งูเหลือม ยักษ์ยาว 6 เมตร นอนเรียบร้อย เตรียมตัวคืนสู่ธรรมชาติ

งูเหลือม

งูเหลือม กู้ภัย เผยภาพเหลือมยักษ์ 6 เมตร ยังอยู่ที่สถานีดับเพลิงบางนา เตรียมส่งไปพักที่กรมป่าไม้บางเขน ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติจริงๆ ขอประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องหวาดกลัว…

งูเหลือม จากกรณีชาวบ้านแจ้งกู้ภัยมาจับงูเหลือมขนาดใหญ่ที่หลบอยู่ใต้ฝ้าในบ้าน ยาว 6 เมตร ภายในซอยลาซาล 50 ซึ่งเมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ซึ่งต่อมาหลายคนสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ได้นำงูเหลือมยักษ์ไปปล่อยที่ไหน

ล่าสุด วันที่ 9 มี.ค.62 แฟนเพจ สถานีดับเพลิงบางนา ได้โพสต์ข้อความว่า หลายคนถามว่า จับเหลือมยักษ์มาแล้ว เอาไปไหน บอกได้เลยว่ายังอยู่กับเรา คนจับก็ยังอยู่ สำหรับสัตว์เลื้อยคลานที่จับได้นั้น ทางต้นสังกัดคือสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯ มีนโยบายสั่งให้นำสัตว์ดังกล่าวไปพักไว้ที่กรมป่าไม้บางเขน ซึ่งทางกรมจะนำสัตว์ดังกล่าวผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อนำปล่อยสู่ธรรมชาติ(จริงๆ) ต่อไปนะครับ ประชาชนในพื้นที่จะได้ไม่หวาดกลัวว่าจะปล่อยกลับไปยังบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ อีกนะครับ (ยังไม่ไปไหนนะจ๊ะ)

งูเหลือม

สำหรับการพบเจอสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากสัตว์หลายๆ ชนิดรวมถึงงูเหลือมนั้น เป็นสัตว์คุ้มครองการทำร้ายสัตว์ตามรายชื่อนั้นอาจทำให้มีความผิดตามกฎหมายได้ (รักนะถึงบอก) สัตว์ป่าคุ้มครอง คือสัตว์ป่าที่มีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้าย กฎกระทรวง กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

พื้นที่ทับซ้อนทำกู้ภัยรอนาน

พื้นที่ทับซ้อนทำกู้ภัยรอนาน

พื้นที่ทับซ้อนทำกู้ภัยรอนาน

พื้นที่ทับซ้อนทำกู้ภัยรอนาน

พื้นที่ทับซ้อนทำกู้ภัยรอนาน  ตร.ไม่ยอมรับศพหนุ่มโดดสะพานฆ่าตัวตาย อ้างพื้นที่รอยต่อ 4 โรงพัก เกี่ยงไปมา กู้ภัยรอเก็บศพตั้งแต่ตีสอง ยัน 8 โมงเช้า เผยแจ้งทั้ง 4 สน.แต่ไร้การตอบรับ ด้าน สตช.ยอมรับพื้นที่รอยต่อหลายส่วน สั่งตรวจสอบ ให้ตำรวจนครบาลและตำรวจภูธรภาค 1 แบ่งพื้นที่ให้ชัดเจน

