นายดาบตำรวจปวดแก้วหูไม่หายยิงตัวเองดับ

นายดาบตำรวจปวดแก้วหูไม่หายยิงตัวเองดับ

นายดาบตำรวจปวดแก้วหูไม่หายยิงตัวเองดับ

นายดาบตำรวจปวดแก้วหูไม่หายยิงตัวเองดับ

นายดาบตำรวจปวดแก้วหูไม่หายยิงตัวเองดับ

  ดาบตำรวจหนุ่มใหญ่ทนทุกข์กับอาการป่วยเรื้อรัง เจ็บแก้วหูชั้นในและรักษามากว่า 8 เดือน กระทั่งวันลางานใกล้จะหมด เครียดจัดชักปืนยิงตัวเองเสียชีวิตที่ร้านเพื่อน

(10 พ.ค.) ร.ต.อ.ภูริภัทร ภูเมฆ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามโคก ได้รับแจ้งมีเหตุยิงตัวเอง ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ สีมาคุปต์

ผกก.สภ.สามโคก กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวนหนึ่ง แพทย์เวรสถาบันนิติวิทยาศาสตร์กระทรวงยุติธรรม อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตเป็นบ้านเดี่ยวมีรั้วรอบขอบชิด ด้านข้างเปิดเป็นอู่ซ่อมปะรถ อีกด้านเป็นสถานที่เลี้ยงไก่ชน ที่บริเวณเปลซึ่งโยงกับต้นไม้ใหญ่ พบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ด้านบน ทราบชื่อต่อมา ด.ต.ขจร อายุ 48 ปี

ผบ.หมู่งานป.สภ.สามโคกช่วยราชการ ศูนย์วิทยุ 191 ปทุมธานี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ขมับขวา

บริเวณหน้าอกมีอาวุธปืนตกอยู่ 1 กระบอก บริเวณพื้นดินพบโทรศัพท์มือถือและรองเท้าของผู้เสียชีวิตวางอยู่ นายคงศักดิ์ อายุ 39 ปี ช่างทำสีรถยนต์และเป็นเพื่อนผู้เสียชีวิตให้การว่า ปกติแล้ว ด.ต.ขจร จะมาที่เกิดเหตุ

ทุกวัน เพื่อมานอนเล่นและเลี้ยงไก่ชน

กระทั่งวันนี้ตนเองออกไปข้างนอกและเข้ามาช่วงบ่ายๆ ก็พบเห็นผู้เสียชีวิจนอนอยู่บนเปล สภาพมดกัดที่ขา แต่ทำไมไม่ขยับ จึงเดินไปดูก็พบว่าเพื่อนยิงตัวเองตาย จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ นางบุบผา

อายุ 66 ปี แม่ของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ลูกชายจะมานอนที่เปลข้างอู่ทำสีรถยนต์เป็นประจำเกือบทุกวัน และนำไก่ชนมาเลี้ยงไว้จำนวนหลายตัว ลูกชายมีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน และมีอาการปวดแก้วหูชั้นในเป็น

อย่างมากเมื่อได้ยินเสียง

ล่าสุดได้ลางาน เพื่อรักษาตัวเป็นเวลา 45 วัน ล่าสุดวันลาหมดไปแล้ว 40 วัน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น โดยพบว่ามีอาการปวดที่แก้วหูชั้นในอย่างรุนแรง แม้จะรักษามาต่อเนื่องประมาณ 8 เดือน แต่ไม่ทุเลาเลย ก็ไม่คิดว่า

ลูกชายจะมาฆ่าตัวตายเช่นนี้  ร.ต.อ.ภูริภัทร ภูเมฆ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สามโคก เปิดเผยว่า ได้ประสานแพทย์สถาบันนิติวิทยาศาสตร์

กระทรวงยุติธรรม ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐาน และให้อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุนแหล่งที่มา www.sanook.com

ศพสาวเปลือย สยองแต่เช้า คาหาด

ศพสาวเปลือย สยองแต่เช้า คาหาด

ศพสาวเปลือย สยองแต่เช้า คาหาด

สาวล้างจานตายเปลือยคาหาดพัทยา สภาพถูกฝังกลบร่างหวังอำพราง เชื่อถูกข่มขืนกระทำชำเรา ชุดสืบสวนตามรวบชายต้องสงสัย อ้างฝ่ายหญิงชักกระตุกตายระหว่างภารกิจ

