เมาแล้วขับ เสี่ยรถเบนซ์ จ่าย 45ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋

เมาแล้วขับ

เมาแล้วขับ เสี่ยรถเบนซ์ จ่าย 45ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋

เสี่ยเบนซ์เมาชน รองตี๋ กับภรรยาเสียชีวิต เจรจายอมจ่าย 45 ล้านบาท เพื่อเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิต

นายสมชาย อายุ 56 ปี พร้อม นายวีรวุฒิ บำรุงใจ ทนายความ และครอบครัว ของ พ.ต.ทจตุพร งามสุวิชชากุล

รอง ผกก.2 บก.ป. นางนุชนาถ ภรรยา และเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย ของทั้ง 2 ฝ่ายเดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวน

สน.ศาลาแดง เพื่อเจรจาไกล่เกลี่ย ค่าเสียหายและเงินเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตนายวีรวุฒิ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุ

ทางครอบครัวนายสมชาย ยืนยันว่าจะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด รวมทั้งค่าเลี้ยงดูบุตรสาวทั้ง 2 คน ของผู้เสียชีวิต

วันนี้ครอบครัวของ พ.ต.ท.จตุพร และ นางนุชนาถ มาตกลงการชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งได้ข้อสรุปต่อหน้าพนักงานสอบ

เมาแล้วขับ เสี่ยรถเบนซ์ จ่าย 45ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋

สวนว่า นายสมชาย จะให้ดูแลค่าไร้อุปการะให้กับมารดาของ พ.ต.ท.จตุพร เป็นเงิน 2.5 ล้านบาท และให้ทางครอบครัว

ของนางนุชนาถ อีก 2.5 ล้านบาท ส่วนนี้ได้ลงบันทึกประจำวันต่อหน้าพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐานแล้วส่วนลูกสาวทั้ง 2 คนนั้น

จะมีการมอบเงินให้อีกจำนวนหนึ่ง โดย ลูกสาววัย 15 ปี และ ลูกสาววัย 12 ปี จะได้คนละ 15 ล้านบาท แต่เนื่องจากทั้งคู่

เป็นเยาวชนยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะต้องมีการยื่นเรื่องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ให้เป็นผู้กำหนดคนดูแลจัด

การทรัพย์สินทั้งหมดของเด็กทั้งสองคน จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะและจะโอนเงินให้ทันที จากนั้น

จะกลับมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานอีกครั้ง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ยายข้าวต้มมัด ถูกรถชนหนีเตลิดไม่ลงมาดู

ยายข้าวต้มมัด

ยายข้าวต้มมัด ถูกรถชนหนีเตลิดไม่ลงมาดู

ตำรวจลงพื้นที่เช็กภาพวงจรปิด พบรถต้องสงสัยคล้ายรถบรรทุกแช่แข็ง เฉี่ยวชนยาย ขายข้าวต้มมัด ล่าสุดยายออกจากโรงพยาบาล

ได้แล้ว บ่นอุบ “ถนนก็กว้างยังมาชนกันอีก”ความคืบหน้ากรณีรถปริศนาเฉี่ยวชนคุณยายขายข้าวต้มมัดได้รับบาดเจ็บ

ริมบนถนนสายระกา-กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยที่รถคู่กรณีไม่ได้ลงมาเหลียวแลหรือช่วยเหลือ

ผู้บาดเจ็บ กลับเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างลอยนวล ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้นล่าสุด พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกระสัง จ.บุรีรัมย์

ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งจากการตรวจสอบจุดเกิดเหตุก็พบชิ้นส่วนพลาสติกสีขาวที่มีตัวหนังสือคำว่า “ซีฟู๊ด”

ตกอยู่จุดเกิดเหตุแต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นชิ้นส่วนของรถคันไหน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจพิสูจน์นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง

ยายข้าวต้มมัด ถูกรถชนหนีเตลิดไม่ลงมาดู

และตามเส้นทางที่คาดว่ารถคู่กรณีขับผ่าน กระทั่งพบว่ากล้องวงจรปิดที่บริเวณสหกรณ์การเกษตรกระสัง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 400 เมตร