เมื่อวานนี้ (23 ก.พ.) โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพ เจ้าหน้าที่กู้ภัยคนหนึ่งนั่งรอที่โป๊ะ พร้อมกับศพที่ห่อผ้าขาววางไว้บนโป๊ะ พร้อมข้อความ รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเก็บศพตั้งแต่ตี 2 จนถึงเช้านี้ ตร.ก็ยังไม่มารับศพ เกี่ยงกันไปมา จาการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุ ชายอายุ 30 ปี กระโดดน้ำฆ่าตัวตาย จากบนสะพานพระราม 7 ลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาจนเสียชีวิต และศพลอยขึ้นมาติดอยู่ที่ตอม่อสะพานพระราม 7 ในช่วงประมาณ 5 ทุ่ม นายคงศักดิ์ โชคสุริยา เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เล่าว่า ขณะนั้นกู้ภัยและทีมนักประดาน้ำ ลงค้นหาศพและนำศพมาผูกไว้ที่ท่าเรือสะพานพระราม 7 และได้ติดต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจต่าง ๆ ถึง 4 สถานี ได้แก่ สภ.เมืองนนทบุรี สภ.บางกรวย สน.บางโพ และ สน.ประชาชื่น แต่ก็ไม่มีใครยอมรับทำคดีเกี่ยงกันไปมา จนเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องนำศพมาขึ้นไว้ที่ท่าโป๊ะท่าเรือโดยสาร ท่าเรือบางกรวย รอเพียงตำรวจมาตรวจสอบดำเนินการตามกฎหมาย แต่ประสานไปทั้ง 4 โรงพัก ก็ไม่มีการตอบรับ อ้างว่าไม่ใช่พื้นที่รับผิดชอบ เจ้าหน้าที่ก็ต้องนั่งเฝ้าศพไป โดยต้องพลัดเปลี่ยนเวรกันจนเช้า จากนั้นช่วง 08.00 น. ก็มีตร. สภ.บางกรวย มาตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ซึ่งตามปกติแล้ว หากพบศพที่จุดใด กู้ภัยไม่มีสิทธิ์ไปเคลื่อนย้ายใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องรอตร.มา แต่กรณีทางน้ำ หากไม่นำศพขึ้นมาก็จะลอยไปตามกระแสน้ำ จึงต้องรีบจัดการนำขึ้นฝั่ง แต่ ตร.กลับไม่รีบดำเนินการ  ตั้งแต่ทำงานมาการพบศพลอยน้ำมีบ่อยครั้ง แต่ละครั้ง ตร.กว่าจะมาถึงก็ใช้เวลานาน แต่ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ใดนานถึงกรณีนี้ จึงอยากฝากให้ สน.ต่าง ๆ ในพื้นที่นี้ประสานงานพูดคุยกันให้ชัดเจนว่าพื้นที่ใครเป็นของใครและหากเกิดเขตคาบเกี่ยวพื้นที่ลักษณะแบบนี้ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ  ขณะที่ พนักงานเก็บค่าโดยสารท่าเรือบางกรวย เล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่กู้ภัยที่ต้องเฝ้าศพยันเช้า ยังส่งผลกระทบกับผู้โดยสารมาขึ้นเรือด้วย เพราะทนเห็นภาพที่ไม่เหมาะสม จนต้องย้ายผู้โดยสารไปขึ้นโป๊ะด้านข้าง โดยช่วง 07.00 น. ก็มีตร.191 เข้ามาตรวจสอบ แล้วประสานงานให้ สน.พื้นที่รับผิดชอบมาจัดการ แต่ก็หายไปเป็นชั่วโมง จนกระทั่ง 08.00 น. หลังเคารพธงชาติ ก็มี ตร.สภ.บางกรวย มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ด้าน ร้อยเวรเจ้าของคดีที่ สภ.บางกรวย ยืนยันว่า ไม่ได้ไปทำคดีล่าช้า และพื้นที่เกิดเหตุไม่ใช่ของ สภ.บางกรวย แต่ต้องไปรับเพราะศพถูกนำขึ้นมาตั้งแต่กลางดึก กลับไม่มีโรงพักใดรับไปทำคดี ซึ่งตามปกติ ทางน้ำมีเส้นแบ่งชัดเจนว่า ฝั่งครึ่งสะพานพระราม 7 ฝั่งพื้นที่ สภ.บางกรวย แต่หากเหตุการณ์เกิดขึ้นจากครึ่งสะพานไปจนถึงฝั่งกรุงเทพฯ จะเป็นของ สน.ประชาชื่น แต่หากมีศพลอยน้ำมาในแม่น้ำเจ้าพระยา หรือมีเหตุเกิดขึ้นภายในแม่น้ำ จะเป็นของ สน.บางโพ และสภ.เมืองนนทบุรี จึงทำให้เกิดความสับสนในพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละสถานี เรื่องที่เกิดขึ้นนำศพมาไว้ที่พื้นที่ สภ.บางกรวย จึงต้องรับผิดชอบพื้นที่ และทันที่ที่เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ก็ไปทำหน้าที่ทันที ด้านพันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เหตุที่พนักงานสอบสวนดำเนินการในเรื่องดังกล่าวล่าช้า จาการตรวจสอบพบว่าเป็นพื้นที่คาบเกี่ยว แต่ละพื้นที่อยู่ระหว่างการพูดคุยประสานงานกันว่า จะให้ใครเป็นเจ้าของคดี จนกระทั่งในช่วงเช้าจึงสามารถตกลงกันได้ให้คดีตกเป็นของ สภ.บางกรวยi99bet