(17 เม.ย.) พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก.สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.กรณ์ สมคะเณย์ รองผกก.ป.สภ.เมืองพัทยา ร.ต.อ.ชานันท์ เกษรบัว สว.สอบสวนเจ้าของคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเวร ร่วมกันตรวจสอบที่เกิดเหตุพบศพผู้เสียชีวิต ที่บริเวณชายหาดจอมเทียนพัทยา ตรงข้ามปากซอยจอมเทียน 18-19 ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุบนพื้นทรายพบศพ น.ส.ยุ้ย (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี พนักงานล้างจานร้านอาหารแห่งหนึ่ง นอนเสียชีวิต ในสภาพเปลือยท่อนล่าง แต่มีผ้าปิดคลุมอวัยวะเพศเอาไว้ แล้วถูกฝังกลบด้วยทราย คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้ว 2-3 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ได้ใช้ผ้าขาวคลุมเอากัน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบขวดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขวดโซดา และขวดยาดมตกอยู่ รวมทั้งยังพบร่องรอยรองเท้าอยู่หลายรอย เจ้าหน้าที่จึงบันทึกแล้วเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกั้นไม่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าใกล้จุดเกิดเหตุเพราะเกรงว่าจะทำลายหลักฐานและร่องรอยที่คนร้ายทิ้งไว้

ศพสาวเปลือย

ศพสาวเปลือย สยองแต่เช้า คาหาด

ขณะที่ผู้ประกอบการร่มเตียงที่อยู่ใกล้เคียง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้มาเปิดให้บริการเตียงชายหาดามปกติ ก่อนจะพบกลุ่มคนยืนดูอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อสอบถามจึงทราบว่ามีคนนอนเสียชีวิตอยู่ แต่ตนไม่ได้รู้จักกับผู้เสียีชิวิตว่าเป็นใคร แต่จำได้ว่าเคยเห็นมานั่งเล่นอยู่แถวๆ นี้บ่อย ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นคนเดียวกันหรือไม่

เบื้องต้น พ.ต.อ.ประวิตร ช่อเส้ง ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุทันที่ พร้อมกำชับให้เน้นตรวจสอบรองเท้าหากตรงกับที่จุดเกิดเหตุให้ควบคุมตัวมาสอบสวนทันที่ ส่วนศพผู้เสียชีวิตนั้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจชันสูตรหาสาเหตุการตาย และมีร่องการถูกข่มขืนหรือไม่

ต่อมาเพียงไม่นานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย ทราบชื่อคือ นายวิชัย อายุ 45 ปี เป็นชาวจังหวัดนครนายก พบตัวอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ถึง 500 เมตร สภาพเนื้อตัวเปรอะเปื้อนทรายเต็มตัว ภายในกระเป๋าสะพายยังพบร้องเท้า 3 คู่

เมื่อตรวจสอบพบว่ารองเท้าที่ นายวิชัย สวมใส่อยู่ ตรงกับที่รอยที่อยู่ในจุดเกิดเหตุ จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำ กระทั่งจนมุมยอมรับสารภาพว่าได้มีเพศสัมพันธ์กับ น.ส.ยุ้ย จริง ซึ่งเป็นการยินยอมกัน แต่ระหว่างที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มกันอยู่ ปรากฏว่าฝ่ายหญิงเกิดอาการชักกระตุก กระทั่งช็อกเสียชีวิต โดยอ้างว่าไม่ได้ทำร้ายหรือฆ่าแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หนุ่มเบญจเพสหื่น บุกบ้านทุบตีข่มขืนหญิงวัย 58 ปี

หนุ่มเบญจเพสหื่น บุกบ้านทุบตีข่มขืนหญิงวัย 58 ปี

บุกบ้านทุบตี ข่มขืน หญิงวัยชลา

เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (9 พ.ค.62) พ.ต.อ. อธิวัฒน์ วีรจรัสรุจน์ ผู้กำกับการ สภ.วังตะเฆ่ ได้รับรายงาน จาก พ.ต.ท.กระจาย ทัน ทันตะคุ สารวัตรสอบสวน (สอบสวน) สภ.วังตะเฆ่ ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ว่ามีเหตุหนุ่มเมาสุราบุกข่มขืนแม่เฒ่าภายในบ้านคาที่นอน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น วันที่ 8 พ.ค. 62 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ด้านหลังโรงครัวหลังคาบ้านไม่มีเนื่องจากโดนพายุพัดออกไป พบนางมนันญา อายุ 58 ปี นั่งอยู่ภายในบ้านพร้อมกับลูกชายและเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่งรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบพบผู้เสียหาย