จับภาพรถกระบะลักษณะคล้ายรถแช่เย็น สำหรับบรรทุกอาหารสด ได้ขับผ่านจุดดังกล่าวช่วงใกล้เคียงกับเวลาเกิดเหตุ ซึ่งลักษณะสอดคล้องกับที่ผู้เสียหายให้ข้อมูล

คาดว่าจะสามารถติดตามรถคันดังกล่าวมาดำเนินคดีได้ในเร็วๆ นี้ขณะที่ ยายพรวน อายุ 60 ปี ผู้เสียหายที่ถูกรถชนแล้วหนี ขณะนี้ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลกระสัง

อาการดีขึ้นตามลำดับ เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาแพทย์ได้อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้ว เจ้าตัวเล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์

พ่วงรถเข็นไปขายข้าวต้มมัดที่ตลาด บริเวณจุดเกิดเหตุก็เป็นถนน 4 เลน และมีไฟส่องสว่างตลอดทางยายพรวนยืนยันว่าพยายามขับชิดซ้ายมาตลอด ถนนก็กว้าง

แต่รถคู่กรณีก็ยังมาชนตนได้รับบาดเจ็บและหลบหนีไป โดยไม่ได้ลงมาดูอะไรเลย ก็อยากจะให้รถคันที่ชนออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย

เพราะไม่รู้ว่าจะต้องพักรักษาตัวอีกกี่วัน คงจะกลับไปขายของได้ตามปกติอย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องราวเผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีผู้ใจบุญในโซเชียลมีเดีย

ได้ติดต่อบริจาคเงินช่วยเหลือ เพื่อเป็นค่าซ่อมรถและค่าขนมที่ได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้มียอดบริจาคช่วยเหลือมากว่า 50,000 บาท

ทางยายฝากขอบคุณทุกความช่วยเหลือ และไม่อยากรับเงินบริจาคใดๆ อีกแล้ว เพราะเท่านี้เพียงพอแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

สั่งตามล่า พระสายซิ่ง เมา ขับสายเป็นงู หลังหนีไปได้ก่อนพิธีสึก

สั่งตามล่า

สั่งตามล่า พระสายซิ่ง เมา ขับสายเป็นงู หลังหนีไปได้ก่อนพิธีสึก

ตำรวจชัยภูมิ-ขอนแก่นแท็กมือกัน ตามล่า “พระสุขสันต์” ภิกษุสายอาบัติ เมากร่าง-ขับรถส่ายเป็นงู

แอบหนีไปได้ระหว่างถูกจับเข้าพิธีสึกสืบเนื่องจากเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายประไพร รัตนมงคล กำนันตำบลโนนทอง อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า

พบพระภิกษุเป็นพระลูกวัดที่วัดแห่งหนึ่งในตำบลบ้านยาง มีอาการคล้ายคนเมา พูดจาวกวน

โวยวายพูดจาไม่รู้เรื่อง ทราบชื่อต่อมาคือ พระสุขสันต์ กันเย็น อายุประมาณ 35-40 ปี โดย

ได้ขับรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด สีดำ มาพร้อมกับ นายสันติ ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน

สั่งตามล่า พระสายซิ่ง เมา ขับสายเป็นงู หลังหนีไปได้ก่อนพิธีสึก

พระสุขสันต์ได้ขับรถส่ายไปมาเป็นน่าหวาดเสียว ผ่านเข้าไปในเขตชุมชนพื้นที่ตำบลโนนทอง

ซึ่งในขณะนั้นได้มีชาวบ้าน และนักเรียนกำลังเลิกเรียนกลับบ้าน ชาวบ้านเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

ขึ้นได้ จึงได้แจ้งกำนันประไพร พร้อมเจ้าหน้าที่รีบเดินทางไปตรวจสอบทันทีซึ่งจากการตรวจ

สอบพบว่าบุคคลทั้ง 2 อยู่ในอาการมึนเมา แทบจะยืนทรงตัวไม่ได้ เมื่อพระสุขสันต์ที่นั่งอยู่ฝั่ง

คนขับเห็นเจ้าหน้าที่ ก็ได้พยายามขับรถหลบหนี แต่กำนันประไพรได้นิมนต์ขอให้หยุดและพูดคุยกันก่อน

