บุกชาร์จหนุ่มค้ายา บ้าคาห้องพัก-อ้างตกงานจำต้องขายเพื่อเลี้ยงชีพ

บุกชาร์จหนุ่มค้ายา บ้าคาห้องพัก-อ้างตกงานจำต้องขายเพื่อเลี้ยงชีพ

บุกชาร์จหนุ่มค้ายา ( 17 ต.ค. 61 ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี พร้อมกำลังทหาร ม.พัน 18 กองพลทหารม้าที่ 1 จังหวัดเพชรบูรณ์ ทำการบุกเข้าจับกุมหนุ่มค้ายาบ้า

บุกชาร์จหนุ่มค้ายา หลังสืบทราบว่า มีการเช่าห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่ตำบลสระประดู่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เพื่อจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่น โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ทำการใช้สายลับในการล่อซื้อยาบ้า จำนวน 10 เม็ด เป็นเงิน 750 บาท จากผู้ต้องหา โดยใช้ธนบัตรซึ่งถ่ายเอกสารเอาไว้

บุกชาร์จหนุ่มค้ายา

เมื่อสายลับ (ผู้หญิง) ทำการเปิดประตูห้องพักออกมา กำลังเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจและทหาร ก็ทำการบุกเข้าไปจับกุมตัวผู้ต้องหา ซึ่งทราบชื่อภายหลังคือ นายมานะ อายุ 36 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.สระประดู่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ พร้อมของกลางเป็นยาบ้าที่ล่อซื้อ จำนวน 10 เม็ด

และ จากการตรวจค้นในห้องพักอย่างละเอียด พบยาบ้า ซ่อนอยู่ในหลอดอีกจำนวน 10 เม็ด จึงแจ้งข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 แอมเฟตามีน (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการสอบถาม นายมานะ ให้การรับสารภาพว่า ตนเองรับยาบ้ามาจากเพื่อนในราคาเม็ดละ 70 บาท เพื่อมาจำหน่ายให้กับลูกค้าในราคาเม็ดละ 100 บาท สาเหตุที่ต้องหันมาขายยาบ้า เพราะตนเองตกงาน มากว่า 2 เดือนแล้ว จึงต้องรับยาบ้ามาขาย เพื่อให้มีรายได้ในการเลี้ยงชีพ

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

รวบคาผ้าเหลือง “พระ” ลวงเด็กชายวัย 14 ข่มขืนในกุฏิ สืบไปสืบมามีเหยื่อนับสิบ

รวบคาผ้าเหลือง “พระ” ลวงเด็กชายวัย 14 ข่มขืนในกุฏิ สืบไปสืบมามีเหยื่อนับสิบ

รวบคาผ้าเหลือง “พระ” ลวงเด็กชายวัย 14 ข่มขืนในกุฏิ ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าจับกุมพระพันธ์ศักดิ์ ฐิตสีโล หรือ พระพันธ์ศักดิ์ อายุ 37 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่

รวบคาผ้าเหลือง “พระ” ลวงเด็กชายวัย 14 ข่มขืนในกุฏิ กลางดึกที่ผ่านมา ( 17 ตุลาคม) ชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 นำหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เข้าจับกุมพระพันธ์ศักดิ์ ฐิตสีโล หรือ พระพันธ์ศักดิ์ อายุ 37 ปี รักษาการเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในตำบลสบแม่ข่า อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ”

จากนั้นนำตัวไปตรวจค้นภายในกุฎิ พบคอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ จึงยึดไว้เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่พระพันธ์ศักดิ์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวไปให้เจ้าคณะตำบลสบแม่ข่าสึก จากนั้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรงหางดงดำเนินคดี

รวบคาผ้าเหลือง

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเดือนมีนาคม 2561 มีผู้ปกครองพาเด็กชาย เอ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ ศูนย์พิทักษ์สิทธิ์เด็กและสตรี ตำรวจภูธรภาค 5 โดยระบุว่า ถูกพระระดับเจ้าอาวาสล่อลวงเข้าไปที่กุฎิภายในวันศรีวารีสถาน