มีอาการซึมเศร้า ตามร่างกายมีรอยบอบช้ำ และฟันหน้าด้านล่างหัก 3 ซี่ ได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ระหว่างเกิดเหตุ มีฝนตก ลงมาช่วงกลางดึก ขณะตนนอนอยู่ที่บ้านตามลำพัง ส่วนลูกๆ ไปทำงานอยู่ที่ กทม.กันหมด จึงเป็นโอกาสที่ทำให้คนร้ายบุกมาหวังข่มขืนในครั้งนี้ โดยตนรู้จักตัวผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดี และจำหน้าได้ เพราะอยู่บ้านห่างกันออกไปทางหลังบ้านราว 100 เมตร

นายจตุพล เลิศพุดซา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้เสียหายได้รีบมาดู พบผู้เสียหายร้องไห้ยืนตัวสั่นไปหมด โดยผู้เสียหายได้เล่าให้ตนฟังว่าถูก นายกำพล หรือ โป่ย อายุ 25 ปี ผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้ามาทางหลังบ้านแล้วบุกมาขึ้นคร่อมตนในมุ้งที่นอนแล้วใช้มือปิดปากไว้

ตนรู้สึกตัวจึงกัดที่นิ้วมือข้างซ้ายของผู้ก่อเหตุ และต่อสู้กันอยู่พักหนึ่งตนโดนชกโดนตีตามร่างกายจนบอบช้ำจนหมดแรง ตนจึงถามไปว่าอยากได้อะไรก็ยอมผู้ก่อเหตุตอบมาว่า อยากได้ยาย ขณะที่ตนนอนนิ่งผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้พยายามนำอวัยวะสอดใส่ตนจึงตั้งสติพูดหว่านล้อมให้ผู้ก่อเหตุตายใจ หลังจากนั้นก็โดนฉุดกระชากลากตัวไปในห้องน้ำ ซึ่งนางมนันญา ผู้เสียหาย ได้พูดหว่านล้อมไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้โดนทำร้ายอีก จนต่อมาผู้ก่อเหตุได้ยอมใจอ่อน และหลบหนีไปที่หลังบ้าน

ภายหลังเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท. กระจาย ทัน ทันตะคุ สารวัตร (สอบสวน )พนักงานสอบสวนเวร สภ.วังตะเฆ่ ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว ได้เดินทางมาสอบสวนผู้เสียหายจนละเอียด และทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายกำพล หรือ โป่ย อายุ 25 ปี จึงน้ำกำลังและออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้ที่บ้านเพื่อน ภายในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนจะได้หลบหนีไปอยู่ยังพื้นที่อื่น ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.วังตะเฆ่ ซึ่งนายกำพล ผู้ก่อเหตุ ได้ยอมรับสารภาพว่าได้บุกเข้าหวังจะข่มขืนนางมนันญา แต่ยังทำไม่สำเร็จ ก่อนหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน ภายหลังสอบสวน ตำรวจจะส่งตัวไปดำเนินคดีในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลัง ประทุษร้าย ผู้อื่นในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ และบุกรุกเคหะสถานในเวลา กลางคืน ต่อไป

ขณะที่นายธนาศักดิ์ อายุ 27 ปี ลูกชายผู้เสียหาย กล่าวว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด หากเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิตไปเลย เพราะทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีทางสู้ ซึ่งต่อจากนี้ไปจะไม่ปล่อยให้แม่อยู่ตามลำพังเช่นนี้อีก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

หมอสักยันต์ ติดเหล้าหนักพอเลิกเหล้าอากาศร้อนนอนเสียชีวิต

หมอสักยันต์ ติดเหล้าหนักพอเลิกเหล้าอากาศร้อนนอนเสียชีวิต

หมอสักยันต์

วันที่ 6 พ.ค.62 ร.ต.อ.ทักษิณ ขันทองดี พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรตลุกดู่(อ่าน ตะ-หลุก-ดู่) อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี รับแจ้งว่าเหตุคนเสียชีวิตในกระท่อมหน้าบ้าน บ้านสวนขวัญ ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ทางแพทย์โรงพยาบาลโรงพยาบาลทัพทัน และอาสาสมัครกู้ภัยอุทัยธานี ไปตรวจสอบ

พบที่เกิดภายในกระท่อม พบศพ นายเฉลิม อายุ 40 ปี สภาพศพนอนหงายไม่สวมเสื้อ นุ่งกางขาสั้นลายแดงดำ คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง ลำตัวแข็ง ตรวจที่เกิดเหตุไม่พบรองรอยการต่อสู้

