เพราะความรัก สาวปล้นเหล้าเป็นลังคาห้าง สารภาพจะเอาไปเปย์กิ๊กหนุ่ม

เพราะความรัก

เพราะความรัก สาวปล้นเหล้าเป็นลังคาห้าง สารภาพจะเอาไปเปย์กิ๊กหนุ่ม

สาวใหญ่จากหนองคาย ดอดขโมยเหล้า 3 หลัง แล้วเข็นออกมาไม่จ่ายเงิน สารภาพ ว่าตั้งใจมาขโมยเอาไปเลี้ยงกิ๊กหนุ่มรุ่นน้อง หวังตอกย้ำความสัมพันธ์(28 มิ.ย.) ร.ต.อ.นันทวัฒน์ สิงโต รองสวป. สภ.เมืองอุดรธานี พร้อม

ด้วยตำรวจสายตรวจ 191 ได้ร่วมกันจับกุม นางคำเพียร อายุ 42 ปี พร้อมของกลางเหล้าขาว จำนวน 3 ลัง หรือ 72 ขวด เป็นเงิน 4,392 บาท เหล้าหงส์ทอง จำนวน 6 ขวด ราคา1,494 บาท รวมมูลค่า 5,886 บาท

ในข้อหาลักทรัพย์ โดยจับกุมได้ภายห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลนครอุดรธานีสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากห้างสรรพสินค้าว่า ได้มีหญิงสาวเข้ามาทำทีซื้อสินค้า แต่ได้ขโมยเหล้าใส่รถเข็น ซึ่งไม่

ผ่านพนักงานเคาน์เตอร์ในการจ่ายเงิน ก่อนจะเข็นรถลงไปชั้นล่างและกำลังจะออกไปที่ลานจอดรถ รปภ.ได้ไปควบคุมตัวเอาไว้  บาคาร่า  โดยมี นายถาวร อายุ 46 ปี พนักงานหัวหน้าแผนกป้องกันการสูญหายของห้างสรร

สินค้า เป็นผู้ได้รับมอบอำนาจ ชี้ให้ตำรวจทำการจับกุมตัว นางคำเพียร ก่อนนำตัวพร้อมของกลางมาที่โรงพักนางคำเพียร ให้การรับสารภาพว่า ตนได้ตั้งใจจะมาขโมยเหล้าในห้างสรรพสินค้า เนื่องจากเมื่อวานนี้ได้นั่งดื่ม

เพราะความรัก สาวปล้นเหล้าเป็นลังคาห้าง สารภาพจะเอาไปเปย์กิ๊กหนุ่ม

เหล้ากับเพื่อนที่ จ.หนองคาย โดยเพื่อนได้พูดขึ้นมาในวงเหล้าบอกว่า ถ้าไม่มีเงินซื้อเหล้าดื่มกันในวันพรุ่งนี้ ก็ให้ไปขโมยเหล้าในห้างสรรพสินค้า เพื่อเอามาดื่มกัน รวมไปถึงจะได้เอาไปเลี้ยงกิ๊กหนุ่มรุ่นน้อง ที่แอบคบหา

กันมาได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการเอาใจกิ๊กหนุ่มด้วย เนื่องจากตนเป็นแม่ม่าย แฟนทิ้งไปมาหลายปีแล้ว จึงหันมาดื่มเหล้าทุกวันโดยส่วนใหญ่ก่อนหน้านี้ตนจะไปนั่งดื่มเหล้าที่บ้านเพื่อน จ.หนองคาย และแถวบ้าน

ถ่อน อ.เมืองอุดรธานี กระทั่งได้ไปเจอหนุ่มรุ่นน้องได้พูดคุยถูกใจกัน จึงได้แอบคบหาดูใจกัน ด้วยความคิดกิ๊กหนุ่ม คิดว่าจะทำอย่างไรให้ได้เห็นหน้าเขา อีกทั้งตนไม่มีเงินและเพื่อนก็ไม่เงินด้วยเช่นกัน จึงได้วางแผนมา

ขโมยเหล้าที่ห้างสรรพสินค้า เพื่อจะเอาไปดื่มสังสรรค์กัน และจะเรียกกิ๊กมาดื่มด้วยกันพ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า หญิงสาวรายนี้ ได้ตรวจสอบประวัติพึ่งเข้ามาก่อเหตุครั้งแรกในจังหวัดอุดรธานี

