นักโทษหลบหนี ตั้งรางวัลพิเศษ ผู้แจ้งเบาะแส

นักโทษหลบหนี

นักโทษหลบหนี ตั้งรางวัลพิเศษ ผู้แจ้งเบาะแส

เรือนจำพิเศษธนบุรี ประกาศตั้งรางวัลให้ประชาชนที่แจ้งเบาะแส นักโทษชาย หลบหนี

ล่าสุดพบรถจักรยานยนต์จอดทิ้งย่านหนองแขมจากกรณีนักโทษชาย “กฤษณะ” ได้วิ่ง

หลบหนีออกจากโรงพยาบาลสมุทรสาคร ระหว่างเข้ารักษาตัว พร้อมกับชิงรถจักรยานยนต์

ของชาวบ้านใกล้โรงพยาบาลขับขี่ออกหลบหนีไป เบื้องต้น พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี

ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษธนบุรีได้พาตัวนักโทษชาย

ที่อยู่ในความควบคุมมาใช้สิทธิ์การรักษาใน จ.สมุทรสาคร จากนั้นก็ก่อเหตุหลบหนีจากการ

ควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำก็จะต้องมาร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวน

นักโทษหลบหนี ตั้งรางวัลพิเศษ ผู้แจ้งเบาะแส

สภ.เมืองสมุทรสาคร ดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ เป็นการแจ้งข้อ

กล่าวหาเพิ่มเติม ส่วนการก่อเหตุชิงรถจักรยานยนต์ที่พิจารณาแล้วว่าเป็นคดีโทษในข้อหาวิ่ง

ราวทรัพย์นั้น เจ้าของรถก็จะต้องมาแจ้งความ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ต่างกรรมต่างวาระ

หลังจากนี้หากพบตัวนักโทษชายที่กระทำความผิดรายนี้ ก็จะต้องถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่

สภ.เมืองสมุทรสาครทั้งนี้พบว่ารถจักรยานยนต์ของนักโทษที่ใช้เป็นยานหนะหลบหนี ถูกนำ

ไปจอดทิ้งไว้ที่วัดหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ของเรือนจำพิเศษธนบุรี

ได้ขึ้นรูปภาพของนักโทษชาย กฤษณะ พร้อมประกาศติดตามตัว โดยได้มีการตั้งรางวัลให้กับ

ผู้ที่แจ้งเบาะแส ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-4507446 อีกด้วย

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

แก้วน้ำเป็นเหตุ เบนซ์หรูบังคับรถไม่อยู่ เจ็บ8ตาย1

แก้วน้ำเป็นเหตุ

แก้วน้ำเป็นเหตุ เบนซ์หรูบังคับรถไม่อยู่ เจ็บ8ตาย1

แก้วน้ำเก็บความเย็นแบรนด์ดังร่วงตกในรถ กลิ้งไปติดคันเบรกรถ เบนซ์คันหรู หนุ่มควบคุมไม่อยู่ พุ่งชนท้ายปิกอัพ ก่อนกระเด็นชนคันอื่นอีก 2 คัน บาดเจ็บ 8 คน เสียชีวิต 1 ศพ

เมื่อคืนวานนี้ (28 พ.ค.) ร.ต.ท.วีรภัทร กุยแก้ว ร้อยเวร สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งเหตุรถชนกันหลายคัน เป็นเหตุทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนงามวงศ์วาน

ปากซอยงามวงศ์วาน 8 ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.พระนั่งเกล้า และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ้ง รุดตรวจสอบ

จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นถนนงามวงศ์วาน ฝั่งขาออก มุ่งหน้าแคราย บริเวณใต้ทางด่วน พบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สีดำ สภาพรถด้านหน้าพังยับ

ฝากระโปรงรถเปิดออก กระจกรถด้านหน้าแตก แอร์แบ็กทำงานทั้ง 2 ข้าง ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายนิรัฐภูมิ อายุ 32 ปี โดยขับขี่มาเพียงลำพังนอกจากนี้ยังพบ

รถกระบะอีซูซุ ดราก้อน สีเขียว สภาพกระจกหน้ารถแตก ไฟท้ายแตก หน้ารถมีขวดนมและเบาะนอนของเด็กอยู่ ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายอรัญ อายุ 68 ปี มีผู้

โดยสารเป็นผู้ใหญ่อีกคนและเด็กวัย 2 ขวบ ทั้งหมดได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งรักษา รพ.พระนั่งเกล้าและยังมีรถคู่กรณีอีก 2 คัน คือ รถยนต์โตโยต้า