จากการสอบถาม นายถวัล อายุ 63 ปี พี่เขยของผู้ตายให้การว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็น หมอสักยันต์ ให้กับกลุ่มวัยรุ่น และคนที่ชอบสักยันต์ในหมู่บ้าน (โดยชาวบ้านจะเรียกขานว่า อาจารย์หนู หมอสักยันต์ บ้านสวนขวัญ)

หมอสักยันต์ ติดเหล้าหนักอากาศร้อนนอนเสียชีวิต

ก่อนหน้าเคยเข้าทำงานที่กรุงเทพ แต่เป็นคนชอบดื่มเหล้าจนติดเหล้าอย่างรุนแรงและเป็นโรคตับแข็งทำงานไม่ได้ จึงกลับมาอยู่บ้านและได้รักษาตัว โดยผู้ตายเพิ่งหยุดดื่มเหล้าเมื่อช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานี้ เนื่องจากอาการหนักไม่สามารถดื่มได้

ปกติผู้ตายชอบไปนอนที่เพิงแฝกหน้าบ้านเพียงลำพัง วันนี้คาดสภาพอากาศที่ร้อนจัดกอปรกับอาการป่วยโรคตับแข็งจึงทำให้เสียชีวิต ซึ่งญาติไม่ติดใจกรณีเสียชีวิต

เนื่องจากทราบดีว่าผู้ตายเป็นโรคตับแข็ง และยังคงดื่มเหล้า ประกอบสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตดังกล่าวเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาติบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/news/7763562/

แว้นซิ่งนรก ชนพ่อเฒ่าดับรับเสพยารีบไปหาลูกค้า

แว้นซิ่งนรก ชนพ่อเฒ่าดับรับเสพยารีบไปหาลูกค้า

สมศักดิ์ โชติเชย

แว้นซิ่งนรก ชนพ่อเฒ่า สมศักดิ์ โชติเชย

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายพรชัย ขลุดสกุล อายุ 40 ปี  ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.ถ้ำพรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมาได้เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุ จักรยานยนต์ชนกันบนถนนสายถ้ำพรรณรา-ทานพอ หมู่ 9 ต.ถ้ำพรรณรา ในที่เกิดเหตุพบ จักรยานยนต์(จยย.) ฮอนด้า ไม่มีทะเบียน

ล้มคว่ำพังเสียหายกลางถนน ใกล้กันพบร่าง นาย สมศักดิ์ โชติเชย อายุ 71 ปี บาดเจ็บสาหัส หัวแตกใบหน้าอาบเลือด นอนสลบไม่ได้สติริมถนน ห่างไปไม่ไกลพบ จยย.ยามาฮ่าเรดเดอร์ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน คนท 346 นครศรีธรรมราช ล้มคว่ำ ส่วนผู้ขับขี่คือ นายวินัย สุพรรณ์ อายุ 35 ปี

นอนบาดเจ็บเนื้อตัวถลอก ใบหน้ามีแผลเลือดอาบ นอนร้องครวญครางอยู่กลางถนนด้วย เจ้าหน้าที่นำตัวส่งรพ.ถ้ำพรรณรา เร่งรักษาอาการแต่ปรากฏว่า นายสมศักดิ์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิต อย่างไรก็ตามระหว่างเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายรถที่พังเสียหายกลับพบว่า รถจยย.ยามาฮ่าเรดเดอร์ ของนายวินัย มีการซุกซ่อนยาบ้า 35 เม็ดไว้ในกระเป๋าสตางค์สีชมพูด้วย จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนรีบไปอายัดตัวนายวินัย เพื่อสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับคดี ยาเสพติด หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การสอบสวนในคดีอุบัติเหตุพบว่าชายอายุ 71 ปี ขี่จยย.มาจากตลาดนัดถ้ำพรรณราเพื่อจะกลับบ้าน จนมาถึงที่เกิดเหตุปรากฏวว่า นายวินัยได้ขี่จยย.มาด้วยความเร็วได้พุ่งเข้าชนท้ายจยย.ของนายสมศักดิ์อย่างแรงจนกระเด็นตกรถร่างกระแทกพื้นบาดเจ็บเสียชีวิต