จากนั้นได้บังคับให้เด็กร่วมเพศทางรูทวาร ก่อนจะให้เงินปิดปากและข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร แต่ผู้ปกครองผิดสังเกตเพราะเห็นลูกตนเองมีเงิน เมื่อเค้นถามเด็กจึงยอมเปิดปากบอกว่า ถูกพระรูปนี้ล่อลวงไปมีสัมพันธ์และให้เงินมาเพื่อปิดปาก

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนกระทั่งพบว่า ยังมีเด็กชายอีกกว่า 10 คน ซึ่งทั้งหมดอายุต่ำกว่า 15 ปี ถูกรักษาการเจ้าอาวาสรายนี้ล่อลวงไปมีเพศสัมพันธ์ เจ้าหน้าที่และทีมสหวิชาชีพจึงร่วมกันสอบปากคำเด็ก เบื้องต้นทราบว่า พระรูปนี้มักมีพฤติกรรม ล่อลวงเด็กโดยเสนอเงินค่าปิดปากคนละ 300-1,000 บาท โดยเหตุการณ์เกิดในช่วงเดือนมีนาคม – กรกฎาคมที่ผ่านมา

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

ลุง ป.ป.ช. เล็งปืนใส่คู่กรณี “มอบตัวแล้ว” ตำรวจชี้ เข้าข่ายผิด 3 ข้อหา

ลุง ป.ป.ช. เล็งปืนใส่คู่กรณี “มอบตัวแล้ว” ตำรวจชี้ เข้าข่ายผิด 3 ข้อหา

ลุง ป.ป.ช. เล็งปืนใส่คู่กรณี “มอบตัวแล้ว” ตำรวจชี้ เข้าข่ายผิด 3 ข้อหาพ.ต.อ.ปริญญา เหลืออุทัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง

ลุง ป.ป.ช. เล็งปืนใส่คู่กรณี “มอบตัวแล้ว” ตำรวจชี้ เข้าข่ายผิด 3 ข้อหา ก่อนเกิดเหตุ นายพิเศษได้ขับรถเก๋งสีดำในศูนย์ราชการ แต่มีรถเก๋งอีกคันขับตามใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนโดนจี้ตูด

ลุง

คาดว่าเป็นสาเหตุให้นายพิเศษเปิดประตูและเดินลงจากรถ จากนั้นจึงเล็งปืนไปที่คนขับรถคันที่ตามมา แต่หลังจากคลิปนี้ได้เผยแพร่ไปในโลกอินเทอร์เน็ต เจ้าหน้าที่พยายามติดตามตัวแต่กลับไม่พบทั้งที่บ้านพักและที่ทำงาน ก่อนเจ้าตัวจะเข้ามามอบตัวด้วยตัวเองในวันนี้ (16 ต.ค.)

ตำรวจเผยว่า แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีผู้เสียหาย เข้ามาแจ้งความดำเนินคดี แต่พฤติกรรมดังกล่าว เข้าข่ายความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วย มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง พกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะ และ ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว โดยเจ้าพนักงานตำรวจสามารถ ดำเนินคดีได้ทันที

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

สุดยื้อ-กระบะซิ่งชนหนุ่มใหญ่เดินข้ามถนน กู้ภัยเร่งช่วยก่อนสิ้นใจที่ รพ.

สุดยื้อ-กระบะซิ่งชนหนุ่มใหญ่เดินข้ามถนน กู้ภัยเร่งช่วยก่อนสิ้นใจที่ รพ.