โคโรล่า สีบรอนซ์เงิน สภาพท้ายยุบพังเสียหายเกือบทั้งคัน ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ น.ส.สิริรัตน์ อายุ 24 ปี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและเข้ารักษาตัว รพ.พญาไท 3 ส่วน

ภายในรถยังมีผู้โดยสารอีก 3 คน ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน และบาดเจ็บสาหัส 2 คน ทั้งหมดกู้ภัยนำส่ง รพ.พระนั่งเกล้า และรถจักรยานต์ยามาฮ่า

ฟีโน่ สีแดง ยังไม่ทราบชื่อผู้ขับขี่ แต่ได้รับบาดเจ็บสาหัสนำตัวส่ง รพ.พระนั่งเกล้าขณะที่ภาพหลักฐานจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ สามารถบันทึกภาพรถ

เบนซ์คันหรูขับอยู่บนถนนช่องทางขวาสุด มาจากแยกพงษ์เพชร มุ่งหน้าแยกแคราย เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้ชนท้านรถยนต์กระบะอีซูซุอย่างแรง ทำให้รถกระบะพลิกคว่ำ

แก้วน้ำเป็นเหตุ เบนซ์หรูบังคับรถไม่อยู่ เจ็บ8ตาย1

จากการสอบถาม นายบุญสม พยานผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ได้ยินเสียงรถชนดังสนั่น จึงรีบวิ่งออกไปดู และเห็นรถคว่ำไถลไปกับพื้น มีร่างเด็กกระเด็นออกมาจากรถและ

นอนนิ่งอยู่ โดยมีรถกระบะอีกคันคอยช่วยกั้นทาง เพื่อไม่ให้รถที่ตามมาเหยียบทับเด็กซ้ำน.ส.สิริรัตน์ ผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ตนขับออกมาจาก

กระทรวงสาธารณสุข ลอดใต้ทางด่วนออกมา เพื่อจะไปกลับรถบริเวณห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน โดยขับอยู่เลนซ้ายสุด และออกมาได้นิดเดียวถูกชนอย่างแรง

ตนรู้สึกตกใจและรีบตั้งสติ เป็นห่วงแต่คนที่นั่งอยู่ข้างหลัง เพราะในรถนั่งมาด้วยกัน 4 คนตนเหลือบไปมองดูกระจกด้านหลัง เห็นรถมาทำอะไรไม่ได้จึงโดนชน

เหตุเกิดเพียงแค่เสี่ยววินาทีและเร็วมาก รถถูกชนกระเด็นไปเลนขวาสุด คนที่นั่งด้านหลัง 2 คน ได้รับบาดเจ็บ ส่วนอีกคนกับตนบาดเจ็บแค่เล็กน้อย ตนไม่ทราบ

ว่ารถตนไปชนกับรถจักรยานยนต์ ทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บเช่นกันส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ คนขับเบนซ์คันหรูอ้างว่า ได้เอื้อมลงไปเก็บแก้วที่ตกอยู่และ

ค้างตรงเบรก ทำให้ควบคุมรถตัวเองไว้ไม่ได้และพุ่งชน แต่เขาก็ต้องควบคุมรถให้เบี่ยงไปทางซ้าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลายไปมากกว่านี้ เหตุการณ์

นี้จึงเป็นอุทาหรณ์ในการวางสิ่งของไว้ภายในรถ ขณะที่ค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลนั้น ชายคนขับรถเบนซ์ได้รับปากจะรับผิดชอบดูแลทั้งหมด เพราะมีประกัน

ชั้นหนึ่งอย่างไรก็ตาม ล่าสุดผู้เสียชีวิตรายงานว่า หนึ่งในผู้บาดเจ็บที่นั่งโดยสารมากับรถยนต์โตโยต้าได้เสียชีวิตลง 1 ราย สรุปเหตุการณ์ครั้งนี้มีรถยนตเสียหาย 3 คัน

รถจักรยานยนต์ 1 คัน มีผู้บาดเจ็บ 8 คน และเสียชีวิต 1 คน ขณะที่การสอบสวนเบื้องต้นนั้น ชายคนขับรถเบนซ์ให้การว่า ก้มลงไปเก็บแก้วน้ำเก็บความเย็นแบรนด์ดัง