ในส่วนของยาบ้าที่พบในกระเป๋าสตางค์นั้น หลังจากนายวินัย สามารถให้การได้แล้วปรากฏว่า ยอมรับสารภาพว่าเป็นของตัวเองจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้าไป 1 เม็ด ก่อนจะขับรถไปส่งยาเสพติดที่เหลือ แต่ยังไม่ทันไปถึงก็มาเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน ทางเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จากนั้นได้รอผลหาสารเสพติดจากแพทย์เพื่อยืนยันคำให้การก่อนจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติม รวมทั้วขยายผลไปจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายอื่น ๆ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.dailynews.co.th/crime/707973

หนุ่มสุดหื่น งัดบ้านหวังบุกปล้ำเด็กสาว หนีได้เพราะยายกลับมาเห็น

หนุ่มสุดหื่น งัดบ้านหวังบุกปล้ำเด็กสาว หนีได้เพราะยายกลับมาเห็น

หนุ่มสุดหื่น

หนุ่มสุดหื่น งัดประตูบ้าน บุกปลุกปล้ำหวังข่มขืนเด็กหญิงวัย 14

หนุ่มสุดหื่น

หนุ่มสุดหื่น บุกปลุกปล้ำหวังข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 นอนอยู่เพียงลำพัง เคราะห์ดียายกลับมาเห็น สะดุ้งต้องตกใจรีบวิ่งหนีเตลิดไป ตำรวจปูพรมไล่ล่า เชื่อเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน

(7 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พันตำรวจตรีสมชาย เมฆหมอก สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ได้รับแจ้งจาก นางสังเวียน อายุ 63 ปี ชาวบ้านตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระบุว่า มีคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี

หนุ่มสุดหื่น ได้งัดประตูเข้ามาภายในบ้าน ก่อนจะก่อเหตุข่มขืนหลานสาววัย 14 ปี ทำให้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน

ภายในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดี่ยว พบรั้วสังกะสีข้างบ้านเป็นรูโหว่ได้รับความเสียหาย ส่วนด้านหลังบ้านพบรถจักรยานสีดำ 1 คัน และรองเท้า 1 คู่ของ หนุ่มสุดหื่น

วางเอาไว้อยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่คนร้ายได้วิ่งหลบหนีออกไปนอกหมู่บ้าน ขณะที่ผู้เสียหายคือ น้องเอม (นามสมมติ) อายุ 14 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.2 ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใต้ตาเล็กน้อย

นางสังเวียน ผู้เป็นยายของผู้เสียหาย เล่าว่า เมื่อตอนเช้ามืดตนได้ออกไปเอาปลาที่ดักไว้บริเวณชายหาดริมหมู่บ้าน โดยจะนำไปขายที่ตลาด โดยปล่อยให้หลานสาวนอนอยู่ในบ้านเพียงลำพัง จากนั้นได้มีคนร้ายงัดประตูหน้าบ้านเข้ามาภายใน หวังจะข่มขืนกระทำชำเราหลานสาว แต่เคราะห์ดีที่ตนกลับมาเห็นก่อน ขณะที่คนร้ายกำลังใช้มือปิดปากและนั่งคร่อมร่างหลานสาวบนที่นอน

เมื่อคนร้ายเห็นตนก็เกิดอาการตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งหลบหนีออกไปทางด้านหลังบ้าน และทิ้งรองเท้ากับรถจักรยานเอาไว้ วิ่งหนีออกไปนอกหมู่บ้านทันที โดยที่ยังไม่ได้ก่อเหตุล่วงละเมิดหลานสาวแต่อย่างใด แต่หลานก็ได้รับบาดเจ็บเพราะถูกคนร้ายใช้กำลังชกเข้าที่ใบหน้า

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจพอจะทราบเบาะแสของคนร้ายรายนี้แล้ว โดยเชื่อว่าคนที่อาศัยในหมู่บ้านเดียวกันกับผู้เสียหาย ขณะนี้ยัง กำลังเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/news/7762946/

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า อดีตทหารพราน ชัก.38ยิงญาติ ตัดสินใจเข้ามอบตัว

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า อดีตทหารพราน ชัก.38ยิงญาติ ตัดสินใจเข้ามอบตัว

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า อดีตอาสาสมัครทหารพราน ที่หนีกบดานไปเรื่อย หลังเสพยาบ้า 10 วัน 10 คืน จนเกิดอาการหลอน ชักปืนไล่ยิงลุงกับป้าแท้ๆ บาดเจ็บสาหัส เข้ามอบตัวแล้ว สารภาพรู้สึกกดดัน ตำรวจกองปราบตามไล่ล่า