มีเจตนาตั้งใจมาขโมยเหล้าในห้างสรรพสนค้า โดยเดินทางมาจาก จ.หนองคาย แล้วเอาเหล้าใส่รถเข็น แล้วทำเป็นเข็นรถออกมาช่องทางเดินเข้า-ออก ซึ่งไม่ผ่านพนักงานเคาน์เตอร์จ่ายเงิน ก่อนที่จะเข็นรถลงไปชั้นล่าง

ซึ่งได้ผ่านเครื่องสแกนอ่านบาร์โค้ดสินค้า ปรากฏว่าเครื่องร้องดังขึ้นหลังจากนั้น รปภ.ของห้าง จึงได้ลงไปชั้นล่าง เพื่อทำการสอบถาม และขอดูบิลการชำระสินค้า แต่ปรากฏว่าไม่มีมาแสดง ซึ่งก็ยอมรับว่าตั้งใจมาขโมย

เหล้า สาเหตุที่ทำลงไปนั้นด้วยความรักทำให้ตาบอด ต้องการเอาเหล้าไปเลี้ยงกิ๊กแฟนหนุ่มรุ่นน้องและเพื่อนดังกล่าว…

เจ็บสาหัส 2 บิ๊กไบค์ชนประสานงากระบะ เพิ่งถอยออกจากเต็นท์

เจ็บสาหัส 2

เจ็บสาหัส 2 บิ๊กไบค์ชนประสานงากระบะ เพิ่งถอยออกจากเต็นท์

วงจรปิดจับภาพนาทีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ พุ่งชนประสานงารถกระบะที่เพิ่งถอยจากเต็นท์รถมาวันแรก เป็นเหตุทำให้ เด็กนักเรียน บาดเจ็บสาหัส 2 คน

ภาพจากกล้องจรปิดเผยให้เห็นนาทีรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ชนประสาน งากับรถกระบะที่เพิ่งถอยจากเต็นท์รถในวันแรก ทำให้นักเรียนชายและหญิงที่ขี่บิ๊กไบค์มาได้บาดเจ็บสาหัส เนื่องจากนักเรียนหญิงถูกรถยนต์ที่วิ่งตาม

มาเหยียบทับร่างซ้ำ แต่ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนักเรียนชาย อาการยังไม่พ้นวิกฤติ ต้องอยู่ในห้องไอซียูจากกรณี เกิดอุบัตเหตุ รถกระบะที่เพิ่งถอยออกมาจากเต็นท์วันแรกชนกับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์บนถนน

สัจจกุล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ บิ๊กไบค์ ซึ่งเป็นนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคหาดใหญ่ ได้บาดเจ็บสาหัส 2 คน ทั้งคนขับซึ่งเป็นผู้ชายและคนซ้อนท้ายที่เป็นผู้หญิง ถูกรถยนต์ที่ขับตาม

เจ็บสาหัส 2 บิ๊กไบค์ชนประสานงากระบะ เพิ่งถอยออกจากเต็นท์

หลังมาเหยียบร่างซ้ำล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพเหตุการณ์จากกล้อง วงจรปิดขณะเกิดเหตุ บาคาร่า  ซึ่งสามารถบันทึกเสี้ยววินาทีแห่งชีวิต ขณะรถทั้ง 2 คันพุ่งชนกันเอาไว้ได้ โดยรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับออกมา

จากช่องทางคู่ขนานอย่างเร็ว และพุ่งชนกับรถยนต์กระบะที่วิ่งสวนมาและขับกินเลนเข้า มายังเลนขวาสุดซึ่งเป็นเลนสำหรับรถที่วิ่งสวนมาวิถีการชนของรถทั้ง 2 คันทำให้นักเรียนชายและหญิงที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์

กระเด็นตกจากรถไปบนถนน โดยเฉพาะนักเรียนหญิงถูกรถยนต์ที่วิ่งตามหลังรถกระบะมา เหยียบซ้ำติดอยู่ใต้ท้องรถ นอกจากนี้ยังมีรถจักรยานยนต์ที่ขับตามกันมากระแทกกับรถยนต์อีกคัน ทำให้เสียหลักล้มลงไปด้วย ซึ่ง

ภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่ตำรวจจะนำไปใช้ประกอบการสอบสวน คดีนี้สำหรับอาการของนักเรียนทั้ง 2 คน เด็กนักเรียนหญิงที่ถูกรถยนต์แล่นทับซ้ำ ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว แต่นักเรียนชายยัง

คงอยู่ในห้องไอซียู เพราะมีอาการเลือดคั่งในสมองกับเลือดออกในช่องท้อง ทำให้ยังไม่รู้สึก ตัว แพทย์ต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิด…

