หนุ่มเบญจเพสหื่น บุกบ้านทุบตีข่มขืนหญิงวัย 58 ปี

ข่มขืน

บุกบ้านทุบตี ข่มขืน หญิงวัยชลา

เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ (9 พ.ค.62) พ.ต.อ. อธิวัฒน์ วีรจรัสรุจน์ ผู้กำกับการ สภ.วังตะเฆ่ ได้รับรายงาน จาก พ.ต.ท.กระจาย ทัน ทันตะคุ สารวัตรสอบสวน (สอบสวน) สภ.วังตะเฆ่ ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ว่ามีเหตุหนุ่มเมาสุราบุกข่มขืนแม่เฒ่าภายในบ้านคาที่นอน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น วันที่ 8 พ.ค. 62 จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุ บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ด้านหลังโรงครัวหลังคาบ้านไม่มีเนื่องจากโดนพายุพัดออกไป พบนางมนันญา อายุ 58 ปี นั่งอยู่ภายในบ้านพร้อมกับลูกชายและเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่งรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบพบผู้เสียหาย

มีอาการซึมเศร้า ตามร่างกายมีรอยบอบช้ำ และฟันหน้าด้านล่างหัก 3 ซี่ ได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ระหว่างเกิดเหตุ มีฝนตก ลงมาช่วงกลางดึก ขณะตนนอนอยู่ที่บ้านตามลำพัง ส่วนลูกๆ ไปทำงานอยู่ที่ กทม.กันหมด จึงเป็นโอกาสที่ทำให้คนร้ายบุกมาหวังข่มขืนในครั้งนี้ โดยตนรู้จักตัวผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดี และจำหน้าได้ เพราะอยู่บ้านห่างกันออกไปทางหลังบ้านราว 100 เมตร

นายจตุพล เลิศพุดซา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากที่ตนได้รับโทรศัพท์จากผู้เสียหายได้รีบมาดู พบผู้เสียหายร้องไห้ยืนตัวสั่นไปหมด โดยผู้เสียหายได้เล่าให้ตนฟังว่าถูก นายกำพล หรือ โป่ย อายุ 25 ปี ผู้ก่อเหตุได้ปีนเข้ามาทางหลังบ้านแล้วบุกมาขึ้นคร่อมตนในมุ้งที่นอนแล้วใช้มือปิดปากไว้

ตนรู้สึกตัวจึงกัดที่นิ้วมือข้างซ้ายของผู้ก่อเหตุ และต่อสู้กันอยู่พักหนึ่งตนโดนชกโดนตีตามร่างกายจนบอบช้ำจนหมดแรง ตนจึงถามไปว่าอยากได้อะไรก็ยอมผู้ก่อเหตุตอบมาว่า อยากได้ยาย ขณะที่ตนนอนนิ่งผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้พยายามนำอวัยวะสอดใส่ตนจึงตั้งสติพูดหว่านล้อมให้ผู้ก่อเหตุตายใจ หลังจากนั้นก็โดนฉุดกระชากลากตัวไปในห้องน้ำ ซึ่งนางมนันญา ผู้เสียหาย ได้พูดหว่านล้อมไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้โดนทำร้ายอีก จนต่อมาผู้ก่อเหตุได้ยอมใจอ่อน และหลบหนีไปที่หลังบ้าน

ภายหลังเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท. กระจาย ทัน ทันตะคุ สารวัตร (สอบสวน )พนักงานสอบสวนเวร สภ.วังตะเฆ่ ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว ได้เดินทางมาสอบสวนผู้เสียหายจนละเอียด และทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือ นายกำพล หรือ โป่ย อายุ 25 ปี จึงน้ำกำลังและออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้ที่บ้านเพื่อน ภายในหมู่บ้านเดียวกัน ก่อนจะได้หลบหนีไปอยู่ยังพื้นที่อื่น ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.วังตะเฆ่ ซึ่งนายกำพล ผู้ก่อเหตุ ได้ยอมรับสารภาพว่าได้บุกเข้าหวังจะข่มขืนนางมนันญา แต่ยังทำไม่สำเร็จ ก่อนหลบหนีออกไปทางหลังบ้าน ภายหลังสอบสวน ตำรวจจะส่งตัวไปดำเนินคดีในข้อหา ข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลัง ประทุษร้าย ผู้อื่นในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ และบุกรุกเคหะสถานในเวลา กลางคืน ต่อไป