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า  เมื่อวันที่ 12 มี.ค.62 ที่ กองปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเสกสรรค์ หรือเคน บุษบา อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ 1 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 302/2561 ลงวันที่ 2 พ.ย. 2561 ข้อหา “พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก. 1 บก.ป. พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา

พ.ต.ต.เจตนิพัทธ์ กล่าวว่า ช่วงบ่ายวันที่ 1 พ.ย.2561 นายเสกสรรค์ ขณะเป็นอาสาสมัครทหารพรานอยู่ที่ค่ายแห่งหนึ่งในจังหวัดทางภาคใต้ ได้ลาพักร้อน 10 วันเพื่อมาเยี่ยม นายพงษ์ศักดิ์ ยะกะชัย และนางปริศรา ยะกะชัย ลุงกับป้าที่บ้านเลขที่ 33/1 ม.2 ต.ทางพูน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช ระหว่างพักอยู่ที่บ้านได้เสพยาบ้าเป็นเวลา 10 วัน 10 คืน จนเกิดอาการหลอน ถือปืนพกสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 ออกมาจากห้อง ยิงป้าตัวเอง 2 นัด ยิงลุง 2 นัด จนทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังเกิดเหตุได้ขี่รถ จักรยานยนต์หลบหนี ไปซ่อนตัวอยู่ในสวนยางใกล้ที่เกิดเหตุ ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ พยายามปิดล้อมจับกุมแต่ไม่พบตัวแต่อย่างใด

รู้ว่าถูกกองปราบไล่ล่า

สอบสวน นายเสกสรรค์ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนใช้อาวุธปืนยิงลุงกับป้าของตัวเองจริงเนื่องจากเสพยาบ้าจนหลอน หลังก่อเหตุได้หนีมาอาศัยที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ จากนั้นได้หนีต่อไปทางภาคเหนือ ได้ประมาณ 4 เดือน มารู้ว่าถูกตำรวจกองปราบปรามตามไล่ล่า รู้สึกกดดันและสำนึกผิดเลยตัดสินใจเข้ามอบตัวดังกล่าว

ส่วนปืนที่ก่อเหตุซ่อนไว้ใต้สะพานข้ามคลองแสนแสบ หน้าโรงเรียนพร้อมมิตรพิทยา ถ.ศรีบูรพา แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม.เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจยึดอาวุธปืนสั้นไทยประดิษฐ์ ขนาด .38 พร้อมกระสุน 9 นัดไว้เป็นของกลาง นำตัวผู้ต้องหาส่ง สภ.เฉลิมพระเกียรติ ดำเนินคดีต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

หนุ่มแสบอ้างซี้ “นายพลนักสืบ” ลวง 1 ล้าน รู้จักไปหมดผู้การกองปราบ

หนุ่มแสบอ้างซี้ “นายพลนักสืบ” ลวง 1 ล้าน รู้จักไปหมดผู้การกองปราบ

หนุ่มแสบอ้างซี้ สืบ บช.น.จับหนุ่มแสบ แอบอ้างชื่อนายตำรวจใหญ่ตุ๋นคนร่วมลงทุนซื้อขายรถยนต์หรู-ที่ดิน สูญเงินกว่าล้านบาท

หนุ่มแสบอ้างซี้ เมื่อวันที่ 10 มี.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผบก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ทำการจับกุม นายศิววัช หรือเอ๊ะ กีรติกรภัทร อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/381 ซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 7 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยาที่ 87/2562 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์โดยแสดงตนเป็นคนอื่น

โดยจับกุมได้ที่บริเวณทางเข้าหมู่บ้านเดอะแลนด์มาร์ก ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. เมื่อเวลา 19.00 น. ของวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากมีพลเมืองดีแจ้งมายัง พล.ต.ต.อิทธิพล หรือผู้การแมน ว่า นายศิววัชมีพฤติกรรมแอบอ้างว่ารู้จักนายตำรวจที่มีชื่อเสียงหลายคนเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนจะทำการหลอกลวงบุคคลอื่นให้นำเงินมาร่วมลงทุนซื้อขายรถยนต์หรู หรือลงทุนซื้อขายที่ดิน จากนั้นจะโกงเงินผู้เสียหายแล้วหลบหนี เมื่อถูกทวงถามก็จะอ้างนายตำรวจเพื่อข่มขู่ผู้เสียหาย โดยเป็นการข่มขู่ด้วยวาจา ไม่ได้ทำร้ายร่างกายหรือพังข้าวของของผู้เสียหาย