เติมน้ำมันไม่จ่าย แทงเด็กปั๊มซ้ำ คดีติดตัวเด็กแว้น6 ปีก่อน

เติมน้ำมันไม่จ่าย

เติมน้ำมันไม่จ่าย แทงเด็กปั๊มซ้ำ คดีติดตัวเด็กแว้น6 ปีก่อน

ตำรวจกองปราบเข้ารวบตัวอดีตเด็กแว้น หมายจับติดตัวถึงปัจจุบัน หลังเมื่อปี 6 ที่แล้ว เติมน้ำมันและไม่ยอมจ่ายเงิน ก่อเหตุใช้มีดไล่ แทงเด็กปั๊ม บาดเจ็บนายนวพล หรือ เบียร์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเยาวชน

และครอบครัวจังหวัดนครปฐมที่ 39/2556 ลงวันที่ 28 มิถุนายน 2556 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป,ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นเพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผล

ประโยชน์อันเกิดแก่การที่ตนได้กระทำความผิดอื่น,ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ,ร่วมกันพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุ อันสมควร ถูก

ตำรวจกองปราบปราม และตำรวจ สภ.โพธิ์แก้ว ร่วมกันจับกุมสืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2556 ผู้ต้องหากับพวกรวม 6 คน  บาคาร่า ได้ขับขื่รถจักรยานยนต์(แว้น)กันมาหลายคันได้มาเติมน้ำมันที่ปั๊มเอสโซ่

เติมน้ำมันไม่จ่าย แทงเด็กปั๊มซ้ำ คดีติดตัวเด็กแว้น6 ปีก่อน

ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม พนักงานบริการ (เด็กปั๊ม) ได้มาเติมน้ำมันให้ เมื่อมาขอเก็บเงิน ปรากฏว่ากลุ่มเด็กแว้นดังกล่าวไม่ยอมจ่ายเงินแต่กลับชักอาวุธมีดมาไล่แทงและทำร้ายร่างกายเด็กปั๊มแล้วขับขี่รถ

จักรยานยนต์หลบหนีไปต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้น ได้มาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว จนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาได้มาทำงาน

อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านรัชดาภิเษก เมื่อเดินทางไปตรวจสอบก็พบผู้ต้องหายืนอยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรมดังกล่าว จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งได้แสดงหมายจับให้ดู และให้อ่านด้วยตนเองทั้งนี้ ผู้

ต้องหาทราบและเข้าใจดี และรับว่าตนเองเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิให้ทราบ โดยที่ผู้ถูกจับให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

หลังจากการสอบสวนแล้วเสร็จจึงได้คุมตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

รอยเลือดนำทาง ฆ่าโหดชายวัย 47 ฟันคอเกือบขาด แทงทะลุหลัง

รอยเลือดนำทาง

รอยเลือดนำทาง ฆ่าโหดชายวัย 47 ฟันคอเกือบขาด แทงทะลุหลัง

(17 มิ.ย. 62) เมื่อเวลา 22.30 น. พ.ต.ท.สัมพันธ์ พงศ์พิพัฒน์ สว.สอบสวน สภ.โรงช้าง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งมีเหตุชายถูก อาวุธมีด แทงฟันจนเสียชีวิต ริมถนนเข้าหมู่บ้าน บริเวณหลังวัดโพธิ์ หมูที่ 4

ต.โรงช้าง อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง  บาคาร่า  อยุธยาในจุดเกิดเหตุเป็นทางเปลี่ยวมืด ไม่มีไฟส่องสว่าง ริมถนนพบศพ

นายสมาน อายุ 47 ปี สภาพศพนอนตะแคงข้างงอตัว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ ไม่สวมเสื้อ สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ ตามร่างกายมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม จนเป็นแผลเหวอะหวะโดยที่ลำคอมีบาดแผลหวิดขาด บริเวณท้อง

ถูกแทงจนทะลุหลังอีก 1 แผล เลือดไหลนองพื้นถนน ใกล้กันพบขวดเครื่องดื่มชูกำลัง บรรจุสุราตกอยู่ 1 ขวด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานจากการสอบถาม นางมาลัย อายุ 43 ปี หลานสาวผู้ตาย ทราบว่า ตนเอง

ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านมาเพื่อจะไปดื่มสุรากับเพื่อน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ พบว่านายสนาม นอนอยู่คิดว่าเมา จึงจะไปปลุกแต่แสงไฟจากรถมองเห็นได้ว่าที่คอนายสมานมีร่องรอยการถูกฟันจนเกือบขาด ตนเอง