สุดยื้อ-กระบะซิ่งชนหนุ่มใหญ่เดินข้ามถนน  ( 14 ต.ค. 61 ) ได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.อ.ประสิทธิ์ เจียมใจ รอง สารวัตร(สอบสวน) สภ.โนนสะอาด ภ.จว.อุดรธานี ว่า เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 13 ตุลาคม 2561 กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์กระบะเฉี่ยวชนคนข้ามถนนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สุดยื้อ-กระบะซิ่งชนหนุ่มใหญ่เดินข้ามถนน โดยที่เกิดเหตุ เลยตัวสี่แยกไฟแดงถนนมิตรภาพ 2 อุดรธานี ขอนแก่น หลักกิโลเมตรที่ 400 ช่วงเลยจุดกลับรถยูเทิร์น หน้า ธกส. ประมาณ 100 เมตร จุดเกิดเหตุ บ.โนนสะอาด ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี

สุดยื้อ

หลังจากได้รับแจ้งเหตุรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงอุดรธานี จุดบริการโนนสะอาด ออกช่วยเหลือในเบื้องต้นพร้อมออกตรวจที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะแบบมีหลังคาบรรทุกสินค้า อีซูซุ ดีแมกซ์ สีบอลเงิน ทะเบียน บบ 827 อุบลราชธานี สภาพรถแก้มซ้ายยุบ มี นายปรีชา อายุ 29 ปี ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด และมีผู้โดยสารนั่งข้างมาด้วยซึ่งเป็นภรรยาไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ส่วนคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสห่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.โนนสะอาด และเสียชีวิตใรเวลาต่อมาทราบชื่อคือ นายอดุล อายุ 38 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.โนนสะอาด อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายกำลังตะเดินข้ามถนนไปอีกด้านหนึ่ง ในขณะเดียวกันมีรถยนต์กระบะวิ่งมาด้วยความเร็วเกิดเสียหลักเฉี่ยวชนคนข้ามถนนล้มลงศรีษะกระแทกพื้นถนนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บและเสียชวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุที่แท้จริงอยู่ระหว่างการสอบสวน

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

หัวขโมยสุดแสบ สะบัดตำรวจวิ่งหนีทั้งกุญแจมือ สุดท้ายเจอลอยคอในทะเล

หัวขโมยสุดแสบ สะบัดตำรวจวิ่งหนีทั้งกุญแจมือ สุดท้ายเจอลอยคอในทะเล

หัวขโมยสุดแสบ พ.ต.อ.สมเด็จ สุขการ ผกก.สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งจากตำรวจประจำห้องวิทยุว่า มีผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ ได้วิ่งหลบหนีจากหน้า สภ.เมืองกระบี่ ไปทางสวนสาธารณะธารา ภายในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ หลังรับแจ้ง จึงพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ชุดปราบปราม และหน่วยกู้ภัย ร่วมกันออกค้นหา

หัวขโมยสุดแสบ โดยผู้ต้องหารายดังกล่าว ทราบชื่อคือ นายธานินทร์ อายุ 20 ปี ได้วิ่งหนีลงไปตามถนนสายอุตรกิจแล้วเข้าไปในป่าละเมาะหลังโรงเรียนอุตรกิจ ทางเจ้าหน้าที่ได้ปิดกั้นเส้นทาง

ต่อมาได้รับแจ้งว่าผู้ต้องหาได้วิ่งไปยังแพปลาปากแม่น้ำกระบี่ และกระโดดลงทะเลไป ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นชุมชนใหญ่ มีแพปลา ท่าเรือประมงจำนวนมาก จนกระทั่งไปพบว่าผู้ต้องหาได้ลงไปลอยคออยู่ที่ท่าเรือขนส่งสินค้าจึงลงไปจับกุมตัวได้

หัวขโมยสุดแสบ

โดยพบว่าผู้ต้องหาได้สะเดาะกุญแจมือทิ้งไปแล้ว จากนั้นนำมาที่สภ.เมืองกระบี่ และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ข้อหาหลบหนีจากที่คุมขัง

พ.ต.ต.ประพันธ์ หนูชัยแก้ว สารวัตรสอบสวนสภ.เมืองกระบี่ เจ้าของคดีกล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 ตค.ที่ผ่านมา หลังจากเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ผู้ต้องหาได้ไปลักทรัพย์เป็นหม้อแบตเตอรี่ 2 ลูก

และเครื่องมือช่างจากอู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ต่อมาตำรวจตามจับได้และนำมาสอบสวน ให้การรับสารภาพว่าลักทรัพย์จริง เนื่องจากมีของกลางอยู่ที่บ้านของผู้ต้องหา ซึ่งจนมุมด้วยหลักฐาน จากนั้นวันนี้ ตนพร้อมเจ้าหน้าที่อีก 3 นาย ได้นำผู้ต้องหา

