ์ไม่เซ็นพักโทษลูกชาย ทั้งที่เข้าเกณฑ์

แม่

แม่ เผย “ไผ่ ดาวดิน” อยากใช้สิทธิเลือกตั้ง 24 มี.ค. ขณะที่ผู้เป็นแม่พร้อมด้วย “โบว์ ณัฏฐา”

แม่ เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หลังลูกชายไม่ได้รับการพักโทษ ทั้งที่เข้าเกณฑ์

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา นักกิจกรรมทางการเมือง พร้อมด้วย นางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรณี นายจตุภัทร์ หรือ “ไผ่ ดาวดิน” ไม่ได้รับการพักโทษตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ทั้งที่เข้าหลักเกณฑ์การพักโทษเช่นเดียวกับนักโทษคนอื่น ๆ

นางพริ้ม เปิดเผยว่า นายจตุภัทร์ เป็นนักโทษลำดับชั้นดีมาก เหลือโทษเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ทำให้เข้าหลักเกณฑ์การพักโทษเช่นเดียวกับผู้ต้องหาคนอื่นๆ แต่กรมราชทัณฑ์กลับอ้างว่า นายจตุภัทร์ ยังมีคดีชู 3 นิ้ว ในพื้นที่ สน.สำราญราษฎร์ ค้างอยู่ จึงยังไม่ได้รับการพักโทษเหมือนคนอื่น ๆ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ในส่วนคดีของ สน.สำราญราษฎร์ นั้น คดียังไม่สิ้นสุด และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล ฉะนั้นกรมราชทัณฑ์ไม่ควรนำคดีดังกล่าวมาพิจารณายกเว้นการพักโทษของนายจตุภัทร์

แม่

ด้าน นายบุญเกื้อ สมนึก รองเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา พร้อมกับทำหนังสือสอบถามไปยังกรมราชทัณฑ์ ถึงสาเหตุของการยกเลิกการพักโทษผู้ต้องหา ซึ่งคาดว่าในเร็วๆ นี้จะมีความชัดเจนอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม นายจตุภัทร์ ยังมีความตั้งใจจะใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่จะมีขึ้น ในวันที่ 24 มีนาคมนี้ ตามระบอบประชาธิปไตย และหวังอย่างยิ่งว่า กรมราชทัณฑ์จะพิจารณาเรื่องการพักโทษใหม่อีกครั้ง เพื่อให้ตัวเองสามารถใช้สิทธิ์เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ตำรวจบ้านหมอ รวบหนุ่มสระบุรีรับจ้างเฝ้ายาบ้า ยึดของกลางร่วม 1.2ล้านเม็ด

ตำรวจบ้านหมอ

ตำรวจบ้านหมอ บุกรวบหนุ่มสระบุรีวัย 31 ปี หลังรับจ้างเช่าบ้านไว้เป็นที่เก็บพักยาบ้า ยึดของกลางร่วม 1.2 ล้านเม็ด เผยโดนจับขณะนอนเฝ้ากองยาบ้า…

ตำรวจบ้านหมอ เมื่อวันที่ 6 มี.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ วิเชียรสรรค์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี พ.ต.อ.ชาลี เดชศิริ ผกก.สภ.บ้านหมอ พ.ต.ท.สมเกียรติ์ สุชล รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สานิด งามขำ รอง ผ.ปป. หลังจากสืบทราบในการขยายผลจับยาบ้ารายย่อยในพื้นที่บ้านหมอ จนทราบว่ารายใหญ่คือ นายนิพัฒน์ วราพุฒ อายุ 31 ปี พักอาศัยบ้านเลขที่ 5 ม.2 ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี จึงพร้อมกำลังเข้าจับกุมที่บ้านดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านไม้เก่ายกสูง ขณะชุดบุกเข้าจับกุมภายในห้อง เจ้าหน้าที่พบตัวนายนิพัฒน์ วราพุฒ นอนอยู่ในห้องคนเดียว โดยเมื่อเจ้าตัวรู้ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้น

ก็พยายามจะหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไว้ทัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวนมากบรรจุในถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 10 มัด จำนวน 1,218,000 เม็ด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

ด้านผู้ต้องหากล่าวว่า เมื่อก่อนตนเองไม่มีอาชีพอะไร ชอบเที่ยวเตร่ไปวันๆ จนกระทั่งมาวันหนึ่งตนเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงในตัวเมืองสระบุรี แล้วไปรู้จักกับ เสี่ยอู๋ จากนั้นทางเสี่ยอู๋ก็ชักชวนให้ตนมาร่วมงานในการใช้บ้านของตนเป็นที่พักยาบ้า โดยแต่ละครั้งตนจะได้ค่าจ้างประมาณไม่เกิน 2 หมื่นบาทในการเก็บรักษาแต่ละครั้งไป ส่วนตนเองทำงานนี้มาร่วม 3 ปีแล้ว ส่วนการเก็บยาบ้านั้นครั้งนี้ถือว่าเยอะมาก