พระสุขสันต์ จึงได้เล่าด้วยเสียงมึนเมาว่า ตนเป็นพระลูกวัดบ้านเดื่อ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ

พร้อมทั้งได้ยอมรับว่าทั้งอาตมาและนายสันติได้พากันไปดื่มเหล้ามาจนมึนเมา ซึ่งขณะที่

นายสันติ ลงมาจากรถ ถึงกับล้มกลิ้งไปบนพื้นที่ถนน เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันพยุงตัวให้ลุกขึ้นมา

อีกทั้งภายในตัวพระสุขสันต์ยังพบเหล้าขาวอีก 2 ขวด กำนันและชาวบ้านจึงได้ช่วยกันตัวทั้ง

พระสุขสันต์และนายสันติ ที่เป็นลูกศิษย์วัดไปสงบสติอารมณ์ที่วัดบริบูรณ์ และรอให้เจ้าคณะตำบล

พิจารณาทำการสึกแต่พระสุขสันต์ยังอยู่ในอาการมึนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงได้ให้พักผ่อนไป

ก่อนจะทำพิธีสึกในช่วงเช้าต่อไป แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา พระสุขสันต์กลับหายตัวไป ชาวบ้าน

แจ้งว่าพระสุขสันต์ได้ขับรถหลบหนีไปตั้งแต่ช่วงเช้ามืดแล้ว มุ่งหน้าไปทางอำเภอชุมแพ

โดยขับขี่ด้วยความเร็วสูงและส่ายไปมาเช่นเดิมทั้งนี้คาดว่าพระสุขสันต์ น่ากลัวจะถูกจับสึก

จึงได้ขับรถหลบหนีไปก่อน ซึ่งได้ประสานไปยัง สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ให้ช่วยสกัดจับตาม

เส้นทางต่างๆ แล้ว ซึ่งล่าสุดก็ยังไม่พบตัวพระสุขสันต์ พระเมากร่างซิ่งเก๋งรายนี้แต่อย่างใด

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ชายหนุ่ม มัวเล่นมือถือ โจรตาม มีดแทง ชิงเงิน 250 บาท

ชายหนุ่ม

ชายหนุ่ม มัวเล่นมือถือ โจรตาม มีดแทง ชิงเงิน 250 บาท

สองคนร้าย ใช้เก้าอี้ฟาดและใช้มีดแทงหนุ่มวัย 19 ปี ชิงทรัพย์ ขณะที่กำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถือหลังเลิกงานในช่วงตี2

สังคมออนไลน์ ในพื้นที่ จ.สงขลา ได้มีการเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยเหตุการณ์ขณะชายวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่บนถนน

และถูกคนร้ายวิ่งเข้ามาจากด้านหลังใช้เก้าอี้ฟาดเข้าที่ศีรษะหลายครั้งและตั้งตัวแทบไม่ทันจนต้องวิ่งหนี และยังมีคนร้ายอีกคนที่วิ่งตามมารุมทำร้าย

และช่วย ชิงทรัพย์ ชายวัยรุ่นคนนี้ไปเหตุเกิดเมื่อช่วงตี2 ของคืนวันที่18 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณถนนสามชัยเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จ.สงขลา

และมีการแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมากทั้งสงสารชายที่ถูกทำร้ายและภัยสังคมจากมิจฉาชีพที่ลงมือก่อเหตุได้ตลอดเวลาผู้สื่อข่าว

ได้ไปพบกับชายวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายคนนี้ คือ นายอัศจรรย์ อายุ 19 ปี ซึ่งเป็นพนักงานของร้านสลิปเลท คอนเนอร์ สถานบันเทิงชื่อดัง

ชายหนุ่ม มัวเล่นมือถือ โจรตาม มีดแทง ชิงเงิน 250 บาท

ซึ่งอยู่ในย่านเกิดเหตุ และสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ นายอัศจรรย์ ยังอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บถูกตีที่ศีรษะและถูกแทงด้วยมีดที่บริเวณก้น

นายอัศจรรย์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ช่วงตี2 หลังเลิกงานได้เดินไปร้านสะดวกซื้อขากลับได้สังเกตเห็นชาย 2 คนนั่งอยู่ที่เก้าอี้ริมถนน

แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรก็เดินผ่านไปตามปกติและเล่นโทรศัพท์มือถือไปด้วย แต่ปรากฏว่าได้ถูกชายชายคนหนึ่งวิ่งเอาเก้าอี้ไม้มาตีจากข้างหลังถึง 6 ครั้ง

ส่วนชายอีกคนก็วิ่งเอามีดมาแทง ชิงกระเป๋าสตางค์ ภายในมีเงินสด 250 บาท บัตรประชาชนและบัตรเอทีเอ็ม วิ่งหลบหนีไป

ตนจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนและพาไปส่งโรงพยาบาลหาดใหญ่พบว่าที่ศีรษะซ้ายมีแผนเป็นรูปกากบาต 4 เซ็น

และแผลถูกแทงที่บริเวณก้น กว้าง 2 นิ้ว ลึก1 นิ้วและได้เข้าแจ้งความกับร.ต.ท.วีรวัฒน์ เสาวโค รองสารวัตรสอบสวน สภ.หาดใหญ่

ไว้แล้วเพื่อให้ติดตามจับกุมคนร้ายทั้งสองคน สำหรับคดีนี้ทางชุดสืบสวน สภ.หาดใหญ่ กำลังอยู่ระหว่างการแกะรอยจากกล้องวงจรปิด

ในบริเวณเกิดเหตุเพื่อหาเบาะแสของคนร้ายทั้งสองคน และมั่นใจว่าจะสามารถจับกุมได้อย่างแน่นอนในเร็วๆนี้

เนื่องจากภาพของคนร้ายที่ปรากฏในภาพกล้องวงจรปิดค่อนข้างชัดเจน

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

ผู้รับเหมา แค้นทวงค่าจ้างไว้ไม่เคยได้ ชักปืนยิงเจ้าของตึก

ผู้รับเหมา

ผู้รับเหมา แค้นทวงค่าจ้างไว้ไม่เคยได้ ชักปืนยิงเจ้าของตึก

หนุ่มใหญ่รับเหมาก่อสร้างอารมณ์ถึงขีดสุด ทวงหนี้ค่าจ้างที่ติดเอาไว้จากเจ้าของตึกแต่ก็ไม่ได้ ซ้ำยังโดนดูถูกสารพัด โมโหจัดชักปืนจ่อยิงเจ็บ 2 คนพร้อมฝากถึงคนรวย

อย่าดูถูกคนจน”เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่โจ้ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ได้เข้าจับกุม นายมาโนช อายุ 59 ปีช่างรับเหมาก่อสร้าง ภายในอาคารของโรงพยาบาลเอกชน

ที่กำลังก่อสร้าง ข้างสำนักงานที่ดินสันทราย หลังจากก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคู่กรณีและหัวหน้าไซต์งานก่อสร้างบาดเจ็บสาหัส 2 รายก่อนที่จะถูกคนงานช่วยกันจับตัวไว้ได้

พร้อมกับยึดอาวุธปืนจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบของกลาง อาวุธปืน พกสั้น ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด .635 มีกระสุนคารังเพลิง 2 นัด

และ พบปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุอีก 5 ปลอก ส่วนผู้บาดเจ็บคือ นายจิรศักดิ์ อายุ 48 ปี เจ้าของอาคาร ถูกยิงใส่ท้อง 2 นัด และ นายวรพงษ์ อายุ 50 ปี

หัวหน้าไซต์งานก่อสร้างตึกดังกล่าว ถูกยิงเข้าที่ท้อง 1 นัด อาการสาหัสทั้งคู่ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเชียงใหม่กรุงเทพจากการสอบสวนเบื้องต้น

ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายจิรศักดิ์ที่เป็นเจ้าของอาคารและเป็นผู้ว่าจ้าง ได้เรียกนายมาโนชซึ่งเป็นผู้รับเหมามาเจรจาเรื่องค่าจ้าง แต่ปรากฏว่าตกลงกันไม่ได้

ทำให้นายมาโนชไม่พอใจ ชักอาวุธปืนที่พกมายิงใส่นายจิรศักดิ์โดยระหว่างนั้น นายวรพงษ์ เข้ามาเห็นเหตุการณ์พอดี จึงพยายามจะช่วยเหลือแต่ก็โดนลูกหลงไปอีกคน