จากนี้ไปต้องให้ผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตำรวจภูธรภาค 1 พิจารณาพูดคุยหารือกันว่า จะแก้ปัญหาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนในจุดดังกล่าวอย่างไร เพื่อไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้อีก ส่วนปัญหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานล่าช้าหรือเกี่ยงกันหรือไม่ต้องให้เป็นหน้าที่ของแต่ละกองบัญชาการไปตั้งคณะกรรมการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวเอง โดยแนวทางหลังจากนี้ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เกิดเหตุจะเกิดขึ้นในน้ำหรือบนบก แต่ละพื้นที่หากคาบเกี่ยวกึ่งกลางกัน ต้องพูดคุยประสานงานกันว่าจะให้เจ้าของคดีเป็นของพื้นที่ใด ซึ่งโดยหลักแล้วพบศพที่ใดก็เป็นพื้นที่รับผิดชอบของสน.หรือสภ.นั้นที่จะต้องทำคดี

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณกุศล จัดเลี้ยงอาหารเลี้ยงเด็ก สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท ปากเกร็ด เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณกุศล จัดอาหารเลี้ยงเด็กและมอบสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นให้แก่เด็กในความดูแลของ สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงาน”อุ่นไอรัก คลายความหนาว สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”ไปใช้ในการดำเนินกิจกรรมอาสาที่เป็นสาธารณประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งมีหน่วยงานภาคเอกชนต่าง ๆ ร่วมสนับสนุน อาทิ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด มหาชน, บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย จำกัด, บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษเพื่อให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การใช้จ่ายเงินจับจ่ายซื้อของตามบูธต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และเพิ่มทักษะทางความคิดi99bet     ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดี ด้วยหัวใจ ที่ลานคนเมือง กรุงเทพมหานคร พลตำรวจตรีจิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสา พร้อมนำข้าราชการตำรวจในสังกัด รวมทั้งทหาร และกรุงเทพมหานคร ตลอดจนประชาชนจิตอาสา จำนวนกว่า 500 คน ร่วมทำความสะอาดบริเวณโบสถ์พราหมณ์, วัดสุทัศนเทพวราราม และพื้นที่โดยรอบ พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้มีความสะอาด สวยงามเป็นระเบียบ และยังเป็นการสร้างความสามัคคี ความสัมพันธ์อันดีระหว่างข้าราชการตำรวจและประชาชน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com…

วอนแก้เลนยูเทิร์นใต้สะพานภูมิพล

วอนแก้เลนยูเทิร์นใต้สะพานภูมิพล

วอนแก้เลนยูเทิร์นใต้สะพานภูมิพล

วอนแก้เลนยูเทิร์นใต้สะพานภูมิพล

วอนแก้เลนยูเทิร์นใต้สะพานภูมิพล  อุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนมอเตอร์ไซค์ ขณะกลับรถในเลนรถเมล์ด่วนบีอาร์ที ใต้สะพานภูมิพล ทำให้คนขี่มอเตอร์ไซค์เสียชีวิต ล่าสุดพี่ชายผู้เสียชีวิตวอนหน่วยงานแก้ไข

ภาพวงจรปิดเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรถยนต์แท็กซี่ชนรถมอเตอร์ไซค์ขณะข้ามผ่านช่องรถเมล์ด่วนบีอาร์ที ถนนพระราม 3 ฝั่งขาออก ใต้สะพานภูมิพล เพื่อที่จะกลับรถไปยังฝั่งตรงข้าม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 11:00 น. จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้นายพงษ์พัฒน์ กองแก้ว อายุ 29 ปี คนที่มอเตอร์ไซค์ในภาพ ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทแห่งหนึ่ง เสียชีวิตทันที