เตรียมทีจะขึ้นรถเพื่อนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกระบี่ แต่ปรากฏว่าขณะเดินไปจะขึ้นรถที่หน้า สภ. ผู้ต้องหาได้สะบัดมือจากการจับของตำรวจแล้ววิ่งหนีไปทันที ทั้งที่มีกุญแจมืออยู่ แต่สุดท้ายไม่รอดตามจับกุมได้ และก็นำไปฝากขังต่อ เมื่อฝากขังเสร็จจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคือ หลบหนีจากที่คุมขังอีก 1 คดี

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

รวบหนุ่มเปลือยกาย ปีนเข้าห้องสาว สวมถุงยางพร้อม อ้างดื้อๆ “เมา”

รวบหนุ่มเปลือยกาย ปีนเข้าห้องสาว สวมถุงยางพร้อม อ้างดื้อๆ “เมา”

รวบหนุ่มเปลือยกาย หนุ่มอ้างเมากลับบ้านกลางดึก เปียกทั้งตัวถอดเสื้อถอดกางเกงปีนเข้าห้องสาว ก่อนถูกแจ้งบุกรุก-อนาจาร สาวข้องใจทำไมต้องสวมถุงยางก่อนเปิดห้อง

รวบหนุ่มเปลือยกาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 ต.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เสม็ด ได้ติดตามจับกุม นายณัฐวุฒิ อายุ 25 ปี พนักงานซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร

เนื่องจากก่อนหน้านี้ น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี ได้เข้าแจ้งความว่า นายณัฐวุฒิได้บุกเข้าไปในห้องนอน ในสภาพตัวเปล่าไม่นุ่งกางเกงและใส่เสื้อผ้าเข้ามาขอผ้าเช็ดตัว โดยไม่รู้ว่ามีเจตนาอย่างไร

จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังจากนั้นตำรวจจึงได้เข้าจับกุมตัวในสภาพนอนหลับไม่ใส่เสื้อผ้า และยังมีถุงยางอนามัยสวมอยู่กับอวัยวะเพศ จึงได้นำตัวมาสอบสวนพร้อมทั้งตั้งข้อหาบุกรุก และอนาจาร

รวบหนุ่มเปลือยกาย

ต่อมา พ.ต.ท.ณัฐวรรธน์ เพลินจิตร สารวัตรเวรเจ้าของคดี ได้นำตัวนายณัฐวุฒิไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่อาคารพาณิชย์ 3 ชั้นแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาได้ไปดื่มสุรากับพรรคพวกเมามาก และขี่รถจักรยานยนต์ไม่มีบังโคลนหน้ากลับบ้าน ทำให้เสื้อกางเกงเลอะเทอะไปหมด

เมื่อมาถึงบ้านปรากฏว่าลืมกุญแจเข้าบ้าน จึงได้ถอดเสื้อผ้าออกและปีนบ้านของหญิงสาวไปที่ชั้น 2 โดยมุดลูกกรงเข้าไป และไปเปิดห้องนอนและขอผ้าเช็ดตัว หลังจากนั้นได้ปีนเข้าดาดฟ้า โดยไม่คิดอะไรกับ น.ส.น้อย แต่อย่างใด เพราะเป็นเพื่อนของน้าสาว

ส่วนที่ยังสวมถุงยางอนามัยนั้น เนื่องจากช่วงที่ไปกินสุราคิดว่าจะไปมีสัมพันธ์ทางเพศกับหญิงสาว จึงได้สวมถุงยางเตรียมความพร้อมไว้ ไม่ได้คิดจะไปข่มขืนใคร

ทางด้านหญิงสาวกล่าวว่า บ้านมีลูกกรงจึงไม่ได้ล็อกประตูห้อง ช่วงกลางดึกตกใจตื่นเมื่อมีคนมาเปิดประตู เสื้อผ้าก็ไม่ใส่ ถามว่าใครก็ไม่ยอมบอกนิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง

ต่อมาได้มาขอผ้าเช็ดตัวจึงได้ให้ไป การแจ้งความในครั้งนี้เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต จึงมาแจ้งความให้ดำเนินคดีดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หวิดบึ้ม ! ชาวบ้านออกหาเห็ดกลับเจอ “ระเบิด” โร่แจ้ง จนท.อีโอดีเก็บกู้

หวิดบึ้ม ! ชาวบ้านออกหาเห็ดกลับเจอ “ระเบิด” โร่แจ้ง จนท.อีโอดีเก็บกู้

หวิดบึ้ม !  ร.ต.อ.จรูญ ตรงกลาง ร้อยเวร สภ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งจาก นายประเวท อยู่รองผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านตลิ่งสูง ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี ว่า นายปิยะ อายุ 30 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านหมู่ 3 บ้านตลิ่งสูง ต.ทองหลาง ไปพบลูกระเบิดวางซุกอยู่ใต้โค่นต้นมะขาม ชายไร่มันสำปะหลังตน

หวิดบึ้ม ! จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบ หลังจากได้รับแจ้งได้ประสานไปยัง ร.ต.ท.ณวพล ทรัพย์ประเสริฐ เจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี. พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารรักษาความสงบ และฝ่ายปกครอง ไปตรวจสอบ

หวิดบึ้ม

พบจุดที่พบระเบิดอยู่ริมเขื่อนห้วยขุนแก้ว บริเวณชายไร่มันสำปะหลังใต้ต้นมะขาม พบวัตถุระเบิดแบบขว้างสังหารบุคคล “เอ็ม 67 ยู.เอส.เอ” ในสภาพสนิมกินรอบลูก คาดว่า มีคนนำไปวางไว้นานแล้ว

จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้ฯ ได้นำยางล้อรถยนต์ไปวางล้อมลูกระเบิด จำนวน 4 เส้น พร้อมกับเดินสายไฟฟ้า เพื่อทำลายวัตถุระเบิด โดยกันชาวบ้านที่ไปมุงดูออกห่างในระยะปลอดภัย โดยใช้เวลาในการทำลายวัตถุระเบิด 30 นาที จึงแล้วเสร็จ โดยทุกคนได้รับความปลอดภัยทุกคน ซึ่งอานุภาพของระเบิดนั้นได้ทำลายกิ่งมะขามบางกิ่งฉีกขาดด้วย

นายปิยะ กล่าวว่า ตนได้ออกไปดูไร่มันสำปะหลังริมอ่างเก็บน้ำห้วยขุนแก้ว ระหว่างที่เดินดูไร่มันถึงชายป่า จึงได้แวะเข้าไปใต้ต้นมะขามเพื่อหาเห็ดโคน แต่กลับเห็นลูกระเบิดเป็นสนิมดำๆ จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เก็บกู้และทำลายทิ้ง ดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

พ่อแม่แท้ๆ ขอยุติไม่เอาผิดพ่อเลี้ยง ข่มขืนลูกสาววัย 15 อ้างเคลียร์กันแล้ว

พ่อแม่แท้ๆ ขอยุติไม่เอาผิดพ่อเลี้ยง ข่มขืนลูกสาววัย 15 อ้างเคลียร์กันแล้ว

พ่อแม่แท้ๆ ขอยุติไม่เอาผิดพ่อเลี้ยงที่ข่มขืนลูกสาววัย 15 อ้างเคลียร์กันแล้ว สงสารลูก ด้านบ้านพักเด็ก-ตำรวจ ไม่ยอมจบง่ายๆ

พ่อแม่แท้ๆ (10 ต.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ความคืบหน้ากรณีครูหื่นขืนใจลูกติดเมียวัย 15 ปี โดยที่แม่เด็กรู้เห็นแต่อ้างว่าเอาผิดสามีใหม่ไม่ได้เพราะมีลูกด้วยกันแล้ว อายุแค่ 7 เดือน อีกอย่างคืออยากจะค้นหาความจริง