หลังกลิ้งตกลงไปติดอยู่ที่คันเบรก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เบิ้ลรถหยาม จับยกแก๊ง โจ๋หัวร้อน 8 รุม 2 กระทืบสลบกลางแยกไฟแดง

เบิ้ลรถหยาม

เบิ้ลรถหยาม จับยกแก๊ง โจ๋หัวร้อน 8 รุม 2 กระทืบสลบกลางแยกไฟแดง

จากกรณีเมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 ได้มีกลุ่มเด็กแว้นกว่า 50 คันได้ขับตระเวนไปบนถนนภายในตัวเมืองนครราชสีมา หลังจากนั้นได้จอดติดไฟแดงบริเวณสี่แยกไฟแดง

พีกาซัส ได้มีกลุ่มวัยรุ่นได้โต้เถียงกันสักพักใหญ่ หลังจากนั้นได้มีกลุ่มวัยรุ่นหลายคนได้ปรี่เข้ารุม ทำร้าย ทั้งเตะและต่อยวัยรุ่นชาย 2 คนที่กำลังคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ หลังจากนั้นมอเตอร์ไซค์ล้มลง

จนทำให้ชายที่นั่งอยู่ข้างหลังมอเตอร์ไซค์ต้องวิ่งหนีตาย ส่วนผู้ขับขี่นั้นได้ถูกกลุ่มชายนับทั้งเตะและต่อยจนสลบคาถนน อาการสาหัสก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล ก่อนผู้ลงมือก่อเหตุ

ทั้งหมดจะขับขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนีไปในความมืดล่าสุดวันนี้ (26 พ.ค. 62) ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน. รอง ผบ.ตร ,พล.ต.ท.พูลทรัพย์

ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3พันตำรวจเอก คเชนท์ เสตะปุตตะ ผู้กำกับการ สภ.นครราชสีมา พันตำรวจตรีอุกกฤษฏ์ แพงไธสง. สว.สืบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา

ได้สอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 8 คนที่รุมทำร้ายผู้อื่น เหตุเกิดที่บริเวณสี่แยกโคกไผ่ (พีกาซัส) ถ.ช้างเผือก ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โดยผู้ก่อเหตุมีอายุระหว่าง 16-25 ปี

ทราบชื่อภายในประกอบด้วย นายเฉลิม หรือ อั๋น อายุ 25 ปี , นายอเนก หรือเขียว อายุ 20 ปี, นายสิรยศ หรือ อืด อายุ 19 ปี, นายกิตติกูล หรือ เฟิร์ส อายุ 17 ปี, นายปฏิภาณ

เบิ้ลรถหยาม จับยกแก๊ง โจ๋หัวร้อน 8 รุม 2 กระทืบสลบกลางแยกไฟแดง

หรือ เกรท อายุ 16 ปี, นายวุฒิภัทร หรือ ตาล อายุ 20 ปี, นายอภิรักษ์ หรือ แก๊ป อายุ 17 ปี และนายสราวุฒิ หรือ ข้น อายุ 25 ปี โดยทั้งหมดรับสารภาพว่าทำจริงนายเฉลิม อายุ 25 ปี

ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า ตนได้ไปเที่ยวในตัวเมืองนครราชสีมา หลังจากนั้นได้ขับขี่มอเตอร์ไซค์เล่นไปตามถนนสายต่างๆ เป็นกลุ่ม หลังจากนั้นได้จอดรถติดไฟแดงบริเวณแยกพีกาซัส

ก็พบรถของ นายวชิรพงษ์ ผู้ขับขี่ มีการเร่งเครื่องเสียงดังถึง 3 ครั้ง จึงทำให้เกิดความไม่พอใจ เหมือนเป็นการดูถูก ตนพร้อมเพื่อนซึ่งมีอาการเมาอยู่แล้ว ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่จึงลงมือ

ทำร้ายผู้เสียหายด้านนายวชิรพงษ์ อายุ 19 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า คืนวันเกิดเหตุ ตนได้ไปเที่ยวกับเพื่อนหลังจากนั้นจะเดินทางกลับบ้าน แต่มาติดแยกไฟแดง หลังจากนั้นได้มี

กลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก ถามว่าบ้านมึงอยู่ไหน ก่อนจะเอาหมวกกันน็อคตีเข้าที่หัวเพื่อนที่นั่งข้างหลัง หลังจากนั้นก็โดนรุมทำร้ายจนสลบคาถนน ส่วนเพื่อนได้วิ่งหลบหนี หลังจากนั้นกลุ่ม