ผู้รับเหมา แค้นทวงค่าจ้างไว้ไม่เคยได้ ชักปืนยิงเจ้าของตึก

กระสุนเจาะท้อง 1 นัด จากนั้นจึงเกิดช่วงชุลมุนคนงานที่อยู่ใกล้เคียงและเห็นเหตุการณ์ ต่างพากันไล่จับควบคุมตัว นายมาโนช เอาไว้

พร้อมกับแจ้งตำรวจและเรียกรถพยาบาลมารับผู้บาดเจ็บนายมาโนช ให้การทั้งน้ำตาว่า ตนได้รับเหมางานที่อาคารหลังนี้มาประมาณ 4 เดือน

ระหว่างนั้นได้เบิกค่าจ้างไปประมาณ 1 ล้านบาท และได้นำไปจ่ายค่าแรงลูกน้องและต้นทุนวัสดุก่อสร้าง แต่ยังคงค้างค่าจ้างอีกประมาณ 4 แสนบาท

โดยล่าสุดตนได้มาทวงเฉพาะเงินที่ค้างไว้ก่อนหน้าประมาณ 5 หมื่นบาท แต่นายจิระศักดิ์อ้างว่าตนทำงานผิดแบบและไม่จ่ายค่าจ้างที่เหลือให้

ตนพยายามทวงมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ จนทำให้ต้องกู้เงินนอกระบบมาหมุนเวียนก่อน ซ้ำยังโดรดูถูกต่อว่าจนเกิดความเครียด

วันนี้เลยตั้งใจพกปืนมาทวงค่าจ้าง แต่ก็กลับถูกด่าทอใส่อีก จึงบันดาลโทสะชักปืนยิงออกไป 5 นัดนายมาโนช ยังยอมรับด้วยว่าก่อเหตุไปเพราะคับแค้นใจ

ที่ผู้ว่าจ้างไม่ยอมจ่ายเงินที่ค้างไว้ ทำให้ต้องทนอดมื้อกินมื้อ จะบอกใครก็อาย พร้อมฝากไปบอกถึงนายทุนทั้งหลายด้วยว่า อย่าดูถูกคนจน

ไม่อย่างนั้นอาจต้องประสบกับเหตุการณ์แบบที่ตนก่อขึ้น ส่วนเรื่องที่ก่อขึ้นตนก็พร้อมยอมรับผิดตามกฏหมายหลังควบคุมตัวทางเจ้าหน้าที่

ได้มีการตั้งข้อหาพยายามฆ่า และพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ขณะที่พนักงานสอบสวนจะเข้าสอบปากคำพยานและผู้บาดเจ็บอีก ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

พระบาป ลากยายข่มขืนคากุฏิร้าง หนีหายไปกว่า 2 เดือน

พระบาป

พระบาป ลากยายข่มขืนคากุฏิร้าง หนีหายไปกว่า 2 เดือน

ตำรวจกองปราบฯ รวบตัวพระก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรายายวัย 78 ปี คาวัดที่กระบี่ พบหนีขึ้นไปอยู่เมืองกาญจน์ สารภาพก่อเหตุจริง แต่อ้างฝ่ายยายก็มีอารมณ์ด้วย

จากกรณีเหตุ พระทองหล่อ ถิสุทโธ อายุ 40 ปี เป็นพระจากภาคกลาง มาจำวัดอยู่ที่วัดควนใหม่ ม.4 ต.พรุดินนา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้ประมาณ 5 วัน

ก่อนจะก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา ยายวัย 78 ปี ที่มีสามีเป็นใบ้ ขณะกำลังไปเก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์ภายในวัด โดยใช้มีดจี้คอข่มขู่ว่าจะฆ่า

จากนั้นจึงลากตัวเข้าไปในกุฏิร้าง ห่างจากต้นมะม่วงประมาณ 30 เมตร และลงมือข่มขืนสำเร็จความใคร่กระทั่งต่อมา คุณยายได้เข้าแจ้งความและตำรวจนำ

ไปตรวจร่างกายพบว่ามีร่องรอยถูกข่มขืนกระทำชำเราจริง จึงได้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับพระรูปดังกล่าวตามหมายจับเลขที่ 142/2562 ให้จับกุมตัว พระทองหล่อ ใน

ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้โดยมีอาวุธ ภายในอายุความ 20 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562

พระบาป ลากยายข่มขืนคากุฏิร้าง หนีหายไปกว่า 2 เดือน

ที่ผ่านมาความคืบหน้าล่าสุดในวันนี้ (17 พ.ค.) หลังจากเกิดเหตุผ่านไปร่วม 2 เดือน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองท่อม ได้รับตัวผู้ต้องหารายดังกล่าวมาดำเนินคดี

หลังจากทางกองปราบปรามได้ทำการจับกุมตัวพระรูปดังกล่าวเอาไว้ ในลักษณะไม่ได้สวมจีวรพระที่ จ.กาญจนบุรีจากการสอบสวน นายทองหล่อ ได้ให้การ

ว่าก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราคุณยายจริง แต่ไม่ได้ใช้กำลังใดๆ โดยตอนแรกได้ให้เข้าไปในกุฏิร้าง จากนั้นสั่งให้นอนลงและถลกผ้าถุงขึ้น ไม่ได้ถอดเสื้อ ก่อนจะสอดใส่อวัยวะเพศ

กระทั่งสำเร็จความใคร่หลังจากนั้นด้วยความเกรงกลัวต่อความผิด จึงได้รีบหลบหนีออกจากวัดทันที โดยลืมสิ่งของต่างๆ เอาไว้ รวมทั้งหลักฐานการเป็นพระ

และเร่ร่อนขึ้นมาจากภาคใต้ กระทั่งจนถูกจับกุมได้ในที่สุด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว เพื่อดำเนินคดี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย

โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้โดยมีอาวุธ

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

อ้างเป็นตำรวจ ใหญ่บุกยิง 2 หนุ่มคาบ้านตาย 1 สาหัส 1

อ้างเป็นตำรวจ

อ้างเป็นตำรวจ ใหญ่บุกยิง 2 หนุ่มคาบ้านตาย 1 สาหัส 1

เวลา 14.00 น. วันที่ 15 พฤษภาคม 62 พ.ต.อ ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.คลองท่อม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่

โรงพยาบาลคลองท่อม ลงพื้นที่หลังได้รับแจ้งว่า มีเหตุยิงกัน เหตุเกิดที่บ้านในตำบลคลองท่อมใต้ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่

ซึ่งมีผู้บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ทราบชื่อรายแรกคือ นายยานที อร่ามฉิม อายุ 40 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุถูกยิงเข้าตามร่างกายจำนวนหลายนัด

และไปเสียชีวิตที่ รพ.คลองท่อม อีกรายนายนาคิน เรืองชู อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่มือข้างขวา

ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวนกว่า 10 ปลอก และพบหมอนรองกระสุนปืนลูกซองตกอยู่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

อ้างเป็นตำรวจ ใหญ่บุกยิง 2 หนุ่มคาบ้านตาย 1 สาหัส 1

พ.ต.อ ยุทธนา ศิริสมบัติ ผกก.สภ.คลองท่อม กล่าวว่า จากการสอบถาม นายนิวัติ อร่ามฉิม น้องชายของนายยานที ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่า

ขณะนั้นกำลังนอนอยู่ในบ้าน มีคนร้ายขับรถกระบะสีบรอนซ์ มาที่บ้านแล้วมีชายลงมา 2 คนได้อ้างตัวเป็นตำรวจภาค 8

จากนั้นก็ได้นำอาวุธปืนที่ถืออยู่กราดยิงนายยานที พี่ชายที่นอนอยู่ในบ้านและนายนาคิน ที่นั่งคุยกับพี่ชายกระสุนพุ่งเข้าใส่ร่างของพี่ชายหลายนัดและถูกที่มือนายนาคิน

จนบาดเจ็บดังกล่าวส่วนประเด็นการบุกกราดยิงในครั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากสอบถามชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า นายยานธี ทำงานเกษตรกรไม่เคยมีเรื่องผิดใจกับใคร

แต่ในพื้นที่นี้มีเหตุยิงกันบ่อยครั้ง ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วในเดือนนี้ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งไปยังปมขัดแย้งส่วนตัว อย่างไรก็ตาม

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุและติดตามจับกุมคนร้ายเพื่อมาดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุนแหล่งที่มา www.sanook.com

