วัยรุ่นตะลุมบอลกันบนเวทีลิเก

วัยรุ่นตะลุมบอลกันบนเวทีลิเก

วัยรุ่นตะลุมบอลกันบนเวทีลิเก

วัยรุ่นตะลุมบอลกันบนเวทีลิเก

วัยรุ่นตะลุมบอลกันบนเวทีลิเก เกิดเหตุวัยรุ่นรุมตีกันบนเวทีคณะลิเกขณะเล่นที่งานวัด อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไปทำให้โชเชียลวิพากษ์วิจารณ์ว่า ลิเกโหดรุมวัยรุ่น ล่าสุดเจ้าของคณะลิเกวอนอย่านำคณะลิเกไปเกี่ยวข้อง

ภาพในคลิปมีคนเสียงดังเอะอะโวยวายข้างหลังโรงลิเก สักพักชายใส่เสื้อสีดำ กางเกงสีแดง ถือไม้ตะบองสองอันลากขึ้นบนเวทีลิเก และก็วิ่งลงจากเวทีลิเก

ส่วนอีกคลิปจะเห็นว่าชายชุดดำขึ้นมาด้านหน้าเวทีอีกรอบ เห็นในมือมีมีดปอกหมากด้วย ทันใดนั้นกลุ่มวัยรุ่นหลายคนรุมตะลุมบอนชายเสื้อดำ และมีกำนันใส่เสื้อแขนยาวสีเทาขึ้นไปห้ามบนเวที

ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่าขณะดูลิเกอยู่หน้าเวทีได้ยินเสียงคนตีกันข้างโรงลิเกฝั่งขวา ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร ซึ่งมันมืดมองไม่เห็น ขณะนั้นก็ได้ยินขวดแตก เสียงคนกรี๊ด แล้วคนก็เริ่มลุกฮือ แล้วก็เห็นชายเสื้อดำขึ้นไปบนโรงลิเก มีกำนัน 1 คน และผู้หญิง 1 คนเข้ามาระงับเหตุ และชายเสื้อดำก็ทิ้งตะบอง พร้อมกับยกมือไหว้ขอโทษกำนัน

แต่ไม่ทันไรชายเสื้อดำก็กลับเข้ามาอีกและขึ้นไปบนเวที พยายามมองหาอาวุธแล้วมาหยิบมีดปอกหมากในตระกร้าของยายคนหนึ่ง แล้วอาละวาดอีก กำนันก็ขึ้นมาระงับเหตุอีกเช่นเคย และก็นำมีดมาใส่ตระกร้าให้ยาย และสักพักตำรวจก็มา

ด้าน นายสมจิต มูลสันเที๊ยะ เจ้าของคณะลิเกดอกไม้ มิ่งเมือง บอกว่าเหตุที่เกิดขึ้นขณะที่คณะลิเกของตนไปแสดงในงานวัดที่อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งขณะเกิดเหตุเป็นเวลา ตี 1 กว่า มีวัยรุ่นตีกันอยู่ข้างล่างเวที และก็มีวัยรุ่นเสื้อดำขึ้นมาบนเวที เพื่อไปเอาอุปกรณ์การแสดงของคณะลิเกนำมาเป็นอาวุธ ซึ่งกำนัน และชาวบ้านไม่พอใจ และกลัวว่าจะเกิดเหตุบานปลาย จึงขึ้นไประงับเหตุ หลังจากเหตุการณ์สงบ ตำรวจก็นำตัวชายเสื้อดำไประงับสติอารมณ์ และดำเนินคดี

เจ้าของคณะลิเก บอกอีกว่าหลังจากคลิปดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวโชเชียลวิพากษ์วิจารณ์ว่าคณะลิเกเข้าไปมีเรื่องกับกลุ่มวัยรุ่นนั้น ขอยืนยันว่าไม่ใช่ เพียงแต่เข้าไปห้ามเฉย ๆ ซึ่งมีข่าวเผยแพร่ออกไปทำให้คณะลิเกของตนเสียหา