โดยก่อนที่ตำรวจจะมาบุกจับยาบ้าลอตนี้ เสี่ยอู๋ ให้เด็กนำยามาเก็บที่บ้านตนประมาณ 2 ล้านเม็ด แต่ว่าในระหว่างนั้นก็ได้นำส่งขายให้กับลูกค้าไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียง 1,218,000 เม็ด จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมตัวพร้อมของกลาง ซึ่งยาบ้าดังกล่าวคิดเป็นเงินประมาณ 48 ล้านบาท

ตำรวจบ้านหมอ

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ วิเชียรสรรค์ รอง ผบก.ภ.จว.สระบุรี กล่าวว่า กรณีที่ทางผู้ต้องหาอ้างถึงเจ้าของยาชื่อเสี่ยอู๋ นั้น ตอนนี้ตนเองได้ประสานไปยังชุดสืบสวนจังหวัดสระบุรีเพื่อติดตามดูว่าเสี่ยอู๋มีตัวตนจริงหรือไม่อย่างไร หากพบว่ามีตัวตนจริง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนยาบ้าที่มากขนาดนี้ ตนคาดว่าทางผู้กระทำความผิดคงจะฉวยโอกาสในช่วงมีการเลือกตั้ง ส.ส.นี้ เพราะว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะใช้เวลาไปตรวจดูแลความปลอดภัยกับผู้สมัครในแต่ละพื้นที่ ตนคิดว่าทางผู้ต้องหายารายนี้คงคิดช่วงชิงโอกาสทอง เพื่อระบายยาบ้าลอตใหญ่ขนาดนี้ แต่ก็ไม่รอดสายตาตำรวจจึงโดนจับกุมในที่สุด.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

 

 …

ซิ่งกระบะพุ่งชน โจ๋ร่างแหลก หนุ่มเมืองนนท์เล่นบทโหด ฉุนแฟนสาวถูกแซว

ซิ่งกระบะพุ่งชน

ซิ่งกระบะพุ่งชน ตำรวจกองปราบตามจับแล้ว หนุ่มเมืองนนท์ ผู้ต้องหาหนีหมายจับคดี “ฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่น”

ซิ่งกระบะพุ่งชน เมื่อวันที่ 4 มี.ค.62 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.ต.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ สว.กก. 2 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายเอกภิญโญ หรือสมชาติ หรือเอก ชนะประเสริฐกุล อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/183 หมู่ 3 ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จพ572/2559 ลงวันที่ 7 ก.ย.2559 ข้อหาฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น จับได้ที่ ริมถนนภายในหมู่บ้านพฤกษาดี ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

ซิ่งกระบะพุ่งชน

พ.ต.ต.ณธัชพงศ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 เม.ย.57 ช่วงเทศ กาลสงกรานต์ นายเอกได้ขับรถกระบะ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีเทา ทะเบียน ถบ-2210 กรุงเทพมหานคร พาแฟนสาวและพวกขึ้นนั่งท้ายกระบะออกตระเวนเล่นน้ำสงกรานต์ ในพื้นที่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ขับมาถึงบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 73/4 ม.3 ต.บางบ่อ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ได้เกิดมีปากเสียงกับ กลุ่มวัยรุ่นที่นั่งกินเหล้าและเล่นน้ำสงกรานต์อยู่ที่บริเวณหน้าบ้านหลังดังกล่าว เพราะพูดจาลวนลามแฟนสาว นายเอกจึงตัดสินใจ ขับรถกระบะพุ่งชนกลุ่มวัยรุ่นจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ก่อนจะรีบขับรถหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับ จนกระทั่งชุด จับกุมได้สืบทราบว่านายเอก ได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี จึงนำกำลังจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวนนายเอก ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นผู้ขับรถชนผู้ตาย แต่รับว่าเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวจริง แต่ขายให้คนอื่นไปแล้วก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่ง สภ.บางบ่อ ดำเนินคดีต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

เผาศพหญิงสาว ถูกฆ่าเปลือยที่ลพบุรีแล้ว ครอบครัววอนตำรวจล่าคนร้ายสำเร็จ

เผาศพหญิงสาว

เผาศพหญิงสาว ถูกฆ่าเปลือยที่ลพบุรีแล้ว ครอบครัววอนตำรวจล่าคนร้ายสำเร็จ สามีโอด ไม่รู้ทำเวรทำกรรมอะไรถึงมาเจองูเห่าเลี้ยงไม่เชื่อง