นายวัชรพงษ์ กองแก้ว พี่ชายของผู้เสียชีวิต เผยว่าขณะนี้ได้ประกอบพิธีทางศาสนาศพน้องชายเรียบร้อยแล้ว จึงอยากจะขอวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปิดช่องแท่งปูนกั้นช่องบีอาร์ที เพื่อไม่ให้รถมอเตอร์ไซค์สามารถกลับรถได้ เพราะไม่อยากให้มีเหตุการณ์ความสูญเสียเกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น เนื่องจากน้องชายก็ผิด

ด้านนางสาวปทุมพร พิกุลแย้ม คนขายของด้านหน้าสวนสาธารณะใต้สะพานภูมิพลพระรามที่ 3 กล่าวว่าหลังเห็นอุบัติเหตุดังกล่าว ก็ไม่กล้าข้ามถนนในจุดนี้อีก ซึ่งจุดนี้เห็นจักรยานยนต์กลับรถประจำ ทั้งที่เส้นทางนี้รถยนต์จะขับด้วยความเร็ว ยิ่งในช่องบีอาร์ทีก็จะมีรถยนต์ขับเข้าไปประจำ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำอีก

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยมติงดขายเหล้าวันสงกรานต์

หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยมติงดขายเหล้าวันสงกรานต์

หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยมติงดขายเหล้าวันสงกรานต์

หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยมติงดขายเหล้าวันสงกรานต์

หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยมติงดขายเหล้าวันสงกรานต์

จากกรณีคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีมติให้วันที่ 13 เม.ย.นี้ เป็นวันงดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับการห้ามจำหน่ายในวันพระใหญ่ โดยจากนี้จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ ซึ่งหากข้อเสนอดังกล่าวนี้ผ่าน ก็จะเริ่มใช้วันที่ 13 เมษายนนี้ และจะใช้ต่อในปีต่อ ๆ ไปนั้น ล่าสุด มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็น ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายไม่เห็นด้วยมองว่ามตินี้ไม่เกรงใจคนที่ไม่ขับรถ และฉลองอยู่ที่บ้าน ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น รวมถึงผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มองว่ามาตรการนี้ยิ่งทำให้ขายดีขึ้น ทำให้คนซื้อกักตุน

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ระทึกไฟไหม้ชุมชนกลางเมืองเชียงใหม่

ระทึกไฟไหม้ชุมชนกลางเมืองเชียงใหม่

ระทึกไฟไหม้ชุมชนกลางเมืองเชียงใหม่

ระทึกไฟไหม้ชุมชนกลางเมืองเชียงใหม่

ระทึกไฟไหม้ชุมชนกลางเมืองเชียงใหม่  เช้าวันนี้เกิดเหตุไฟไหม้บ้านไม้วอดเสียหายทั้งหลัง ที่ จ.เชียงใหม่ เคราะห์ดีที่คนในบ้านซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังและสุนัขรอดมาได้

เผยภาพมุมสูงจะเห็นไฟโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เลขที่ 34/3 ถนนบ้านแพะ ตำบลท่าศาลา อำเภอเมืองเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถฉีดน้ำสกัดไฟไว้ได้แต่ก็ทำให้ตัวบ้านและทรัพย์สินได้รับความเสียหายทั้งหมด

ขณะเกิดเหตุ นางบุญนาค ทัฬหิกรณ์ อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมด้วยสุนัขอีก 3 ตัว พักอยู่บริเวณชั้น 2 ของบ้านได้กลิ่นเหม็นไหม้จนออกมาดู ก็พบว่าไฟกำลังลุกไหม้บริเวณครัวหลังบ้าน และได้พยายามที่จะดับไฟแล้วแต่ควบคุมไม่ได้ จึงรีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าช่วยเหลือ ส่วนตัวเองก็รีบวิ่งออกมา จนหกล้มได้รับบาดเจ็บ ทางเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือปฐมพยาบาล ปลอดภัยแล้ว

เจ้าของบ้านบอกว่าด้วยว่า ก่อนหน้านั้นเมื่อวานเย็นได้จุดไฟในเตาอัั้งโล่เพื่อทำอาหารให้สุนัขอาจจะดับไฟไม่สนิท แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเป็นสาเหตุของไฟไหม้ทั้งหมดหรือไม่เนื่องทำอาหารผ่านไป 12 ชั่วโมงแล้ว ต้องรอให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง มูลค่าความเสียหายน่าจะไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ศึกชิงนาง ! มือปืนควบฟอร์จูนเนอร์ประกบยิงเหยื่อดับกลางถนน