รอยเลือดนำทาง ฆ่าโหดชายวัย 47 ฟันคอเกือบขาด แทงทะลุหลัง

ตกใจมากจึงรีบกลับไปตามคนที่บ้านออกมาช่วย พบว่านายสนามเสียชีวิตไปแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบนายสมาน ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร ชอบดื่มสุราเป็นประจำทุกวันเวลาเมาจะเดินร้องเพลงทักทาย

คนในหมู่บ้าน ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเย็นนายสมานได้ไปเตะฟุตบอลกับเด็กวัยรุ่น มีพยานพบเห็นนายสมาน เดินกลับเข้าบ้านพักมาตามถนน เมื่อช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. ซึ่งจุดที่พบศพห่างจากบ้านประมาณ 800 เมตร

มาถูกคนร้ายฆ่าก่อนที่จะถึงบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังตรวจสอบหาพยานหลักฐานในบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุ พบรอยเลือดหยดเป็นทางไปถึงบ้านหลังหนึ่ง อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบที่บันได

บ้านพบเลือดหยดเป็นทางขึ้นไปบนบ้าน ตรวจสอบภายในบ้านไม่มีคนอยู่ภายในบ้าน เปิดไฟทิ้งเอาไว้ ส่วนรถยนต์เก๋งและคนในบ้าน ซึ่งจะอาศัยอยู่ด้วย 3 คนเป็นพ่อแม่ลูกหายตัวไป เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน

พระนครศรีอยุธยา จึงได้เก็บรอยหยดของเลือดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมตรวจสอบดีเอ็นเอว่าเป็นของผู้เสียชีวิตหรือไม่ โดยจะทำการติดตามตัวเจ้าของบ้านมาสอบสวนอย่างละเอียด

ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนายสมานหรือไม่…

เพื่อนร่วมงาน ขโมยต้นมะละกอ ช่างหนุ่มโมโหจัด ฮึดสู้ไม่ไหวชักปืนยิงดับ

เพื่อนร่วมงาน ขโมยต้นมะละกอ ช่างหนุ่มโมโหจัด ฮึดสู้ไม่ไหวชักปืนยิงดับ

มิตรภาพถึงวันแตกดับ ช่างหนุ่มชอบปลูกผักสวนครัวไว้กินในกระถางหน้าโรงงาน แต่เพื่อนร่วมงานมักขโมยเอาไปให้คนอื่น โดยอ้างว่าเกะกะทาง เปิดฉากด่า ทะเลาะวิวาท ชกสู้ไม่ไหว-ชักปืนปากกายิงใส่

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบสภาพศพของนายอาคม อายุ 37 ปี ภายในโรงงานโรงงานผลิตตาชั่งแป้งมัน ภายในซอยพุฒศรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ พบมีแผลถูกยิงด้วย

อาวุธปืนเข้าที่หน้าอก 1 นัด ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายมงคลวาร อายุ 35 ปี ได้ยืนรอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  บาคาร่า  พร้อมกับอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .38 ที่ใช้ก่อเหตุ

นายมงคลวาร ให้การสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยก่อนหน้านี้ตนกับผู้ตายเป็นเพื่อนกันมานาน ก่อนจะชักชวนผู้ตายมาทำงานที่โรงงานแห่งนี้ โดยทำหน้าที่เป็นช่างเชื่อมเหล็ก ระหว่างที่ทำงานอยู่ที่โรงงาน ตนได้นำ

เมล็ดพืชผักสวนครัวเข้ามาเพาะปลูกในกระถางต้นไม้เพื่อเก็บไว้กินที่หน้าโรงงาน เมื่อผักเริ่มออกผลเติบโตขึ้น ผู้ตายก็จะชอบยกกระถางผักไปให้เพื่อนที่ขายหมู่ปิ้งในซอยเดียวกัน โดยอ้างว่าเกะกะ

เพื่อนร่วมงาน ขโมยต้นมะละกอ ช่างหนุ่มโมโหจัด ฮึดสู้ไม่ไหวชักปืนยิงดับ

ตนก็เคยออกปากเตือนหลายครั้งแล้ว แต่ผู้ตายก็ไม่ยอมฟัง กระทั่งก่อนเกิดเหตุ ตนทราบว่าผู้ตายได้ยกกระถางต้นมะละกอออกไปให้เพื่อนคนเดิมอีก ตนจึงหมดความอดทนและเข้าไปต่อว่า และมีปากเสียงถึงขั้นชกต่อย