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เผยนาทีกระสุนมรณะถูกเด็ก

เผยนาทีกระสุนมรณะถูกเด็ก

เผยนาทีกระสุนมรณะถูกเด็ก

เผยนาทีกระสุนมรณะถูกเด็ก

เผยนาทีกระสุนมรณะถูกเด็ก ส่วนกรณีหนุ่มปืนโหดชักปืน .38 ยิ่งใส่คู่อริ แต่กระสุนพลาดโดนน้องอายุ 14 ปี เสียชีวิตคาที่ หลังจากตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ก็สารภาพ เห็นคู่อริมีปืนจึงตัดสินใจยิงผ่าวง 2 นัด โดยไม่สนใจว่าจะถูกใครบ้าง ขณะเพื่อนน้องอายุ 14 ปี เผยร้องขอไม่ให้กลุ่มวัยรุ่นยิงเพราะมีผู้หญิง แต่ก็ไม่ฟัง สุดท้ายก็ลงมือก่อเหตุอย่างโหดเหี้ยม

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา บริเวณสะพานเชื่อมหมู่บ้านหนองกระทุ่ม-กวางงอย จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากมีวัยรุ่นยิงคู่อริแต่กระสุนพลาดโดนน้อง บี อายุ 14 ปี เสียชีวิต ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ตำรวจก็สามารถจับกุมมือยิงได้แล้วคือนายพิชิต มะณีเต็ม อายุ 30 ปี ได้ที่บ้านพัก โดยผู้ต้องหาสารภาพว่าไปเที่ยวงานฉลองอัฐิที่บ้านหนองกระทุ่ม กระทั่งพบคู่อริขี่จักรยานยนต์มา 5 คัน จึงใช้อายุธปืนยิงใส่กลุ่มวัยรุ่น 2 นัด โดยไม่ทราบกระสุนจะถูกใครบ้าง เพราะคู่อริมีปืน เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะที่ญาติของน้องอายุ 14 ปี ยังสงสัยคำให้การของผู้ต้องหา ที่ยังขัดแย้งกับพยานหลักฐาน โดยเฉพาะการลงความเห็นของตำรวจที่ระบุกระสุนเข้าด้านหน้า และมีการจับกุมเพียงคนเดียวทั้งที่ไปก่อเหตุ 3 คน

ล่าสุดน้องเมย์ เพื่อนน้อง อายุ 14 ปี บอกว่าเพื่อนที่ไปด้วยกันเล่าถึง นาทีที่น้องถูกยิงว่า วันเกิดเหตุตนไปเที่ยวงานบุญด้วยกัน 3 คน หลังจากเพื่อนคนอื่น ๆ แจ้งว่าให้กลับเพราะกลัวจะมีเรื่อง จึงเตรียมกลับบ้านโดยมีเพื่อนชายเป็นคนขับ ตนนั่งซ้อนกลาง ส่วนน้องบี ผู้เสียชีวิต ซ้อนเป็นคนสุดท้าย เมื่อขับมาถึงบริเวณสะพาน ได้มีชาย 3 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์จอดรออยู่ หนึ่งในนั้นก็คือนายพิชิต ผู้ต้องหา เมื่อรถตนมาใกล้ได้ยินเสียงตะโกนว่า”มึงอยู่บ้านไหน”พวกตนไม่สนใจขับรถผ่านไป

ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัดติดกัน และได้ยินเสียงน้องบี ที่ซ้อนท้ายคล้ายเสียงสะอึก ก่อนน้องบีจะฟุบลงกับไหล่ของตน โดยมีเลือดไหลนองท่วม จึงรีบขับรถพามาบ้านแล้วนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ขณะเพื่อนชายในกลุ่มที่ขับรถอีกคัน บอกว่า คนร้ายอำมหิตมาก เพราะได้ตนตะโกนบอกแล้วว่าอย่ายิง เพราะมีผู้หญิงมาด้วย แต่คนร้ายก็ไม่ฟังใช้ปืนเล็งมาใส่น้องบี แล้วยิงอย่างโหดเหี้ยม