วัยรุ่นดังกล่าวก็ได้ขับมอเตอร์ไซค์หนีไปในความมืด ส่วนตนเองนั้นเพื่อนได้พากลับบ้านไปพักฟื้นเพื่อดูอาการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่น

พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ไฟไหม้ตึก แถวใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ ทำคนตาย 2 ศพ

ไฟไหม้ตึก

ไฟไหม้ตึก แถวใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ ทำคนตาย 2 ศพ

ตำรวจสอบเจ้าของตึกไฟไหม้ใกล้ ศาลเจ้าพ่อเสือ ทำคนตาย 2 ศพ พบสภาพเก่าร่วม 40 ปี ไม่เคยเปลี่ยนสายไฟ – ขณะวิศวกรโยธา ตรวจโครงสร้างอาจทรุดตัว ประกาศห้ามเข้า

พ.ต.อ.เกียรติ กาบบัว ผู้กำกับการ สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ อาคารพาณิชย์ ใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ ถนนบุญศิริ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ

เขตพระนคร กทม. เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่า จากเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว พบว่ามีผู้เสียชีวิตรวม 2 ราย รายแรก เป็นหญิงสูงวัยเป็นผู้ป่วยติดเตียง เสียชีวิตที่บริเวณชั้น 4 ส่วนอีกราย

เป็นชายอายุประมาณ 60 ปี นอนเสียชีวิต อยู่บริเวณชั้น 2 ตรวจสอบไม่พบเอกสารในตัว ขณะนี้กำลังสอบถามว่าใครเป็นญาติกับผู้เสียชีวิตที่พบรายล่าสุดทั้งนี้

จากการสอบสวนเจ้าของอาคารพาณิชย์ดังกล่าว ให้ข้อมูลว่าอาคารนี้ มีอายุเก่าแก่ร่วม 40 ปี นำมาเป็นห้องแบ่งให้เช่า ซึ่งตัวเจ้าของซื้ออาคารหลังนี้มาประมาณ 35 ปี

แล้ว แต่ไม่เคยเปลี่ยนสายไฟภายในอาคารเลย ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ที่ได้เข้าไปตรวจสอบเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

ไฟไหม้ตึก แถวใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ ทำคนตาย 2 ศพ

และจะได้นำข้อมูลส่งมอบให้กับตำรวจประมาณ 15 วันอย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน ได้ทำการสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าของอาคาร ญาติผู้เสียชีวิต พยานข้างเคียง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา เจ้าหน้าที่การไฟฟ้า และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เพื่อนำมาประกอบผลการสอบสวน ก่อนที่จะสรุปสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ส่วนศพผู้เสียชีวิต ได้ส่งชันสูตร ที่ นิติเวช รพ.ตำรวจแล้ว

ด้าน นายวุฒิชัย บุญสิทธิ์ ผู้อำนวยการเขตพระนคร พร้อมวิศวโยธาเขตพระนคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ หลังศาลเจ้าพ่อเสือ ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

พร้อมกับพูดคุยสอบถามรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากเพื่อนบ้านทั้งนี้ ทางสำนักงานเขตพระนคร ได้ให้ความช่วยเหลือเรื่องที่อยู่อาศัยในเบื้องต้นโดยให้เจ้าหน้าที่ประสานพัฒนาชุมชน

หาที่พักอาศัยชั่วคราวให้ผู้ประสบภัย หากจำเป็นต้องเช่าเป็นรายเดือนก็พร้อมออกค่าใช้จ่ายให้ก่อน และได้มอบเงินให้กับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนคนละ 1,000 บาท ส่วนผู้ป่วยติดเตียงมอบให้ 2,000 บาท

อีกทั้ง ได้มอบถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือในเบื้องต้นผู้อำนวยการเขตพระนคร กล่าวว่า จากการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร พบว่าที่บริเวณชั้นสามได้รับความเสียหายมากที่สุดอาจจะทรุดตัวลงมาได้

ซึ่งสั่งการให้เจ้าหน้าที่นำประกาศมาติดเป็นเขตห้ามเข้าภายในบ้านอาคารดังกล่าว ขณะที่ อาคารพาณิชย์ใกล้เคียงยังสามารถพักอาศัยได้ เพราะโครงสร้างยังแข็งแรง แม้จะเกิดความเสียหายบ้างเล็กน้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ยิงดับรักสามเส้า มือปืนหนุ่ม สารภาพยิงแค้น ชำระล้างปม