เผาศพหญิงสาว จากกรณีที่มีเหตุการณ์ฆ่าข่มขืนหญิงเปลือยวัย 54 ปี ที่ จ.ลพบุรี เนื่องจากตัวสามีฝากภรรยาไว้กับเพื่อน สุดท้ายเพื่อนกลายเป็นงูพิษ (อ่านข่าว ผลชันสูตรชี้ชัด หญิงสาวถูกฆ่าเปลือยที่ลพบุรี เป็นฆาตกรรม เหตุเสียเลือดมาก)

ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 เว็บไซต์ 77 ข่าวเด็ด รายงานว่า มีการฌาปนกิจนางหวน อยู่คง ที่วัดโคกสะอาด ต.คลองเกตุ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี โดยที่สามีและลูก ๆ วอนตำรวจจับตัวนายมนตรี ปภัสสโร ผู้ต้องหา ให้ได้

เผาศพหญิงสาว

ด้านนายหยวก อยู่คง สามี กล่าวว่า ไม่รู้เวรกรรมอะไรทำให้เจองูเห่าที่เลี้ยงไม่เชื่อง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://hilight.kapook.com/

นั่งซ้อนท้าย วินมอไซค์อยู่ดีๆ รถบรรทุกล้อหลุดกระเด็นเข้าหัว สาว36ดับ

นั่งซ้อนท้าย

นั่งซ้อนท้าย สาววัย 36 เคราะห์ร้าย นั่งซ้อนท้าย จยย.รับจ้าง ลอดใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง จู่ๆ ล้อรถบรรทุกกระเด็นลงมากระแทกศีรษะ

นั่งซ้อนท้าย ถึงกับร่วง ก่อนไปเสียชีวิตที่ รพ. ส่วนพี่วินตกใจสุดขีด แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.อ.นพดล ทวีชาติ รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยเทศบาลตำบลท่าข้าม กู้ชีพโรงพยาบาลบางปะกง เข้าตรวจสอบเหตุล้อรถบรรทุกพ่วงหลุดออกจากตัวรถกระเด็นใส่คน มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ถนนเทพรัตน(บางนา-ตราด) กม.50 ช่องทางด่วน หมู่4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง

ในที่เกิดเหตุ พบ น.ส.นิภาพร แหวนเงิน อายุ 36 ปี คนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิ๊ก สีฟ้า ทะเบียน 1กก 146 ฉะเชิงเทรา นอนได้รับบาดเจ็บ อาการสาหัสหมดสติและหัวใจหยุดเต้น ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการปั๊มหัวใจเพื่อยื้อชีวิต ก่อนจะรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลบางปะกง อาการสาหัสเสียชีวิตในเวลาต่อมา ใกล้กันพบล้อรถบรรทุกตกอยู่ในแม่น้ำบางปะกงจำนวน 1 ล้อ จึงนำเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่นายอนันต์ วัฒนศิริ อายุ 54 ปี เป็นผู้ขับขี่วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ยังอยู่ในอาการตกใจ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

นั่งซ้อนท้าย

จากการตรวจสอบพบว่า ล้อของรถบรรทุกดังกล่าวได้หลุดออกจากตัวรถแล้วเด้งกระดอนกระเด็นมาจากช่องทางด่วน ขาเข้ากทม. แล้วลอยข้ามแบริเออร์มาชนกับตอม่อสะพานข้างล่าง แล้วพุ่งกระแทก น.ส.นิภาพรที่กำลังซ้อนรถจักรยนยนต์ผ่านมาพอดี ทำให้กระเด็นตกจากรถได้รับบาดเจ็บก่อนเสียชีวิตดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีมีรถจักรยานยนต์พังเสียหาย 2 คัน

หลังจากนั้นมีพลเมืองดีแจ้งว่า พบรถบรรทุกคู่กรณี มาจอดอยู่ที่ กม.47 ช่องทางด่วน ขาเข้ากทม. i99bet จึงรุดตรวจสอบพบรถบรรทุก 18 ล้อ ฮีโน่ สีขาว ทะเบียนตัวแม่ 82-3411 ศรีสะเกษ ทะเบียนตัวพ่วง 82-3412 ศรีสะเกษ จอดอยู่ไหล่ทาง โดยล้อรถตัวพ่วง ซึ่งเป็นล้อจักรขาดหายไปจำนวน 2 ล้อ โดยทราบว่าคนขับได้ไปตามช่างทำล้อที่ร้านบริเวณใกล้เคียง ก่อนจะยืมรถจักรยานยนต์ไปติดตามล้อกลับมาได้ 1 ล้อ ทราบชื่อคนขับ นายอาคม ภูแม้นวาส อายุ 29 ปี โดยให้การกำลังขับรถไปลงดินที่สมุทรปราการ โดยไม่ทราบว่าล้อนั้นหลุดไปตอนไหน แต่มีรถที่ขับตามหลังตะโกนบอก ก่อนที่ตัวเองจะจอดรถเข้าข้างทางและไปตามหาล้อที่หลุดหายไป

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับคนขับต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/…