สำหรับ น้องบี ผู้เสียชีวิต เป็นเด็กเรียนเก่งของโรงเรียน เล่นกีฬาเก่งหลายชนิด จนถูกแต่งตั้งให้เป็นประธานนักเรียน เป็นที่รักของเพื่อนในโรงเรียนและชาวบ้านเพราะมีอัธยาศัยดี

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

วานนี้ (15 ก.พ.) พลตำรวจตรีธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยจากกรณีแม่ของเด็กหญิง อายุ 12 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ว่าลูกสาวถูกชาย 2 คน ล่อลวงเข้าไปข่มขืนในอาคารร้างสูง 7 ชั้น บริเวณถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ บังนัท และสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติหมายจับ นายสำรวย จิตรชื้น อายุ 42 ปี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีและพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ขณะที่พันตำรวจเอกศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เผยขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้าย 1 คน ซึ่งเป็นคนรู้จักของพ่อแม่เด็กหญิงวัย 12 ขวบ ที่ถูกกระทำ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนตามจุดที่คาดว่านายสำรวยจะหนีไปหลบซ่อน ขนาดนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด โดยผู้ก่อเหตุรู้จักกับทางครอบครัวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนหน้านี้บังนัท มีหน้าที่ไปรับไปส่งผู้เสียหายที่โรงเรียนเป็นประจำ จนแม่ของผู้เสียหายไว้ใจ ก่อนจะหายไปนานกว่า 1 เดือน และกลับมาที่บ้านเด็ก วันเกิดเหตุขณะที่เด็กอยู่บ้านคนเดียว บังนัทได้พูดจาหว่านล้อมผู้เสียหาย โดยการชักชวนออกข้างนอก ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ทนายดังเรียกร้อง ตร.แจ้งข้อสงสัย ปมยิงเด็กเทคโนฯ

ทนายดังเรียกร้อง

ทนายดังเรียกร้อง

ทนายดังเรียกร้อง

ทนายดังเรียกร้อง หลังมีการเผยแพร่ภาพวงจรปิด กรณียิงนักเรียนอาชีวะย่านบางกะปิ เสียชีวิต และมีคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เหตุที่เกิดขึ้น จนทำให้ครอบครัวเครียด และยกเลิกเข้าทวงถามความคืบหน้าคดีจากผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ด้านทนายเรียกร้องให้ตำรวจชี้แจงประเด็นที่ครอบครัวสงสัย

ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม เดินทางมาสอบถามความคืบหน้าคดียิงนายเอกชัย บุญรัตน์ นักเรียนอาชีวะย่านบางกะปิ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า วันนี้ได้นัดกับครอบครัวของนายเอกชัย เข้าพบพลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อทวงถามเรื่องคดีว่าได้มีการดำเนินการไปอย่างไรบ้าง รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุที่ทางครอบครัวได้มาก่อนหน้านี้

ซึ่งมีหลายประเด็นที่ครอบครัวติดใจสงสัยในการกระทำของตำรวจ ว่าจะเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ ทั้งการที่ตำรวจเข้าไปล็อคคอเพื่อนของผู้ตาย โดยเฉพาะช่วงที่นายเอกชัย ล้มลงกับพื้น แต่ยังมีการไปยิงซ้ำ และมีลักษณะคล้ายหยิบหมวกกันน็อคมาทุบตีที่ร่างของลูก ตอนที่หมดลมหายใจไปแล้ว

ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นทางครอบครัวก็ยอมรับว่า ลูกชายเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน แต่ก่อนหน้านั้นเกิดเหตุอะไรขึ้นนั้น ยังไม่ได้รับคำตอบ หากฝ่ายผู้ตายเป็นคนผิด ครอบครัวก็พร้อมยอมรับ ซึ่งตนเองก็อยากให้ตำรวจ ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว เพื่อให้ครอบครัวคลายข้อสงสัยทั้งหมด

และเมื่อวานนี้ครอบครัวได้จัดพิธีฌาปนกิจศพนายเอกชัย ที่วัดลาดบัวขาว ท่ามกลางความอาลัยของครอบครัว ญาติและเพื่อนๆ โดยรุ่นน้องที่ร่วมสถาบัน ได้บวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับนายเอกชัยด้วย ซึ่งหลังเสร็จสิ้นงานศพของลูกชาย ทางครอบครัวก็เตรียมเดินหน้าทวงความยุติธรรมให้กับลูกชายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