ขณะที่นายธนาศักดิ์ อายุ 27 ปี ลูกชายผู้เสียหาย กล่าวว่าอยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด หากเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิตไปเลย เพราะทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีทางสู้ ซึ่งต่อจากนี้ไปจะไม่ปล่อยให้แม่อยู่ตามลำพังเช่นนี้อีก

ขอบคุณแหล่งที่มา www.sanook.com

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

เร่งล่าตัวบังนัทลวงเด็กหญิงข่มขืน

วานนี้ (15 ก.พ.) พลตำรวจตรีธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 เปิดเผยจากกรณีแม่ของเด็กหญิง อายุ 12 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก ว่าลูกสาวถูกชาย 2 คน ล่อลวงเข้าไปข่มขืนในอาคารร้างสูง 7 ชั้น บริเวณถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และจากการสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุคือ บังนัท และสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติหมายจับ นายสำรวย จิตรชื้น อายุ 42 ปี ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปีและพรากผู้เยาว์เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ขณะที่พันตำรวจเอกศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เผยขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้าย 1 คน ซึ่งเป็นคนรู้จักของพ่อแม่เด็กหญิงวัย 12 ขวบ ที่ถูกกระทำ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนตามจุดที่คาดว่านายสำรวยจะหนีไปหลบซ่อน ขนาดนี้ยังไม่พบตัวแต่อย่างใด โดยผู้ก่อเหตุรู้จักกับทางครอบครัวของผู้เสียหายเป็นอย่างดี เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก่อนหน้านี้บังนัท มีหน้าที่ไปรับไปส่งผู้เสียหายที่โรงเรียนเป็นประจำ จนแม่ของผู้เสียหายไว้ใจ ก่อนจะหายไปนานกว่า 1 เดือน และกลับมาที่บ้านเด็ก วันเกิดเหตุขณะที่เด็กอยู่บ้านคนเดียว บังนัทได้พูดจาหว่านล้อมผู้เสียหาย โดยการชักชวนออกข้างนอก ก่อนจะก่อเหตุดังกล่าว

ขอบคุณแหล่งที่มา http://news.ch3thailand.com

สั่งปลดฟ้าผ่า “ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง” เซ่นคลิปหลุดไกล่เกลี่ยคดีรุมโทรมเด็ก

สั่งปลดฟ้าผ่า

สั่งปลดฟ้าผ่า “ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง” นายสิริชัย ประทุมมา ปลัด อบต.ผึ้งรวง อ.เมือง จ.สระบุรีเผยว่า อยู่ระหว่างหารือกับนายก

สั่งปลดฟ้าผ่า “ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง” และ สมาชิก อบต.ผึ้งรวง ถึงกรณี นายสังวาลย์ สิทธิปัญญา ประธานสภา อบต.ผึ้งรวง ไปปรากฎตัวและเป็นผู้ไกล่เกลี่ยให้มีการยอมความกันระหว่างผู้เสียหาย กรณีวัยรุ่นชาย 5 คนข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุ 12 ปี ในคลิปที่เผยแพร่ในโลกออนไลน์

สั่งปลดฟ้าผ่า

โดยในคลิป นายสังวาลย์พูดว่า “เขาทำอะไรน้องบ้าง ใครเสร็จบ้าง” และยังพูดอีกว่า “คุยกันก่อนว่าจะเอายังไง เพราะเด็กมันมั่ว” ซึ่งญาติของเด็กหญิงโต้แย้งว่า “มันมั่วไม่ได้นะคะ