เนื่องจากสามีใหม่ อ้างว่าไม่ได้ข่มขืนแต่ทำไมต้องยอมชดใช้ค่าเสียหายเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี ซึ่งในขณะนั้นตนเองยังสับสนและทำอะไรไม่ถูก

พ่อแม่แท้ๆ

วันนี้ทีมข่าวได้รับการเปิดเผยจากแม่ของเด็กคนดังกล่าว ได้แจ้งว่า ขอยุติการให้ข้อมูลเรื่องราวดังกล่าว เนื่องจากจะขอดูก่อนว่าสามีคนปัจจุบันจะยอมทำตามคำพูดที่ให้ไว้หรือไม่ ในเรื่องค่าทำขวัญจำนวน 2 หมื่นบาท เพื่อไม่ให้ดำเนินคดี

แม่เด็กคนดังกล่าว เปิดเผยอีกว่า หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป ทำให้ผู้บริหารของโรงเรียนที่พ่อเลี้ยงสอนอยู่เกิดความร้อนใจ ขอให้ตนหยุดให้ข่าว และเคลียร์ปัญหากับสามีให้ดีเสียก่อน เกรงปัญหาจะตามมาต่างๆ นานา ล่าสุด แหล่งข่าวแจ้งว่าทาง ผอ.โรงเรียนดังกล่าวได้ให้พ่อเลี้ยง ในตำแหน่งครูอัตราจ้าง ยุติการสอนแล้ว เนื่องจากเกรงเสื่อมเสียชื่อเสียง

ขณะที่ นางสาวนพพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง ได้เปิดเผยหลังให้เจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์จังหวัดระยอง ลงพื้นที่บ้านเช่าที่เกิดเหตุ หลังแม่ของนักเรียนหญิงวัย 15 ปี ได้เปิดเผยกับทีมข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นเรื่องจริง

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้ประสานยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมาทั้งทางเอกสารและวาจาไปแล้ว ขณะนี้เด็กได้ย้ายออกไปอยู่ในความปกครองของตากับยาย ที่จังหวัดนครราชสีมา

ในส่วนนี้ที่ทางพ่อแม่เด็กแท้ๆ ไม่ติดใจเอาความในเหตุที่เกิดขึ้นนั้น น.ส.นพพนา กล่าวในเรื่องนี้ว่า คงยุติเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะถือเป็นความผิด ไม่ใช่ว่าคนทำผิดจ่ายเงินแล้วจบ ด้านพ่อแท้ๆ ของเด็ก ได้ประสานมายังเพจข่าวระยองเช่นกัน แจ้วว่าเคลียร์กันแล้ว และลูกสาวไม่ติดใจเอาความแล้ว ขอให้ยุติเรื่องราวทั้งหมด

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดระยอง ได้ติดตามในเหตุที่เกิดขึ้นด้วยเป็นเหตุที่ประชาชนให้ความสนใจ ขณะนี้จากการตรวจสอบทราบแล้วว่า พ่อ แม่ แท้ของเด็กอยู่ที่ไหน ในส่วนความคืบหน้าจะประสานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยองดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อย่างไรก็ตามทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง ได้รับเรื่องดังกล่าวและขณะนี้ได้ติดตามความคืบหน้า ร่วมกันประสานกับบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครราชสีมา ให้พาเด็กไปตรวจร่างกาย ก่อนที่จะนำตัวเด็กมาอยู่ในความดูแล พร้อมทั้งจะพาเข้าแจ้งความ เพื่อดำเนินคดีกับพ่อเลี้ยงตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com

หัวหน้าอุทยานฯ หอบหลักฐานแจ้ง “แก๊งปลัดล่าหมี” เพิ่มเป็น 10 ข้อหา

หัวหน้าอุทยานฯ หอบหลักฐานแจ้ง “แก๊งปลัดล่าหมี” เพิ่มเป็น 10 ข้อหา

หัวหน้าอุทยานฯ ไทรโยค หอบพยานวัตถุในที่เกิดเหตุส่ง พงส.สภ.ไทรโยค แจ้งข้อหาเพิ่มเป็น 10 ข้อ ขณะที่ตำรวจนำตัวปลัดส่งฝากขังศาล