ยิงดับรักสามเส้า

ยิงดับรักสามเส้า มือปืนหนุ่ม สารภาพยิงแค้น ชำระล้างปม

มือปืนยิงหนุ่ม 2 นัด เสียชีวิตคาหมู่บ้านที่เขาย้อย ยอมเข้ามอบตัว รับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เพราะปมแค้นปัญหารักสามเส้า 2 ชาย 1 หญิง ทนแรงกดดันไม่ไหว

ขอเผชิญหน้าต่อบาปความคืบหน้ากรณีเหตุคนร้ายจ่อยิงหนุ่มเสียชีวิตในพื้นที่ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยก่อนเกิดเหตุแฟนสาวบอกว่าได้รับโทรศัพท์ปริศนา

ก่อนจะรีบขี่จักรยานยนต์ออกไป และก่อนเป็น ศพถูกยิง เข้าที่ลำคอและท้อง ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องเหตุได้แล้ว

นายณรงค์สิทธิ์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี เลขที่ 176/2562 ข้อหาฆ่าผู้อื่น, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้

รับอนุญาต และ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรและไม่ได้รับอนุญาต

หนุ่มถูกยิงดับ 2 นัดซ้อน หลังมีคนโทรมานัดพบ สงสัยรองเท้าแตะปริศนาในที่เกิดเหตุ

ยิงดับรักสามเส้า มือปืนหนุ่ม สารภาพยิงแค้น ชำระล้างปม

ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายสถาพร อายุ 27 ปี เสียชีวิตบริเวณเชิงสะพานถนนภายในหมู่บ้าน ต.หนองชุมพล อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี เมื่อคืนวันที่

21 พฤษภาคมที่ผ่านมาพ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะสกุล รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พ.ต.อ.วรวัชร แค้มวงศ์ ผกก.สภ.เขาย้อย เปิดเผยว่าการสอบสวนเบื้องต้น นาย

ณรงค์สิทธิ์ ได้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา สาเหตุมาจากความหึงหวงและทะเลาะวิวาท โดยลงมือก่อเหตุคนเดียวหลังก่อเหตุได้นำอาวุธปืนที่ก่อเหตุไป

ฝังดินไว้ที่ป่าละเมาะข้างทางใกล้กับบ้านพัก จากนั้นได้เข้าบ้านไปสารภาพกับนางบุญล้อมว่าลงมือยิงนายสถาพรเสียชีวิต และก่อนจะรีบขี่จักรยานยนต์หลบหนี

ไปซ่อนตัวในบ้านร้างบริเวณใกล้เคียง ก่อนจะให้ญาติติดต่อขอเข้ามอบตัวในที่สุดเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อย ได้ควบคุมตัว นายณรงค์สิทธิ์ เดินทาง

ไปค้นหาอาวุธปืนของกลาง พบเป็นปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก ใส่ถุงพลาสติกซุกซ่อนฝังดินอยู่ในพงหญ้าข้างทางถนนในหมู่บ้าน และตามตรวจยึดรถจักรยาน

ยนต์ฮอนด้า โนวา 125 อาร์ ที่ใช้เป็นพาหนะขี่หลบหนี ก่อนจะควบคุมตัวนายณรงค์สิทธิ์ดำเนินคดีตามกฏหมายทันที

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หมอดูหญิงตาย ในบ้านร้าง หวั่นถูกข่มขืนแล้วฆ่า

หมอดูหญิงตาย

หมอดูหญิงตาย ในบ้านร้าง หวั่นถูกข่มขืนแล้วฆ่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (21 พ.ค.) เมื่อเวลา 15.00 น. ร.ต.อ.สุพรชัย นีละสมิต รองสารวัตรสอบสวนสถานี

ตำรวจภูธรแสนสุข รับแจ้งว่ามีเหตุผู้เสียชีวิตที่บริเวณบ้านร้าง ถนนรอบเขาสามมุข ตำบลแสนสุข

อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงรุดไปสอบสวนที่เกิดเหตุพบศพหญิงไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 60 ปี

เสียชีวิตมานานประมาณ 1 เดือน สภาพ ศพนอนหงาย ไม่สวมเสื้อผ้า บริเวณที่เกิดเหตุสกปรกรกรุงรัง

หมอดูหญิงตาย ในบ้านร้าง หวั่นถูกข่มขืนแล้วฆ่า

เต็มไปด้วยเสื้อผ้าเก่าจากการสอบถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าวทราบว่า หญิงสาวที่เสียชีวิต