กัน ช่วงระหว่างล้มลงกับพื้นและกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่นั้น ตนสู้แรงไม่ไหว เพราะผู้ตายเคยเป็นนักมวยเก่า จึงได้ชักอาวุธปืนปากกาที่พกติดตัวไว้ออกมาจ่อยิงใส่หน้าอกในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า น่าจะมาจาก

ปัญหาที่ทั้งสองเกิดมีปากเสียงเรื่องที่ผู้ก่อเหตุไม่พอใจที่ผู้ตายมักขโมยผักไปให้คนอื่น กระทั่งวันนี้มาทราบว่าได้ยกกระถางต้นกล้ามะละกอไปอีก จึงนำมาสู่ชนวนเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ได้คุมตัวผู้ก่อเหตุไปที่ สภ.เมือง

สมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…

รถเก๋งจอด ใต้อพาร์ตเมนต์มา 2-3 วัน จนศพกลิ่นโชย พบศพหนุ่มดับปริศนา

รถเก๋งจอด

รถเก๋งจอด ใต้อพาร์ตเมนต์มา 2-3 วัน จนศพกลิ่นโชย พบศพหนุ่มดับปริศนา

หนุ่มใหญ่พนักงานขับรถ เสียชีวิตปริศนา ในรถเก๋งย่านห้วยขวาง คาดเสียชีวิตมาประมาณ 2 – 3 วัน จนศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็น(16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 03.00 น. พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร พร้อมด้วยแพทย์

เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและมูลนิธิอาสาสมัคร เข้าตรวจสอบเหตุผู้เสียชีวิตภายในรถเก๋งฮอนด้า บาคาร่า  รุ่นซีวิค สีขาว ที่จอดไว้ภายในลานจอดรถอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งบริเวณซอย 20 มิถุนา เขตห้วยขวาง กทม.

โดยในที่เกิดเหตุ รถยนต์คันดังกล่าวจอดดับเครื่องยนต์โดยกระจกด้านคนขับถูกเปิดทิ้งไว้ แต่ภายในทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุรเดช อายุ 46 ปี นอนเสียชีวิต อยู่ที่เบาะนั่งด้านคนขับ คาดว่าเสียชีวิตมาประมาณ 2 – 3 วัน

รถเก๋งจอด ใต้อพาร์ตเมนต์มา 2-3 วัน จนศพกลิ่นโชย พบศพหนุ่มดับปริศนา

โดยศพเริ่มส่งกลิ่นเหม็นพยานระบุว่า ผู้เสียชีวิต มีอาชีพเป็นพนักงานขับรถให้กับนายจ้างชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้พักอาศัยอยู่ร่วมกับเพื่อนชายอีกหนึ่งคนที่อพาร์ตเมนต์แห่งนี้ มานานกว่า 5 ปี แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อเพื่อน

ร่วมห้องได้ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตจากการพูดคุยกับแพทย์ เบื้องต้น คาดว่าผู้ตายอาจจะมีโรคประจำตัวจึงทำให้เสียชีวิตอย่างกะทันหันภายในรถ…

ยิงโหดแม่ลูก2ศพ หนุ่มคลั่ง ก่อนยิงตัวเองหนีความผิด

ยิงโหดแม่ลูก2ศพ

ยิงโหดแม่ลูก2ศพ หนุ่มคลั่ง ก่อนยิงตัวเองหนีความผิด

นายจิรภรณ์ อายุ 39 ปี กำลังนั่งอยู่บนที่นอนภายในบ้านเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาก่อนที่จะลุกเดินไปเข้าห้องน้ำและไป หยิบอาวุธปืน ขนาด 11 มม.ที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าพกใส่เอวและลงมาจากบ้านก่อนที่จะไปก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง

นางสาวรุ่งรุจี อายุ 20 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของนายจิรภรณ์เสียชีวิต ขณะที่กำลังเก็บพริกสดอยู่ในสวนใกล้บ้านหลังดังกล่าวและยิงนางจำปี อายุ 53 ปี มารดาของนางสาวรุ่งรุจีที่เข้ามาห้ามเสียชีวิตไปอีก 1 คนต่อหน้าคน