หัวหน้าอุทยานฯ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ที่ สภ.ไทรโยค นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในฐานะผู้เสียหาย พร้อมด้วย นางสาวเนตรนภา งามเนตร ผช.หน.อช.ไทรโยค และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้นำวัตถุพยานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุบริเวณป่าเขาพลู หมู่ที่ 8 ตำบลวังกระแจะ อำเภอไทรโยค

หัวหน้าอุทยานฯ

ในคดีที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค จับกุม นายวัชรชัย หรือ ปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกรวม 11 คน ขณะเข้าไปในป่าภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมของกลางอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก รวมทั้งซากส่วนขาของหมีขอ มาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค

โดย นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน ว่า ได้นำพยานวัตถุที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุไม่ว่าจะเป็นเศษขน เศษกราม ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นซากของหมีขอ ที่พบบริเวณที่คณะปลัดเข้าไปพักแรม มามอบให้กับพนักงานสอบสวนเพื่อที่จะนำมาประกอบในสำนวนคดี

หลังจากที่มอบวัตถุพยานดังกล่าวให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ก็จะขอนำไปตรวจพิสูจน์ ที่หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อหาความเชื่อมโยงคดี โดยจะทำการตรวจยืนยันว่าซากสัตว์ที่พบเป็นซากของหมีขอหรือไม่ และพิสูจน์ว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ แต่ในเบื้องต้นตนเชื่อว่าซากสัตว์ที่พบเป็นซากของหมีขอ

ขณะที่จุดที่พบผู้ต้องหาเป็นจุดแรกระหว่างทางที่ผู้ต้องหากำลังเดินทางกลับออกมา และตรวจพบปลอกกระสุนปืน 9 มม. จำนวน 25 ปลอก และปลอกกระสุนปืน .45 มม. จำนวน 6 ปลอก รวม 31 ปลอก ซึ่งทั้งหมดเป็นปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้ว นั้น จึงต้องแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมเป็นข้อหาที่ 10 คือ ยิงปืนในเขตอุทยานฯ ความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน ซึ่งคาดว่าผู้ต้องหาน่าจะโยนทิ้งทางฝั่งขวา บริเวณรถคันที่ 2-3 ห่างจากรถประมาณ 7 เมตร

ซึ่งขณะนั้น ปลัดแมน ได้โดยสารมาในรถคันที่ 4 ส่วนซากหมีขอและอาวุธปืนอีกจำนวนหนึ่ง อยู่ในรถคันที่ 5 ที่มี นายอนุสรณ์ เจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอด่านมะขามเตี้ย เป็นคนขับ

จากหลักฐานที่พบขณะนี้สามารถยืนยันได้ว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการยิงปืนภายในเขตอุทยานฯ ส่วนปลอกกระสุนปืนจะเป็นของอาวุธปืนกระบอกไหน และใครเป็นคนยิง ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะต้องทำการตรวจสอบเพื่อหาความเชื่อมโยงอีกครั้ง

“อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้อนุญาตให้กลุ่มผู้ต้องหาเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งเป็นเพียงการแอบอ้างของผู้ต้องหาเท่านั้น” นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค กล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่จะขอตัวไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังให้ปากคำอยู่

และในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ขึ้นรถควบคุม เพื่อนำตัวทั้งหมดส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีมีรถเจ้าหน้าที่ประกบหน้าหลัง ขณะเดียวกันก็ได้มีบรรดาญาติๆ ของผู้ต้องหาขับรถติดตามขบวนไปที่ศาลด้วย เพื่อเตรียมยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหา

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

วงจรปิดจับภาพ “ผศ. ดร.” ก่อนเป็นศพ – ตร. เริ่มแกะรอยเพื่อนชายได้แล้ว

วงจรปิดจับภาพ “ผศ. ดร.” ก่อนเป็นศพ – ตร. เริ่มแกะรอยเพื่อนชายได้แล้ว

วงจรปิดจับภาพ  ตำรวจพิษณุโลก เผยกล้องวงจรปิดจับภาพ ชัด “อาจารย์อรรจน์” ก่อนเป็นศพลอยน้ำ เดินออกจากวัดคูหาสวรรค์ พบเจ้าอาวาสที่สนิท ส่วนชายคนสนิทที่หายตัวไป ล่าสุด ตำรวจเริ่มแกะรอยได้แล้ว