มีอาชีพเกี่ยวกับหมอดูบริเวณชายหาดบางแสน และอาศัยอยู่คนเดียวในบ้านร้างดังกล่าวไม่สุงสิงกับใคร

จนกระทั่งมาพบว่าเสียชีวิตดังกล่าวเบื้องต้น ยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิต จึงได้นำศพส่งสถาบันนิติเวช

เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งหนึ่ง เพราะเกรงว่าหญิงสาวที่เสียชีวิตนั้นอาจจะถูกข่มขืนแล้วฆ่า

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เมาแล้วขับ เสี่ยรถเบนซ์ จ่าย 45ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋

เมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ เสี่ยรถเบนซ์ จ่าย 45ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋

เสี่ยเบนซ์เมาชน รองตี๋ กับภรรยาเสียชีวิต เจรจายอมจ่าย 45 ล้านบาท เพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายสมชาย อายุ 56 ปี พร้อม นายวีรวุฒิ บำรุงใจ ทนายความ และครอบครัว ของ พ.ต.ทจตุพร งามสุวิชชากุล

รอง ผกก.2 บก.ป. นางนุชนาถ ภรรยา และเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย ของทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน

สน.ศาลาแดง เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ค่าเสียหายและเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตนายวีรวุฒิ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ

ทางครอบครัวนายสมชาย ยืนยันว่าจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด รวมทั้งค่าเลี้ยงดูบุตรสาวทั้ง 2 คน ของผู้เสียชีวิต

วันนี้ครอบครัวของ พ.ต.ท.จตุพร และ นางนุชนาถ มาตกลงการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งได้ข้อสรุปต่อหน้าพนักงานสอบ

เมาแล้วขับ เสี่ยรถเบนซ์ จ่าย 45ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋

สวนว่า นายสมชาย จะให้ดูแลค่าไร้อุปการะให้กับมารดาของ พ.ต.ท.จตุพร เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท และให้ทางครอบครัว

ของนางนุชนาถ อีก 2.5 ล้านบาท ส่วนนี้ได้ลงบันทึกประจำวันต่อหน้าพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานแล้วส่วนลูกสาวทั้ง 2 คนนั้น

จะมีการมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง โดย ลูกสาววัย 15 ปี และ ลูกสาววัย 12 ปี จะได้คนละ 15 ล้านบาท แต่เนื่องจากทั้งคู่

เป็นเยาวชนยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะต้องมีการยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้เป็นผู้กำหนดคนดูแลจัด

การทรัพย์สินทั้งหมดของเด็กทั้งสองคน จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะและจะโอนเงินให้ทันที จากนั้น

จะกลับมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ยายข้าวต้มมัด ถูกรถชนหนีเตลิดไม่ลงมาดู

ยายข้าวต้มมัด

ยายข้าวต้มมัด ถูกรถชนหนีเตลิดไม่ลงมาดู

ตำรวจลงพื้นที่เช็กภาพวงจรปิด พบรถต้องสงสัยคล้ายรถบรรทุกแช่แข็ง เฉี่ยวชนยาย ขายข้าวต้มมัด ล่าสุดยายออกจากโรงพยาบาล

ได้แล้ว บ่นอุบ “ถนนก็กว้างยังมาชนกันอีก”ความคืบหน้ากรณีรถปริศนาเฉี่ยวชนคุณยายขายข้าวต้มมัดได้รับบาดเจ็บ

ริมบนถนนสายระกา-กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยที่รถคู่กรณีไม่ได้ลงมาเหลียวแลหรือช่วยเหลือ

ผู้บาดเจ็บ กลับเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างลอยนวล ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้นล่าสุด พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระสัง จ.บุรีรัมย์

ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุก็พบชิ้นส่วนพลาสติกสีขาวที่มีตัวหนังสือคำว่า “ซีฟู๊ด”

ตกอยู่จุดเกิดเหตุแต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของรถคันไหน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง

ยายข้าวต้มมัด ถูกรถชนหนีเตลิดไม่ลงมาดู

และตามเส้นทางที่คาดว่ารถคู่กรณีขับผ่าน กระทั่งพบว่ากล้องวงจรปิดที่บริเวณสหกรณ์การเกษตรกระสัง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร

จับภาพรถกระบะลักษณะคล้ายรถแช่เย็น สำหรับบรรทุกอาหารสด ได้ขับผ่านจุดดังกล่าวช่วงใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุ ซึ่งลักษณะสอดคล้องกับที่ผู้เสียหายให้ข้อมูล