เร่งหาตัวชายลวงเด็กหญิงล่วงละเมิดทางเพศในตึกร้าง

เร่งหาตัวชายลวงเด็กหญิงล่วงละเมิดทางเพศในตึกร้าง

เร่งหาตัวชายลวงเด็กหญิงล่วงละเมิดทางเพศในตึกร้าง

เร่งหาตัวชายลวงเด็กหญิงล่วงละเมิดทางเพศในตึกร้าง

เร่งหาตัวชายลวงเด็กหญิงล่วงละเมิดทางเพศในตึกร้าง เมื่อเวลา 5 ทุ่มครึ่งที่ผ่านมา ตำรวจ สน.หัวหมาก ได้รับแจ้งว่ามีเด็กหญิงอายุ 12 ปี ถูกล่วงละเมิดทางเพศภายในอาคารร้างริมถนนรามคำแหง

นายธนาพงษ์ วชิราตรียากุล อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต๊กตึ๊งซึ่งเป็นผู้ที่ไปรับตัวเด็กนักเรียนไปยัง สน.หัวหมาก เล่าให้ฟังว่าเด็กหญิงวัย 12 ปี รายนี้ถูกชายคนหนึ่งล่อลวงจากโรงเรียนอ้างว่าจะพามาซื้อขนมก่อนจะพามาที่อาคารหลังนี้แล้วลงมือข่มขืน จากนั้นได้นำเด็กหญิงไปทิ้งไว้ที่ละแวกบ้านเพื่อให้เด็กเดินกลับบ้านเอง ทีมข่าวตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุบริเวณอาคารร้าง ชั้น 5 พบว่าภายในมีที่นอนเก่าขนาดใหญ่ วางชิดริมกำแพงและพบร่องรอยคราบของเหลวอยู่กลางที่นอน และภายในห้องยังพบอุปกรณ์คล้ายอุปกรณ์เสพยาเสพติด และยากันยุงทั้งแบบทาและแบบจุดที่พึ่งจุดใช้งานไม่นาน

ป้าแหวน ผู้ที่อาศัยอยู่ที่อาคารแห่งนี้ เล่าว่าอาคารนี้เป็นอาคารที่สร้างไม่เสร็จโดยแต่ละห้องจะมีคนมาพักอาศัยโดยกั้นห้องกันเอง โดยช่วงเย็นประมาณ 17.30 น. เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) เห็นชายคนหนึ่งพาเด็กนักเรียนหญิงใส่ชุดพละมาที่อาคารแต่ไม่ได้ตามไปดู จนกระทั่งทราบเรื่อง

ซึ่งชายคนนี้ไม่ได้อาศัยอยู่ภายในอาคารแต่มักแวะเวียนมาหาเพื่อนที่อาศัยอยู่ 3-4 คน ทุกครั้งที่มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบอาคารชายกลุ่มนี้ก็จะหายไปสักพักหนึ่งก่อนจะกลับมาภายหลังทุกครั้ง และทุกคนน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ส่วนตัวเด็กหญิงขณะนี้ได้ส่งตัวไปตรวจร่องรอยการถูกล่วงละเมิดที่โรงพยาบาลตำรวจและเตรียมจะสอบปากคำกับทีมสหวิชาชีพ ส่วนชายต้องสงสัย เด็กหญิงได้ระบุตัวแล้วเพราะอยู่ละแวกบ้านพัก และรู้จักกันเป็นอย่างดี