งานที่กำลังเก็บพริกสดอยู่ในสวนนับ 10 คน ก่อนที่นายจิรภรณ์วิ่งกลับเข้ามาที่บ้านและหนีขึ้นไปอยู่บนบ้านจน  บาคาร่า  กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าวเพื่อจับกุมแต่นายจิรภรณ์ใช้อาวุธปืนกระบอก

เดียวกันยิงตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.วิเศษชัยชาญต้องเร่งนำร่างส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ เพื่อช่วยชีวิต เบื้องต้นอาการสาหัสนางลำพึง อายุ 60 ปี ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เปิดเผยว่า

ยิงโหดแม่ลูก2ศพ หนุ่มคลั่ง ก่อนยิงตัวเองหนีความผิด

ขณะที่ตนเองและผู้เสียชีวิตรวมถึงคนงานกำลังเก็บพริกสดอยู่ในสวนหน้าบ้าน นายจิรภรณ์ ซึ่งเป็นเครือญาติกันเดินเข้าไปหา น.ส.รุ่งรุจีและใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัดจน น.ส.รุ่งรุจีล้มลงนางจำปี ซึ่งเป็นแม่ที่กำลังเก็บพริก

อยู่ใกล้ๆกันจึงวิ่งเข้าไปห้ามนายจิรภรณ์จึงใช้อาวุธปืนยิงนางจำปีอีกคนจนล้มลงใกล้กันก่อนที่พวกตนจะวิ่งหนีเอาตัวรอด ก่อนที่นายวิชาญ สามีของตนจะรีบโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบขณะที่นายอดิศักดิ์ อายุ 49 ปี สามี

และพ่อของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่ารู้สึกงงว่านายจิรภรณ์ยิงลูกสาวและภรรยาของตนเพราะก็เป็นเครือญาติกัน บ้านก็อยู่ตรงข้ามกัน เมื่อวานก็ยังคุยกันอยู่ดีๆ จึงไม่รู้ว่าทำไมนางจิรภรณ์ถึงก่อเหตุเช่นนี้สำหรับนายจิรภรณ์ เคย

ถูกจับในข้อหามียาเสพติด(ยาบ้า)ไว้ในความครอบครอง และมีประวัติเสพยาเสพติด ก่อนที่จะพ้นโทษมาได้ไม่นานมากนัก ระยะหลังดื่มสุราจนติดอย่างหนัก และมีเรื่องระหองระแหงกับนางสาวรุ่งรุจีเป็นประจำจนกระทั่งมา

ก่อเหตุสลดนี้…

อ้อแอ้ จำคุกตลอดชีวิต ลักลอบนำยาอีแบบใหม่ลายการ์ตูน มาขายในไทย

อ้อแอ้

อ้อแอ้ จำคุกตลอดชีวิต ลักลอบนำยาอีแบบใหม่ลายการ์ตูน มาขายในไทย

(13 มิ.ย. 62) ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก อ่านคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ คดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.อัมพิกา ปะติตัง หรือ อ้อแอ้ อายุ 26 ปี ชาว จ.หนองคาย น.ส.วรารัตน์ จันทมาส

หรือ แอ๋ม อายุ 26 ปี  บาคาร่า  ชาวกรุงเทพมหานคร และนายทรงพล ทมิยะ อายุ 34 ปี ชาว จ.นนทบุรี เป็นจำเลยที่ 1- 3 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และ พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำ

ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 4-8 มี.ค. 2561 จำเลยทั้ง 3 ร่วมกันซื้อยาอีของกลางจำนวน 5,731 เม็ด ซึ่งเป็นยาอีรูปแบบใหม่ลายการ์ตูนโดยเดินทางจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อ

อ้อแอ้ จำคุกตลอดชีวิต ลักลอบนำยาอีแบบใหม่ลายการ์ตูน มาขายในไทย

ลักลอบนำมาจำหน่ายและถูกจับกุมตัวได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ เบิกตัวจำเลยทั้ง 3 มาจากเรือนจำฯ โดยศาลพิเคราะห์แล้ว ในส่วนของ น.ส.อัมพิกา หรือ อ้อแอ้ เห็นว่า กระทำผิดตามฟ้อง ฐานนำ

เข้ายาอีมาจำหน่ายในประเทศ พิพากษาประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพทั้งชั้นสอบสวนและชั้นศาล มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1 ไว้ตลอดชีวิต ส่วนจำเลยที่ 2 และ 3 ศาลยกประโยชน์