ตายปริศนา กลางไร่มัน ตำรวจมึนไม่ทราบเหตุการตาย

ตายปริศนา

ตายปริศนา กลางไร่มัน ตำรวจมึนไม่ทราบเหตุการตาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกรับ จ.ระยอง รับแจ้งจากศูนย์ วิทยุ 191 ภูธรจังหวัดระยอง

มีเหตุพบศพชายกลางไร่มัน สำปะหลัง ขอให้ไป ชันสูตรพลิกศพ จึง ประสานพิสูจน์หลักฐานระยอง พร้อมประสาน มูลนิธิร่วมกตัญญู อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง

ไปที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบเป็นพื้นที่ป่ามัน ม.7 ต.หนองฆ้อ อ.บ้านค่าย จ.ระยอง พบศพชายทราบชื่อคือนายดำรงค์ อายุประมาน 40 ปี อาศัยอยู่ใน ต.หนองบัว อ.บ้านค่าย จ.ระยอง

ตายปริศนา กลางไร่มัน ตำรวจมึนไม่ทราบเหตุการตาย

สภาพศพเน่าเปื่อยคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 วัน นอนหงาย สวมเสื้อยึดสีดำ กางเกงขายาวสีดำ ใกล้กันพบ โทรศัพท์มือถือ ที่ตกอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ

จึงนำเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมส่งมอบนำศพ ให้กองพิสูจน์หลักฐานระยอง ก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิต ให้ร่วมกตัญญู นำศพส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย จ.ระยอง

จากการสอบถามชาวบ้านในละแวก เล่าว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนมีเสียงดังคล้ายเสียงปืน แต่ก็ไม่แน่ใจเนื่องจากในพื้นที่มีการเฝ้าระวังช้าง ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเสียงปืนไล่ช้างก็เป็นไปได้จนมาพบศพในวันนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองกรับ ได้ทำการ ตรวจสอบพยานแวดล้อม เพื่อรวบรวมหลักฐาน พร้อมกับ รอผลชันสูตรเพื่อดำเนินการติดตามตัวคนร้ายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

พ่อเฒ่าไอร์ ขับรถตู้เสยท้ายรถพ่วงจบชีวิตอย่างอนาจ

พ่อเฒ่าไอร์

พ่อเฒ่าไอร์ ขับรถตู้เสยท้ายรถพ่วงจบชีวิตอย่างอนาจ

ชาวต่างชาติขับ รถตู้เสียหลัก เสยท้ายตัวลูกพ่วงรถบรรทุก จอดทิ้งเอาไว้ข้างถนนสาย 347 เป็นปริศนา สภาพรถพังยับเยิน ตำรวจเร่งตามหาเจ้าของรถพ่วงโดยด่วน

(12 พ.ค.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ร.ต.ท กฤษณะ ชนิดไทย รองสว.(สอบสวน) สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถตู้พุ่งชนท้ายรถบรรทุกพ่วง

เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต อยู่บนถนนสาย 347 ช่องทางคู่ขนาน ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 23 มุ่งหน้าเข้า จ.พระนครศรีอยุธยา บริเวณหน้าศูนย์ศิลปาชีพเกาะ ม.3 ต.เกาะเกิด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ไปตรวจสอบ พร้อมประสานมูลนิธิพุทไธสวรรย์ ไปให้การสนับสนุนที่เกิดเหตุพบรถตู้มิตซูบิชิ สีขาว สภาพด้านหน้าพังยับเยิน อัดก็อปปี้เข้าไปถึงห้องโดยสารบริเวณที่นั่งคนขับพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวต่างชาติ

พ่อเฒ่าไอร์ ขับรถตู้เสยท้ายรถพ่วงจบชีวิตอย่างอนาจ

เจ้าหน้าที่ต้องใช้อุปกรณ์ตัดถ่างนำร่างออกมา ทราบชื่อคือ นายไมเคิล อายุ 87 ปี ถือสัญชาติไอร์แลนด์เหนือ แต่พักอาศัยอยู่ย่านพญาไท กรุงเทพฯ สภาพศพศีรษะและลำตัวมีบาดแผลฉกรรจ์