หนุ่มแสบอ้างซี้

ก่อนหน้านี้ นายศิววัชได้อ้างชื่อ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. หรือผู้การก้อง และล่าสุดได้อ้างว่าเป็น “น้องพี่แมน” เพื่อหลอกลวงผู้อื่นให้ร่วมลงทุน รวมถึงใช้แอบอ้างในการทวงหนี้และข่มขู่ผู้เสียหาย เบื้องต้นมูลค่าเสียหายประมาณ 1 ล้านบาท ทาง พล.ต.ต.อิทธิพล จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.พรศักดิ์ และชุดสืบสวน ทำการสืบสวนหาข่าวและออกหมายจับ เนื่องจากนายศิววัชมีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนและสร้างความเสียหายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ต่อมา ชุดสืบสวนสืบทราบว่า นายศิววัชหลบหนีมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเดอะแลนด์มาร์ก ย่านลาดพร้าว จึงนำกำลังไปตรวจสอบจนพบตัว จึงแสดงหมายจับและทำการจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ไว้ได้ เบื้องต้นนายศิววัช ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและขยายผลต่อไป.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

ฆ่าโหด ปาดคอพยาบาลสาว ซุกศพในเก๋ง ล่าชายต้องสงสัย ขับรถมาจอดทิ้ง

ฆ่าโหด ปาดคอพยาบาลสาว ซุกศพในเก๋ง ล่าชายต้องสงสัย ขับรถมาจอดทิ้ง

ฆ่าโหด เกิดเหตุ คนร้ายปาดคอพยาบาลสาวคาชุดขาว ซุกศพในเก๋งของผู้ตาย ก่อนขับมาจอดทิ้งไว้ตรงข้าม รพ.ภาชี ล่าชายต้องสงสัย หลังวงจรปิดจับภาพได้ เดินลงมาจากรถ ช่วงตี 1 …

ฆ่าโหด เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 10 มี.ค.62 พ.ต.ท.ธวัชชัย จันทร์เรือง สว.(สอบสวน) สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวถูกฆาตกรรม ทิ้งศพไว้ในรถเก๋ง บริเวณถนนสายภาชี – หินกอง หมู่ 2 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรายงานให้ พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบ ก่อนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เก๋งสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส หมายเลขทะเบียน ญฉ 5426 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่กลางซอยทางเข้าหอพัก ฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลภาชี โดยจอดอยู่ไม่ได้ติดเครื่องยนต์ ประตูรถไม่ได้ล็อก

ตรวจสอบภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นางสาวศรีสุภางค์ สุวรรณสิน อายุ 48 ปี ชาว จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ในสภาพนอนคว่ำ ขาทั้ง 2 ข้างอยู่ช่องกลางระหว่างเกียร์ ส่วนตัวพาดอยู่ที่เบาะหลัง สวมใส่ชุดกู้ชีพฉุกเฉิน EMS สีขาว เสื้อของผู้ตายมีร่องรอยของคราบเลือดจำนวนมาก ที่ลำคอพบมีบาดแผลฉกรรจ์ เหมือนถูกของมีคมปาด

ตรวจสอบภายในรถ พบรองเท้าสีขาว 1 ข้าง อยู่บริเวณที่วางเท้าฝั่งซ้าย ส่วนอีก 1 ข้างอยู่ที่เท้าซ้ายของผู้ตาย ข้าวของภายในรถกระจัดกระจาย ส่วนแหวนทอง นาฬิกาข้อมือ และของมีค่ายังอยู่ครบ ตรวจพบว่ามีเพียงกล้องติดหน้ารถถูกคนร้ายถอดออกไป

ฆ่าโหด

จากการสอบถาม นายณัฐเอก ครามวิชิต อายุ 53 ปี ผู้พบศพคนแรก เล่าว่า ตนเองกำลังจะขับรถไปธุระแต่กลับมีรถเก๋งของผู้ตายจอดขวางทางอยู่ จึงบีบแตรเพื่อให้คนในรถช่วยขยับรถ แต่รถไม่มีการเคลื่อนไหว ตนจึงขับรถมาตีคู่ แล้วก็ใช้มือดึงประตูฝั่งคนขับ พบว่าไม่ได้ล็อก เมื่อเปิดออก ถึงกับผงะ เห็นขาของผู้ตาย และผู้ตายนอนคว่ำหน้าอยู่ จึงรีบโทรแจ้ง 1669 ให้มาดู ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว

ขณะที่ นายพัฒนา อ่วมเทพ อายุ 53 ปี สามีผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพฉุกเฉิน EMS โรงพยาบาลภาชี ก่อนที่จะมาพบกลายเป็นศพ ได้ออกจากบ้าน ไปเข้าเวรทำงานปกติ ซึ่งตนเองก็มาส่งที่รถ จากนั้นภรรยาก็ไปเข้าเวรช่วงบ่ายของวันที่ 9 มีนาคม และจะออกเวรช่วงเที่ยงคืน และจะถึงบ้านไม่เกินเที่ยงคืนครึ่ง แต่วันนี้ตนตื่นมาช่วงตี 4 ไม่พบภรรยา จึงรีบออกมาตามหา ที่โรงพยาบาลภาชี ก็พบว่าภรรยาเสียชีวิตแล้ว ซึ่งตนเองถึงก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่ทราบด้วยว่าคนที่ลงมือก่อเหตุต้องการอะไรจากภรรยา ถึงได้ลงมือฆ่ากันอย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้

จากการตรวจสอบกล้องวงปิด บริเวณจุดเกิดเหตุ สามารถจับภาพขณะที่รถยนต์เก๋งของผู้ตาย ขับมาจอด บริเวณปากทางที่เกิดเหตุช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. จากนั้นดับเครื่องยนต์ปิดไฟหน้า โดยมีชายรูปร่างผอม สูง สวมเสื้อแขนสั้น กางเกงขายาว สะพายกระเป๋าสีดำ เดินลงมาจากรถฝั่งคนขับ สังเกตที่มือของคนร้าย ถือผ้า 1 ผืน ลักษณะกำลังใช้เช็ดมือ จากนั้นมาดึงประตูฝั่งซ้ายและเดินหลบหนีมาทางถนน ผ่านกล้องไป

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้ทำการเก็บรอยนิ้วมือ เส้นผม และหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนสาเหตุการฆาตกรรมอยู่ระหว่างการสอบสวน.

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/

งูเหลือม ยักษ์ยาว 6 เมตร นอนเรียบร้อย เตรียมตัวคืนสู่ธรรมชาติ

งูเหลือม ยักษ์ยาว 6 เมตร นอนเรียบร้อย เตรียมตัวคืนสู่ธรรมชาติ

งูเหลือม กู้ภัย เผยภาพเหลือมยักษ์ 6 เมตร ยังอยู่ที่สถานีดับเพลิงบางนา เตรียมส่งไปพักที่กรมป่าไม้บางเขน ก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติจริงๆ ขอประชาชนในพื้นที่ไม่ต้องหวาดกลัว…

งูเหลือม จากกรณีชาวบ้านแจ้งกู้ภัยมาจับงูเหลือมขนาดใหญ่ที่หลบอยู่ใต้ฝ้าในบ้าน ยาว 6 เมตร ภายในซอยลาซาล 50 ซึ่งเมื่อวันที่ 6 มี.ค.61 ซึ่งต่อมาหลายคนสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ได้นำงูเหลือมยักษ์ไปปล่อยที่ไหน

ล่าสุด วันที่ 9 มี.ค.62 แฟนเพจ สถานีดับเพลิงบางนา ได้โพสต์ข้อความว่า หลายคนถามว่า จับเหลือมยักษ์มาแล้ว เอาไปไหน บอกได้เลยว่ายังอยู่กับเรา คนจับก็ยังอยู่ สำหรับสัตว์เลื้อยคลานที่จับได้นั้น ทางต้นสังกัดคือสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯ มีนโยบายสั่งให้นำสัตว์ดังกล่าวไปพักไว้ที่กรมป่าไม้บางเขน ซึ่งทางกรมจะนำสัตว์ดังกล่าวผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อนำปล่อยสู่ธรรมชาติ(จริงๆ) ต่อไปนะครับ ประชาชนในพื้นที่จะได้ไม่หวาดกลัวว่าจะปล่อยกลับไปยังบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ อีกนะครับ (ยังไม่ไปไหนนะจ๊ะ)

งูเหลือม

สำหรับการพบเจอสัตว์เลื้อยคลาน เนื่องจากสัตว์หลายๆ ชนิดรวมถึงงูเหลือมนั้น เป็นสัตว์คุ้มครองการทำร้ายสัตว์ตามรายชื่อนั้นอาจทำให้มีความผิดตามกฎหมายได้ (รักนะถึงบอก) สัตว์ป่าคุ้มครอง คือสัตว์ป่าที่มีชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้าย กฎกระทรวง กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th/