คาดว่าจะสามารถติดตามรถคันดังกล่าวมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้ขณะที่ ยายพรวน อายุ 60 ปี ผู้เสียหายที่ถูกรถชนแล้วหนี ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกระสัง

อาการดีขึ้นตามลำดับ เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาแพทย์ได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว เจ้าตัวเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์

พ่วงรถเข็นไปขายข้าวต้มมัดที่ตลาด บริเวณจุดเกิดเหตุก็เป็นถนน 4 เลน และมีไฟส่องสว่างตลอดทางยายพรวนยืนยันว่าพยายามขับชิดซ้ายมาตลอด ถนนก็กว้าง

แต่รถคู่กรณีก็ยังมาชนตนได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป โดยไม่ได้ลงมาดูอะไรเลย ก็อยากจะให้รถคันที่ชนออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องพักรักษาตัวอีกกี่วัน คงจะกลับไปขายของได้ตามปกติอย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้ใจบุญในโซเชียลมีเดีย

ได้ติดต่อบริจาคเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นค่าซ่อมรถและค่าขนมที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มียอดบริจาคช่วยเหลือมากว่า 50,000 บาท

ทางยายฝากขอบคุณทุกความช่วยเหลือ และไม่อยากรับเงินบริจาคใดๆ อีกแล้ว เพราะเท่านี้เพียงพอแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สั่งตามล่า พระสายซิ่ง เมา ขับสายเป็นงู หลังหนีไปได้ก่อนพิธีสึก

สั่งตามล่า

สั่งตามล่า พระสายซิ่ง เมา ขับสายเป็นงู หลังหนีไปได้ก่อนพิธีสึก

ตำรวจชัยภูมิ-ขอนแก่นแท็กมือกัน ตามล่า “พระสุขสันต์” ภิกษุสายอาบัติ เมากร่าง-ขับรถส่ายเป็นงู

แอบหนีไปได้ระหว่างถูกจับเข้าพิธีสึกสืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายประไพร รัตนมงคล กำนันตำบลโนนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า

พบพระภิกษุเป็นพระลูกวัดที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลบ้านยาง มีอาการคล้ายคนเมา พูดจาวกวน

โวยวายพูดจาไม่รู้เรื่อง ทราบชื่อต่อมาคือ พระสุขสันต์ กันเย็น อายุประมาณ 35-40 ปี โดย

ได้ขับรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ มาพร้อมกับ นายสันติ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

สั่งตามล่า พระสายซิ่ง เมา ขับสายเป็นงู หลังหนีไปได้ก่อนพิธีสึก

พระสุขสันต์ได้ขับรถส่ายไปมาเป็นน่าหวาดเสียว ผ่านเข้าไปในเขตชุมชนพื้นที่ตำบลโนนทอง

ซึ่งในขณะนั้นได้มีชาวบ้าน และนักเรียนกำลังเลิกเรียนกลับบ้าน ชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

ขึ้นได้ จึงได้แจ้งกำนันประไพร พร้อมเจ้าหน้าที่รีบเดินทางไปตรวจสอบทันทีซึ่งจากการตรวจ

สอบพบว่าบุคคลทั้ง 2 อยู่ในอาการมึนเมา แทบจะยืนทรงตัวไม่ได้ เมื่อพระสุขสันต์ที่นั่งอยู่ฝั่ง

คนขับเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้พยายามขับรถหลบหนี แต่กำนันประไพรได้นิมนต์ขอให้หยุดและพูดคุยกันก่อน

พระสุขสันต์ จึงได้เล่าด้วยเสียงมึนเมาว่า ตนเป็นพระลูกวัดบ้านเดื่อ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ

พร้อมทั้งได้ยอมรับว่าทั้งอาตมาและนายสันติได้พากันไปดื่มเหล้ามาจนมึนเมา ซึ่งขณะที่

นายสันติ ลงมาจากรถ ถึงกับล้มกลิ้งไปบนพื้นที่ถนน เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพยุงตัวให้ลุกขึ้นมา

อีกทั้งภายในตัวพระสุขสันต์ยังพบเหล้าขาวอีก 2 ขวด กำนันและชาวบ้านจึงได้ช่วยกันตัวทั้ง

พระสุขสันต์และนายสันติ ที่เป็นลูกศิษย์วัดไปสงบสติอารมณ์ที่วัดบริบูรณ์ และรอให้เจ้าคณะตำบล