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ด่วนอัยการถอนฟ้องฮาคีม

ด่วนอัยการถอนฟ้องฮาคีม

ด่วนอัยการถอนฟ้องฮาคีม

ด่วนอัยการถอนฟ้องฮาคีม

ด่วนอัยการถอนฟ้องฮาคีม  จากกรณีพนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ยื่นคำร้องขอให้ศาลอาญามีคำสั่งให้ส่งตัวนายฮาคีม อัล อาไรบี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน ส่งกลับไปรับโทษตามคำพิพากษา ที่ประเทศบาห์เรน ในฐานะผู้ร้ายข้ามเเดน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดที่เมื่อเวลา 14.20 น.วันที่ 11 ก.พ.ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.เสฎฐา เธียรพิลากุล พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศ ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขอถอนฟ้องคดีส่งผู้ร้ายข้ามเเดน คดีดำหมายเลข ผด.2/2562 ที่พนักงานอัยการสำนักงานต่างประเทศเคยได้ยื่นคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนาย ฮาคีม อัล อาไรบี อายุ 25 ปี อดีตนักฟุตบอลทีมชาติบาห์เรน กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศบาห์เรน ตามคำขอของทางการบาห์เรนที่ส่งมาให้ทางการไทยยื่นส่งผู้ร้ายข้ามเเดน

โดยหลังจากที่พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องเเล้วอยู่ระหว่างพิจารณาคำร้องของศาลอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยคำร้องดังกล่าวที่อัยการสำนักงานต่างประเทศได้ยื่นขอให้ศาลวินิจฉัยการส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามเเดนระบุว่า ประเทศบาห์เรนและประเทศไทย ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน โดยพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 กำหนดให้รัฐบาลต่างประเทศสามารถร้องขอ ต่อรัฐบาลไทยให้ส่งตัวบุคคลที่กระทำผิดตามกฎหมายของประเทศที่ร้องขอแม้ว่าประเทศนั้นไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย

โดยให้รัฐบาลประเทศผู้ร้องขอนั้นทำคำรับรอง ที่จะปฏิบัติต่างตอบแทนกับรัฐบาลไทย โดยคดีนี้รัฐบาลบาห์เรนได้ให้คำรับรองดังกล่าวแล้ว ขณะที่การกระทำความผิดซึ่งมีการร้องขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นจะต้องเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายไทย และความผิดดังกล่าวจะต้องเป็นความผิดกำหนดโทษจำคุกไม่น้อยกว่า 1 ปีและไม่เป็นความผิดที่มีลักษณะทางการเมือง หรือเป็นความผิดทางทหาร

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

จับพรานหนุ่มผูกเปลนอนบนต้นไม้เตรียมล่าเนื้อ

จับพรานหนุ่มผูกเปลนอนบนต้นไม้เตรียมล่าเนื้อ

จับพรานหนุ่มผูกเปลนอนบนต้นไม้เตรียมล่าเนื้อ

 

จับพรานหนุ่มผูกเปลนอนบนต้นไม้เตรียมล่าเนื้อ

จับพรานหนุ่มผูกเปลนอนบนต้นไม้เตรียมล่าเนื้อ ที่จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียวจับพรานหนุ่มผูกเตรียมล่าเนื้อสัตว์ป่า พร้อมอาวุธปืนยาวติดลำกล้องเก็บเสียง

นายชนิตพล ไชยคำมูล อายุ 37 ปี ถูกเจ้าหน้าที่รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียวจับพร้อมของกลางอาวุธปืนยาว ติดลำกล้องเก็บเสียง ซีแซท 455 ขนาดจุด22 และรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีขาว ขณะกำลังลักลอบเข้ามาส่องไฟล่าสัตว์อยู่บริเวณป่าเขาหินลาด จังหวัดชลบุรี

นายชนิตพล อ้างว่า ขับรถกระบะหลงป่าเข้ามาแล้วหาทางออกไม่ได้จึงผูกเปลนอน ส่วนอาวุธปืนพึ่งจะสั่งซื้อมาในราคา 3 หมื่นบาท และที่นำติดตัวมา เพื่อมาถ่ายภาพในป่าเท่านั้นไม่ได้มาล่าสัตว์ป่า