เลือดไหลออกมาเป็นจำนวนมาก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุขณะที่ใกล้กันยังพบรถบรรทุกพ่วง เป็นลูกพ่วง 12 ล้อ ได้นำมาจอดทิ้งเอาไว้ สภาพด้านท้ายมีร่องรอยถูกชนท้าย พร้อมกับเศษกระจกหน้าของรถยนต์

ตู้ติดคาเอาไว้อยู่จากการสอบถาม นายเชิดชัย ภาคีเวช ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.เกาะเกิด ทราบว่า มีชาวบ้านโทรศัพท์ไปแจ้งว่าเห็นรถตู้พุ่งชนท้ายลูกพ่วงของรถบรรทุกที่จอดทิ้งไว้ข้างทาง

จึงเดินทางมาตรวจสอบ และพบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ จึงได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ ส่วนสาเหตุนั้นตนไม่ทราบว่าเกิดจากอะไร ขณะที่ลูกพ่วงของรถบรรทุกพ่วงก็จอดทิ้งไว้ลำพังเฉยๆ

ทั้งนี้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามเจ้าของรถพ่วงที่จอดตัวพ่วงทิ้งเอาไว้มาดำเนินคดี เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ห้ามรถทุกชนิดจอด ส่วนผู้ขับขี่เป็นชาวต่างชาติติดตาญาติมาสอบสวน เบื้องต้น

สันนิษฐานว่าผู้ขับขี่อาจจะหลับในหรือมีอาการป่วยเกิดวูบกลางทาง ทำให้รถเสียหลักพุ่งชนท้ายรถพ่วงอย่างแรง

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หนุ่มวัย18ปี ถูกปาดคอเสียชีวิตคนร้ายหนีไปนั่งพนมมือท่องคาถา

หนุ่มวัย18ปี

หนุ่มวัย18ปี ถูกปาดคอเสียชีวิตคนร้ายหนีไปนั่งพนมมือท่องคาถา

ตำรวจตามรวบทันควัน คนร้าย ฆ่าปาดคอ  หนุ่มลูกจ้างร้านอาหารอีสาน หลังมีปากเสียงกันย่านซอยนาคนิวาส

ตำรวจ สน.โชคชัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ บริเวณริมถนนเยื้องฝั่งตรงข้ามปากซอยนาคนิวาส 5 เขตลาดพร้าว เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งเหตุพบมีผู้เสียชีวิต สภาพศพถูกของมี

คมปาดเข้าที่บริเวณลำคอ ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตจอดอยู่

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่า ผู้เสียชีวิต คือ นายวิศรุต อายุ 18 ปี ลูกจ้างร้านอาหารอีสาน ซึ่งถูกชายคนหนึ่งมีอาชีพขายลอตเตอรี่ ที่พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องและมีอาการคล้ายเมาสุราพูดจาส่อเสียดหาเรื่องกัน ตั้งแต่

หนุ่มวัย18ปี ถูกปาดคอเสียชีวิตคนร้ายหนีไปนั่งพนมมือท่องคาถา

บริเวณร้านอาหารที่นายวิศรุตทำงานอยู่ ไปจนถึงป้ายรถประจำทางซึ่งเป็นจุดที่คนร้ายลงมือ แต่ขณะนั้นนายวิศรุตยังไม่เสียชีวิตทันที จึงพยายามพาไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่เมื่อขี่รถจักรยานยนต์ไปได้ไม่นาน

นายวิศรุตก็หมดสติล้มลงจากรถ ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะที่ตำรวจสืบสวน สน.โชคชัย ลงพื้นที่ไปหาเบาะแสติดตามจับกุมคนร้าย ก็พบว่าหลบหนีเข้าไปในซอยนาคนิวาส 21 กำลังนั่งอยู่ข้างทางในลักษณะนั่งขัดสมาธิ พนมมือ และท่องคาถา จึงเข้าจับกุมตัวและพาไป

สอบสวนที่ สน.โชคชัย ทราบว่าคนร้าย คือ นายสุรศักดิ์ ซึ่งยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง แต่ไม่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายเสียชีวิต

ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบว่ามีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ ก่อนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และในวันนี้ก็จะควบคุมตัวไปขออำนาจศาลรับฝากขังชั่วคราวในเวลา

11.00 น.

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com