ศึกชิงนาง

ศึกชิงนาง ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ทราบชื่อ นายวิเชียร หรือ “สะมะแอ” (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี วัยรุ่นชาวตำบลนาเคียน อำเภอเมือนครศรีธรรมราช เป็นผู้เสียชีวิต

ศึกชิงนาง เนื่องจากถูกคนร้ายประกบยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.จุดเกิดเหตุ บริเวณถนนเทวบุรี ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าทำการสอบสวนพบว่า มีเพื่อนของ นายวิเชียร หรือ สะมะแอเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรวม 5 ราย

โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายฉกรรจ์ ใช้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ เป็นพาหนะไล่ตามมาประกบยิง ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เกิดจากการเขม่นกันในผับชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากที่ผับปิดบริการได้เดินทางกลับ จึงถูกคู่กรณีขับรถไล่ตามยิงจนเสียชีวิต

ศึกชิงนาง

เจ้าหน้าที่ชันสูตรพบว่า นายวิเชียร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ถูกลำตัวรวม 4 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันรวม 6 ปลอก โดยก่อนเกิดเหตุพบว่านายวิเชียรไปเที่ยวผับกับเพื่ออีก 5 คน

ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการกระทบกระทั่งกันระหว่างโต๊ะของนายวิเชียร และโต๊ะชายฉกรรจ์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีหญิงสาวหน้าตาดีมานั่งอยู่ด้วย ขณะที่ นายวิเชียรได้ส่งยิ้มให้กับหญิงสาวคนนั้นจนชายฉกรรจ์ที่มาด้วยไม่พอใจและมีการกระทบกระทั่งกันในผับก่อนแล้วโดยการ์ดของผับได้เข้ามาระงับเหตุไว้ได้ ก่อนที่จะมาเกิดเหตุภายนอกหลังจากผับเลิก

โดยเจ้าหน้าที่ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากผับดังกล่าว จนมาถึงเส้นทางจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ที่มีลักษณะสอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนผู้ตาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามมาดำเนินคดีแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ 6 คนบุกวัด เดินไล่ยิงทุกกุฏิ เจ้าอาวาสมรณภาพต่อหน้า

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ จากกรณีเหตุก่อความไม่สงบที่จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 20.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ ป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ และ วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุดังกล่าวทำให้พระสงฆ์มรณภาพ 2 รูป บาดเจ็บ 2 รูป

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก พลังใจถึงชายแดนใต้ ได้เผยคำบอกเล่าของ พระธนโชติ ชุมเลิศ หรือ หลวงพ่อแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในพระที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายชุดดำจำนวน 6 คน

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้

แต่งกายคล้ายทหารพราน เดินมาจากป่ายางหลังวัด ตอนนั้น พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ หรือ ท่านสว่าง เจ้าอาวาส ยังหันมาพูดกับหลวงพ่อแดงเลยว่า พวกนี้มันมาอีกแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมชอบมาเงียบๆ แบบนี้เป็นประจำ

หลังจากเจ้าอาวาส พูดจบประโยค กลุ่มคนร้ายก็ยิงใส่ทันที กระสุนถูกเจ้าอาวาส และ พระสมุห์ อรรถพร ขุนอำไพ หรือ ท่านอู๊ด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส มรณภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนหลวงพ่อแดง ซึ่งนั่งร่วมอยู่ด้วย โดนกระสุนเข้าที่หัวไหล่ซ้าย และนิ้วเท้าข้างซ้ายขาดไป 2 นิ้ว

จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ไปเคาะประตูกุฏิ ยิงใส่ พระประเวศน์ สุขแก้ว หรือ พระยาน ที่อยู่ในกุฏิจนได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ไล่ยิงไปทุกกุฏิ ไม่เว้นแม้แต่พระที่อาพาธอยู่ เคราะห์ดีที่กระสุนไม่โดนพระรูปอื่นๆ หลังจากนั้นคนร้ายทั้ง 6 คน ก็เดินหายเข้าป่ายางหลังวัดไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