วงจรปิดจับภาพ  ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ ผศ. ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี หรือ “อาจารย์อรรจน์” ประธานหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และอดีตผู้ช่วยอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ที่ถูกพบเป็นศพลอยอยู่ในแม่น้ำน่าน

วงจรปิดจับภาพ

เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรม เพราะก่อนเป็นศพมีพยานเห็นขึ้นรถเก๋งไปกับชายคนหนึ่งนั้น (อ่านข่าว : ผบ.ตร. สั่งคลี่ปม ผศ. ดร. ลอยอืดกลางน้ำน่าน-เช็กคนขับเก๋งขาวรับขึ้นรถ ก่อนเป็นศพ)

ล่าสุด (8 ตุลาคม 2561) เดลินิวส์ออนไลน์ รายงานว่า พล.ต.ต. ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก เผยความคืบหน้าคดีดังกล่าว ว่า ขณะนี้ชุดคลี่คลายคดีได้หลักฐานกล้องวงจรปิดสำคัญของ อาจารย์อรรจน์ ก่อนจะเสียชีวิต

ซึ่งเป็นภาพเมื่อช่วงเวลาประมาณ 14.12 น. ของวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา อาจารย์อรรจน์ ได้เดินผ่านกล้องวงจรปิดหน้าร้านขายกาแฟแห่งหนึ่ง ใกล้กับโรงเรียนจ่านกร้อง

ซึ่งอยู่ละแวกวัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก หลังแวะเข้าไปในวัดเพื่อพบกับเจ้าอาวาส เนื่องจากเป็นเพื่อนและเคยบวชเรียนด้วยกัน มีพยานในวัดยืนยันอย่างชัดเจน โดยอาจารย์อรรจน์ สวมเสื้อแขนสั้นสีเทา นุ่งกางเกงขายาวสีน้ำตาลอ่อน สะพายกระเป๋า และถือถุงเอกสาร ซึ่งตรงกับในคืนที่พบศพ

นอกจากนี้ รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานบทสัมภาษณ์ นายสมโภช ใจมน ไวยาวัจกรวัดคูหาสวรรค์ อ.เมืองพิษณุโลก

พยานที่พบเห็นผู้เสียชีวิตเป็นคนสุดท้าย เผยว่า ตนและอาจารย์อรรจน์รู้จักกันมานาน ปกติอาจารย์เป็นคนยิ้มแย้ม ร่าเริง เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ตนเห็นอาจารย์อรรจน์เดินเข้ามาในวัดจากถนนใหญ่ ก็ทักทายกันปกติ

ซึ่งอาจารย์บอกว่าจะมาพบเจ้าอาวาส แต่วันนั้นเจ้าอาวาสไม่อยู่ จากนั้นอาจารย์อรรจน์ก็เดินออกไป กระทั่งมาทราบข่าว ก็รู้สึกตกใจมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยังไม่ตัดประเด็นต่าง ๆ ทั้งการฆาตกรรมด้วยความขัดแย้งหรือประสงค์ต่อทรัพย์ หรือจงใจฆ่าตัวตายเอง

เนื่องจากตามประวัตินั้น อาจารย์เคยมีประวัติรับการรักษาทางจิตเวช พร้อมเข้าตรวจสอบรถของอาจารย์อรรจน์ที่จอดทิ้งไว้ที่โรงแรม เพื่อเก็บลายนิ้วมือแฝงไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติมด้วย

พร้อมเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม เพื่อใช้เชื่อมโยงหลักฐานคลี่คลายคดี และจะสอบปากคำพยานแวดล้อมอย่างละเอียด ส่วนชายคนสนิทที่หายตัวไปนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่เริ่มแกะรอยได้แล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://hilight.kapook.com