ความสงสัยให้จำเลยทั้ง 2 พิพากษายกฟ้อง…

ยิงแค้นคาสวนพริก ชักปืนยิง 2 แม่ลูกตาย ก่อนหนีขึ้นบ้านลั่นไกตัวเองหนีความผิด

ยิงแค้นคาสวนพริก

ยิงแค้นคาสวนพริก ชักปืนยิง 2 แม่ลูกตาย ก่อนหนีขึ้นบ้านลั่นไกตัวเองหนีความผิด

หนุ่มตื่นนอนมาคลั่ง ชักปืนยิงโหดแม่ลูก 2 ศพกลางสวนพริก ก่อนจ่อยิงตัวเองหนีความผิด ญาติยังมึน ประเด็นฆ่า หลังเคยมีปากเสียงเล็กๆ น้อยๆ กับผู้เสียีชีวิต แต่ไม่ถึงขั้นต้องลงมือฆ่าแกงกัน(12 มิ.ย.) ภาพจากกล้อง

วงจรปิดภายในบ้านหลังหนึ่งใน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง จับภาพช่วงเวลาที่ นายจิรภรณ์ อายุ 39 ปี กำลังนั่งอยู่บนที่นอน ก่อนที่จะลุกขึ้นมาหยิบอาวุธปืนขนาด 11 มม. ในตู้เสื้อผ้า แล้วเหน็บใส่เอว เดินลงมาจากบ้าน

ก่อนจะไปก่อเหตุยิงใส่ นางสาวรุ่งรุจี อายุ 20 ปี ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลาน เสียชีวิตระหว่างกำลังเก็บพริกสดอยู่ในสวนพร้อมกับใช้ปืนกระบอกเดียวกันยิงใส่ นางจำปี อายุ 53 ปี แม่ของนางสาวรุ่งรุจี ที่เข้ามาห้ามเหตุการณ์ ทำให้

เสียชีวิตไปอีกราย ต่อหน้าต่อตคนงานที่กำลังเก็บพริกสดอยู่ในสวนเป็นจำนวนมากหลังจากนั้น นายจิรภรณ์  บาคาร่า   ได้วิ่งหนีกลับมาที่บ้าน กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว

หลังจากนั้น นายจิรภรณ์จึงได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกัน ยิงใส่ตัวเองได้รับบาดเจ็บสาหัส ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.วิเศษชัยชาญต้องเร่งช่วยเหลือนำส่ง รพ.วิเศษชัยชาญ เบื้องต้นอาการยังบาดเจ็บ

สาหัสนางลำพึง อายุ 60 ปี ที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย เปิดเผยว่า ระหว่างที่ตนกับผู้เสียชีวิตและคนงานกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บพริกสดอยู่ในสวนหน้าบ้านนั้น นายจิรภรณ์ เป็นเครือญาติกันเดินเข้าไปหา น.ส.รุ่งรุจี ก่อนจะใช้อาวุธ

ปืนยิงใส่หลายนัด ทำให้ นางจำปี ผู้เป็นแม่รีบวิ่งเข้าไปห้ามปราบ ทำให้ถูกยิงตามไปด้วยอีกราย ตนกับคนงานขึงรีบวิ่งหนีเอาตัวรอดกันต่อมา สามมีของตนจึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าตำรรวจให้มาตรวจสอบ โดยขณะที่เจ้า

ยิงแค้นคาสวนพริก ชักปืนยิง 2 แม่ลูกตาย ก่อนหนีขึ้นบ้านลั่นไกตัวเองหนีความผิด

หน้าที่ตำรวจกำลังเข้ามาอยู่นั้น ปรากฏว่าได้มีเสียงยิงดังปืนขึ้น 1 นัด ก่อนจะพบว่า นายจิรภรณ์ ใช้ปืนยิงตัวเองอยู่บนบ้านแล้วขณะที่นายอดิศักดิ์ อายุ 49 ปี สามีและพ่อของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังรู้สึกงงกับสาเหตุที่

เกิดเหตุ ไม่เข้าใจว่าทำไมนายจิรภรณ์ถึงมายิงลูกสาวและภรรยาของตน เพราะก็เป็นเครือญาติกัน บ้านก็อยู่ตรงข้ามกัน เมื่อวานก็ยังเห็นคุยกันอยู่ดีๆ จึงไม่รู้ว่าทำไมนายจิรภรณ์ถึงก่อเหตุเช่นนี้สำหรับ นายจิรภรณ์ ก่อนหน้านี้