สุดสลด-หญิงนิรนามหิ้วของพะรุงพะรัง วิ่งตัดหน้ากระบะชนร่างกระเด็นดับคาที่

สุดสลด

สุดสลด ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุรถชนคนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณห้าแยกเนินพระเนาว์ ถนนหนองคาย- โพนพิสัย

สุดสลด พบว่า เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหนองคาย ได้ทำการปั๊มหัวใจหญิงคนหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี

สวมเสื้อแขนยาวสีกรมท่า กางเกงขาสั้น ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ทำให้เสียชีวิต

สุดสลด

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า รีโว แบบแค็บ สีขาว ทะเบียน ผท 3111 อุดรธานี มีรอยชนบริเวณกระโปรงหน้ารถฝั่งซ้าย มีนายเป่ง อายุ 55 ปี ภูมิลำเนา ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย

เป็นคนขับรถกระบะยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ ห่างไปจากหน้ารถกระบะประมาณ 10 เมตร ซึ่งพบรอยเลือดกองอยู่บนพื้นถนน

จากการสอบถาม นายเป่ง ให้การว่า ตนขับรถจะไปซื้อฟักทองที่บ้านปากสวย อ.โพนพิสัย พอมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ ก็มีหญิงคนหนึ่งหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรัง วิ่งตัดหน้ารถของตน

โดยตนแตะเบรกแล้ว แต่ด้วยระยะกระชั้นชิดทำให้รถพุ่งชนร่างหญิงคนดังกล่าวกระเด็นไปหน้ารถ ตนจึงจอดรถแล้วเรียกให้คนช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

เสียใจที่ไม่จอดช่วย ! พยานเล่านาทีขับรถผ่าน “ธน” ทะเลาะ “เมย์”

เสียใจที่ไม่จอดช่วย

เสียใจที่ไม่จอดช่วย นายเสือ (นามสมมติ) คนสุดท้ายที่เห็นนายธนภัทรกับนางสาวเมย์ทะเลาะกัน เปิดใจว่า วันเกิดเหตุ ตนขับรถผ่านบริเวณด้านข้างรีสอร์ต เวลา 18.20 น.

เสียใจที่ไม่จอดช่วย ขณะนั้นเจอนายธนภัทรกับนางสาวเมย์ ขับรถจักรยานยนต์สีแดง มุ่งหน้าเข้าไปภายในสวนยาง พร้อมทั้งมีปากเสียงกันอยู่ จนกระทั่งรถล้มลงตรงทางเข้าสวน ประมาณ 500 เมตร

เสียใจที่ไม่จอดช่วย

จังหวะนั้น ตนเองนึกในใจว่าจะเข้าไปช่วย แต่มีธุระต้องรีบเดินทางต่อ จึงไม่ได้ชะลอรถช่วยเหลือ และคิดว่าเป็นการทะเลาะของสามีภรรยาตามปกติ

จากนั้นเมื่อตนเองทำธุระเสร็จในเวลา 19.40 น. ขับรถผ่านมาบริเวณจุดดังกล่าว พบว่ารถตำรวจจอดเต็มไปหมด ซึ่งตำรวจสอบถามตนว่ารู้จักญาติของผู้ตายหรือไม่ ขณะนั้นมีนางจู

แม่ของนายธนภัทร เข้ามาถามกับตัวเองว่ารู้เห็นเหตุการณ์อะไรหรือไม่ ซึ่งตนเองก็ตอบไปตามตรง

และตำรวจให้ตนเองเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีร่องรอยลักษณะหญ้าเหมือนมีคนต่อสู้กัน แต่ก็ไม่พบรอยเลือดหรืออาวุธแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ตนเองพบเห็นนางสาวเมย์เป็นคนสุดท้าย ซึ่งยอมรับว่าเสียใจ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือ

แต่หากตนเองตัดสินใจเข้าไปช่วยในวันนั้น ก็คงจะไม่ใช่เพียงแค่ศพเดียว อาจจะเป็นตนเองก็ได้ที่เสียชีวิตไปด้วยอีกคน เพราะลักษณะของคนก่อเหตุคล้ายกับคนเมายา น่ากลัว อีกทั้งไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่มีคนตายเกิดขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…