พิจารณาทำการสึกแต่พระสุขสันต์ยังอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงได้ให้พักผ่อนไป

ก่อนจะทำพิธีสึกในช่วงเช้าต่อไป แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา พระสุขสันต์กลับหายตัวไป ชาวบ้าน

แจ้งว่าพระสุขสันต์ได้ขับรถหลบหนีไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดแล้ว มุ่งหน้าไปทางอำเภอชุมแพ

โดยขับขี่ด้วยความเร็วสูงและส่ายไปมาเช่นเดิมทั้งนี้คาดว่าพระสุขสันต์ น่ากลัวจะถูกจับสึก

จึงได้ขับรถหลบหนีไปก่อน ซึ่งได้ประสานไปยัง สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ให้ช่วยสกัดจับตาม

เส้นทางต่างๆ แล้ว ซึ่งล่าสุดก็ยังไม่พบตัวพระสุขสันต์ พระเมากร่างซิ่งเก๋งรายนี้แต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ชายหนุ่ม มัวเล่นมือถือ โจรตาม มีดแทง ชิงเงิน 250 บาท

ชายหนุ่ม

ชายหนุ่ม มัวเล่นมือถือ โจรตาม มีดแทง ชิงเงิน 250 บาท

สองคนร้าย ใช้เก้าอี้ฟาดและใช้มีดแทงหนุ่มวัย 19 ปี ชิงทรัพย์ ขณะที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถือหลังเลิกงานในช่วงตี2

สังคมออนไลน์ ในพื้นที่ จ.สงขลา ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยเหตุการณ์ขณะชายวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนถนน

และถูกคนร้ายวิ่งเข้ามาจากด้านหลังใช้เก้าอี้ฟาดเข้าที่ศีรษะหลายครั้งและตั้งตัวแทบไม่ทันจนต้องวิ่งหนี และยังมีคนร้ายอีกคนที่วิ่งตามมารุมทำร้าย

และช่วย ชิงทรัพย์ ชายวัยรุ่นคนนี้ไปเหตุเกิดเมื่อช่วงตี2 ของคืนวันที่18 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนสามชัยเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา

และมีการแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากทั้งสงสารชายที่ถูกทำร้ายและภัยสังคมจากมิจฉาชีพที่ลงมือก่อเหตุได้ตลอดเวลาผู้สื่อข่าว

ได้ไปพบกับชายวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายคนนี้ คือ นายอัศจรรย์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นพนักงานของร้านสลิปเลท คอนเนอร์ สถานบันเทิงชื่อดัง

ชายหนุ่ม มัวเล่นมือถือ โจรตาม มีดแทง ชิงเงิน 250 บาท

ซึ่งอยู่ในย่านเกิดเหตุ และสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ นายอัศจรรย์ ยังอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บถูกตีที่ศีรษะและถูกแทงด้วยมีดที่บริเวณก้น

นายอัศจรรย์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ช่วงตี2 หลังเลิกงานได้เดินไปร้านสะดวกซื้อขากลับได้สังเกตเห็นชาย 2 คนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมถนน

แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรก็เดินผ่านไปตามปกติและเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย แต่ปรากฏว่าได้ถูกชายชายคนหนึ่งวิ่งเอาเก้าอี้ไม้มาตีจากข้างหลังถึง 6 ครั้ง

ส่วนชายอีกคนก็วิ่งเอามีดมาแทง ชิงกระเป๋าสตางค์ ภายในมีเงินสด 250 บาท บัตรประชาชนและบัตรเอทีเอ็ม วิ่งหลบหนีไป

ตนจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนและพาไปส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่พบว่าที่ศีรษะซ้ายมีแผนเป็นรูปกากบาต 4 เซ็น

และแผลถูกแทงที่บริเวณก้น กว้าง 2 นิ้ว ลึก1 นิ้วและได้เข้าแจ้งความกับร.ต.ท.วีรวัฒน์ เสาวโค รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่

ไว้แล้วเพื่อให้ติดตามจับกุมคนร้ายทั้งสองคน สำหรับคดีนี้ทางชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ กำลังอยู่ระหว่างการแกะรอยจากกล้องวงจรปิด

ในบริเวณเกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายทั้งสองคน และมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมได้อย่างแน่นอนในเร็วๆนี้

เนื่องจากภาพของคนร้ายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดเจน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com