นายนพรัตน์ ธรรมเจริญ หัวหน้าพิทักษ์ป่า ส.3 เขตพิทักษ์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ กล่าวว่าได้รับแจ้งจาก ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ว่ามีรถกระบะต้องสงสัยขับเข้ามาในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ พบรถกระบะจอดอยู่จึงเข้าตรวจค้นจับกุม พร้อมยึดของกลางทั้งหมด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เขตพิทักษ์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ ไม่ได้ปักใจเชื่อคำให้การของนายชนิตพล จึงได้ดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พยามล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครองครอบครองสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

รวบหนุ่มขับรถแหกด่านสารภาพกลัวถูกจับเพราะเพิ่งเสพยามา

รวบหนุ่มขับรถแหกด่านสารภาพกลัวถูกจับเพราะเพิ่งเสพยามา

รวบหนุ่มขับรถแหกด่านสารภาพกลัวถูกจับเพราะเพิ่งเสพยามา

รวบหนุ่มขับรถแหกด่านสารภาพกลัวถูกจับเพราะเพิ่งเสพยามา

รวบหนุ่มขับรถแหกด่านสารภาพกลัวถูกจับเพราะเพิ่งเสพยามา รวบหนุ่มขี่ จยย.แหกด่าน กว่า 40 กิโลเมตร เจ้าตัวสารภาพกลัวถูกจับ เพราะเพิ่งเสพยาเสพติดมา

เมื่อเวลา 03.29 น. เกิดเหตุการณ์ระทึก กล้องติดหมวกของเจ้าหน้าที่เมืองชลบุรีที่ตั้งด่าน กวดขันวินัยการจราจรช่วงบริเวณ ทางลงบูรพาวิถีฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บันทึกภาพขณะคนร้ายแหกด่าน เจ้าหน้าที่ ที่ตั้งด่านอยู่ขับชนเจ้าหน้าที่แล้วขี่หนีไปต่อหน้าต่อตา

เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไล่ติดตาม รถต้องสงสัยได้หลบหนีขึ้นมอเตอร์เวย์ออก มุ่งหน้าบางพระอ้อมกลับศรีราชา เข้าตัวชลบุรี ขึ้นถนน บายพาส ออก ไฟแดงโกบอลเฮ้า มุ่งหน้าบางแสนจนรถยางแตก เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวได้ตรงหน้าอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีใช้ระยะทางติดตาม ประมาณ 40 กิโลเมตร

ตรวจสอบภายในรถไม่พบของผิดกฎหมายแต่ ผู้ต้องหา นายณัฐวัฒน์ คล่องการยนต์ อายุ 34 ปีรับสารภาพว่าเสพยาบ้ามา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมรถจักรยานยนต์เข้าโรงพักและตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง จึงลงบันทึกประจำวัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย หลบหนีการจับกุม เสพสารเสพติด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

โลกออนไลน์จวกยับ

โลกออนไลน์จวกยับ

โลกออนไลน์จวกยับ

 

 

โลกออนไลน์จวกยับ

โลกออนไลน์จวกยับ

 

สาวโพสต์โชว์กำไล EM หลังเมาแล้วขับ จนถูกจับปรับและถูกคุมประพฤติ ชี้ทำผิดแล้วยังไม่รู้ตัว

เพจเฟซบุ๊ก Red Skull ช่วยเหลือเหยื่อชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แชร์โพสต์ของหญิงสาวรายหนึ่ง เป็นภาพตัวเองใส่กำไล EM ของกรมคุมประพฤติ พร้อมระบุข้อความว่า”เสียค่าปรับไม่เท่าไหร่ …มา ระดับแอลกอฮอล์ 163 ประกันตัว 2 หมื่น ปรับ 1 หมื่น 7 พัน ไม่จบ มีนาฬิกาใส่ให้ด้วย สวยมากมั๊ง นาฬิการุ่น EM ใส่แล้วห้ามออกจากบ้าน ตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี 4 ตาม…ไปทุกที่ ต้องคุมความประพฤติ โทษร้ายแรงมากมั๊ง คดีลักทรัพย์ปรับ 2 พัน คดีเมาขณะขับปรับตามระดับแอลกอฮอล์ ใคร…น้อยปรับน้อย ใคร…มากปรับมาก ตามกฎหมายใหม่ …เพิ่งรู้วันนี้แหละ นอนเฝ้าห้องไปสิ 15 วัน นั่ง…นอน…อยู่ในห้องสิทีนี้ ใจคงไม่ขาดตายหรอกมั๊ง 15 วัน แชร์ไปให้โลกรู้ เผื่อใครไม่รู้”