เคยถูกจับในข้อหามียาเสพติด(ยาบ้า)ไว้ในความครอบครอง และมีประวัติเสพยาเสพติด ก่อนที่จะพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน โดยระยะหลังมักจะดื่มสุรา กระทั่งกลายเป็นคนติดสุรา และมีเรื่องระหองระแหงกับ น.ส.รุ่งรุจี อยู่

เป็นประจำ จนกระทั่งมาก่อเหตุสลดครั้งนี้…

พระสงฆ์อ้างเป็นแม่เลี้ยง จับสึกครั้งที่ 2 ในรอบปี

พระสงฆ์อ้างเป็นแม่เลี้ยง

พระสงฆ์อ้างเป็นแม่เลี้ยง จับสึกครั้งที่ 2 ในรอบปี

ชาวบ้านสุดทน พระสงฆ์อยู่ทาวน์เฮาส์กับสีกา แต่อ้างว่าเป็นแม่เลี้ยง ซ้ำยังอยู่ในอาการมึนเมา-ให้การไม่รู้เรื่อง สืบประวัติพบถูกจับสึกมาเมื่อช่วงปีใหม่ แต่อีก 5 วันต่อมาก็บวชเป็นพระใหม่

จากกรณีที่มีชาวบ้านร้องเรียนถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์รูปหนึ่ง ได้ ละเมิดพระธรรมวินัย อาศัยอยู่กินกับสีกาเพียงลำพังภายในบ้านพัก แต่กลับอ้างว่าเป็นแม่เลี้ยง อีกทั้งยังมักจะมีอาการคล้าย

กับมึนเมาอยู่บ่อยครั้ง จึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมของพระสงฆ์รูปนี้ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (10 มิ.ย.) พระครูปลัดกฤตพรต เจ้าอาวาสวัดศรีศรัทธาธรรม

ได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ให้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรสงคราม ทหาร มทบ.16 ฝ่ายปกครอง  บาคาร่า  ศูนย์ดำรงธรรม และสำนักงานประพุทธศาสนาจังหวัดสมุทรสงคราม

เข้าตรวจสอบบ้านทาวน์เฮาส์หลังหนึ่งในเมืองสมุทรสงครามต่อมาได้พบกับ พระอำพร หรือ นายอำพร อายุ 39 ปี พบว่าได้บวชพระเป็นครั้งที่ 2 ในรอบปี สังกัดอยู่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอปากท่อ

พระสงฆ์อ้างเป็นแม่เลี้ยง จับสึกครั้งที่ 2 ในรอบปี

จังหวัดราชบุรี เบื้องต้นพบว่าพระอำพรให้การวกวนสับสนสภาพคล้ายคนเมา โดยอ้างว่ากินยารักษาอาการปวดท้องที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ และมาอาศัยกับแม่เลี้ยงที่บ้านหลังนี้แต่ในท้ายที่สุด

ก็ได้ยอมรับว่ากระทำผิดตามพระธรรมวินัย จึงพาไปพบพระอุปัชฌาจารย์วินิจฉัยให้ลาสิกขาบท พร้อมกับนิมนต์ให้พระครูสภัทรญาณนิวิฐ เจ้าอาวาสวัดปากท่อ เจ้าคณะอำเภอปากท่อ ทำพิธีสึกให้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายอำพร เป็นชาว จ.สกลนคร เคยบวชเป็นพระตั้งแต่ปี 2552 และเร่ร่อนไปมาอยู่หลายจังหวัด กระทั่งมาจำวัดอยู่ที่ จ.สมุทรสงคราม ก่อนจะมาอาศัยตามวัดต่างๆ

และมักมีอาการมึนเมา รวมทั้งมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ก่อนหน้านี้ได้ถูกนิมนต์ให้สึกจากพระ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 ที่ผ่านมาแต่อีกเพียง 5 วันต่อว่า ในวันที่ 14 มกราคม 2562 นายอำพร

ก็ได้เข้าพิธีบวชใหม่ที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอปากท่อ ก่อนจะมาอาศัยกับผู้หญิงคนหนึ่งในพื้นที่ที่ตำบลลาดใหญ่ เมืองสมุทรสงคราม ทั้งที่ยังเป็นสงฆ์ ต่อมาได้ถูกร้องเรียนและเจ้าหน้าที่ได้นิมนต์

ให้สึกในครั้งนี้ ก่อนนำตัวนายอำพรส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากท่อ ลงบันทึกประจำวันว่าจะไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้อีก ก่อนปล่อยตัวไป โดยไม่ได้เป่าตรวจวัดค่าแอลกอฮอล์แต่อย่างใด…