หลังโพสต์นี้เผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์อย่างดุเดือด ระบุว่า หญิงสาวรายนี้ไม่ได้สำนักผิดกับสิ่งที่ทำลงไป เพราะเมาแล้วขับ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ จนทำให้เกิดความสูญเสีย อาจชนคนเสียชีวิตได้ บางคอมเม้นบอกแบบติดตลกว่า ช่วงที่อยู่ว่าง ๆ ออกไปไหนไม่ได้ ให้ซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนบ้าง เพราะเริ่มดำแล้ว

ทีมข่าวเที่ยงวันทันเหตุการณ์ สอบถามเรื่องนี้ไปยัง นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เผยว่า โพสต์ดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงของผู้ถูกคุมประพฤติ เบื้องต้นเห็นว่า ไม่ผิดอะไร แค่พาดพิงหน่วยงาน ซึ่งผู้โพสต์มองแต่มุมของตนเอง ไม่ได้มองถึงภาพรวมของสังคม โดยระดับแอลกอฮอล์ 163 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ถือว่าสูงมากจนแทบจะครองสติไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ และมีผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามจะให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ พร้อมเรียกหญิงเจ้าของโพสต์มาตักเตือนต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

ทนายดังร้องเอาผิดตำรวจชุดสืบสวน

ทนายดังร้องเอาผิดตำรวจชุดสืบสวน

ทนายดังร้องเอาผิดตำรวจชุดสืบสวน

ทนายดังร้องเอาผิดตำรวจชุดสืบสวน

ทนายดังร้องเอาผิดตำรวจชุดสืบสวน

คดีนายฝน ชายไม่สมประกอบ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์น้องต้าแง วัย 2 ขวบ ชาวเมียนมา ไปเสียชีวิตในร่องน้ำป่าอ้อย จังหวัดสุพรรณบุรี และศาลจังหวัดสุพรรณบุรีได้ปล่อยตัวนายฝนได้รับอิสรภาพแล้ว วันนี้ทนายความพร้อมครอบครัวนายฝนได้เข้าแจ้งความเอาผิดตำรวจชุดสืบสวน สภ.สระยายโสม 12 นาย โดยนายฝน ได้รับการปล่อยตัวจากศาลจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว โดยผลตรวจร่างกายนายฝน จากสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ พบว่าคำพูดของนายฝน ไม่สามารถเชื่อถือ หมายความว่าคำให้การของนายฝนไม่มีความน่าเชื่อถือ ไม่สามารถนำไปประกอบสำนวนคดีได้ วันนี้ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความของนายทองขวัญ หรือ ฝน ผู้ต้องหาคดีพรากผู้เยาว์ เด็กชายซูลุยผิว วัย 2 ขวบ ชาวเมียนมา ได้พาครอบครัวนายฝน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับตำรวจชุดสืบสวน สภ.สระยายโสม จำนวน 12 นาย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนไม่มีการละเว้นและเตรียมเปิดรายชื่อทีมตำรวจชั้นสัญญาบัตรด้วย ด้าน พลตำรวจตรีคมศักดิ์ สุมังเกษตร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า การแจ้งความกลับของทนายความเพื่อดำเนินคดีกับชุดพนักงานสอบสวนที่ทำคดีนี้เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ขอยืนยันว่าคณะพนักงานสอบสวนทุกคนทำงานด้วยความละเอียด รอบคอบ มีพยานหลักฐานชัดเจน จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายจับ นายฝนรวมถึงการที่ศาลมีคำสั่งปล่อยตัวก็เป็นเพราะพนักงานสอบสวนได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีการปล่อยตัว หลังได้รับความเห็นจากแพทย์แล้ว ส่วนรายละเอียดทางคดีคงไม่สามารถชี้แจงได้ทั้งหมด

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com