คือมันโดนรุมข่มขืนค่ะ” ก่อนที่ทางอบต.จะบอกว่าให้มานั่งคุยกัน โดยมีเสียงคนโต้แย้งว่าผู้เสียหายไม่ต้องไปสอบ เพราะกลุ่มเด็กผู้ชายรับสารภาพหมดแล้ว ซึ่งคลิปดังกล่าวสร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก

นายสิริชัย ประทุมมา ยอมรับกับทีมครอบครัวข่าวว่า เรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของ อบต.ผึ้งรวง เป็นอย่างมาก แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถูกสังคมรุมประณามสร้างความเสื่อมเสียให้กับองค์กร และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก อบต.และประธานสภา

อบต.จึงมีความเห็นร่วมกันว่านายสังวาลย์ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นสมาชิก อบต.และประธานสภา อบต.ผึ้งรวง อีกต่อไป โดยจะเชิญนายสังวาลย์มาคุย และขอให้ยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกและประธานสภา ภายใน 12.00 น.วันนี้ (19 ธันวาคม 2561) หากนายสังวาลย์ไม่ยินยอมลาออก ก็จะทำหนังสือถึงนายอำเภอเมืองสระบุรี

เพื่อขออนุมัติเปิดสภาวิสามัญ พิจารณาวาระเร่งด่วน ให้สมาชิกลงคะแนนเสียง 2 ใน 3 ถอดถอนนายสังวาลย์ออกจากการเป็นสมาชิก อบต.และพ้นจากตำแหน่งประธานสภา อบต.ผึ้งรวง โดยยื่นหนังสือต่อนายอำเภอเมืองสระบุรีภายในวันนี้เช่นเดียวกัน โดยคาดว่าจะเปิดประชุมสภาวิสามัญได้ภายใน 1-2 วัน หลังจากได้รับอนุมัติจากนายอำเภอ

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

ตื้บน่วมทั้งเปลือย ไอ้หื่นบุกฉุดแม่ยังสาวต่อหน้าลูกวัย 5 ขวบ หมายขืนใจกลางทุ่ง

ตื้บน่วมทั้งเปลือย

ตื้บน่วมทั้งเปลือย พลเมืองดีสองพี่น้องวิ่งไปช่วยชีวิตแม่ยังสาว ถูกไอ้หื่นลากออกมากลางทุ่งหมายขืนใจ

ตื้บน่วมทั้งเปลือย เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายฉุดผู้หญิงเพื่อข่มขืน ขณะที่ชาวบ้านได้ช่วยกันคุมตัวไว้ได้เหตุเกิดในทุ่งกลางซอยแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช

ที่เกิดเหตุพบว่าชาวบ้านในย่านที่เกิดเหตุได้ช่วยกันจับคนร้าย ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อนและร่างกายสะบักสะบอม ในขณะที่ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งกำลังช่วยเหลือผู้หญิงวัย 32 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากถูกทำร้าย

ตื้บน่วมทั้งเปลือย

และช่วยกันนำตัวผู้หญิงเคราะห์ร้ายคนนี้ ขึ้นรถพยาบาลของมูลนิธิประชาร่วมใจ นำส่งโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ซึ่งการตรวจร่างกายของแพทย์พบว่า ผู้เสียหายมีร่องรอยเขียวช้ำบริเวณใบหน้ามีบาดแผลถูกคนร้ายใช้ปากกัดจนเหวอะ

จากการสอบถาม พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ เป็นชาวบ้านอยู่ในซอยใกล้ที่เกิดเหตุ แจ้งว่า ขณะยืนอยู่หน้าบ้าน ได้ยินเสียงผู้หญิงร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากบริเวณทุ่งหลังบ้านของผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ห่างไปเพียงเล็กน้อย จึงรีบชวนน้องชายวิ่งไปดู

ก่อนพบเห็นคนร้ายเป็นชายอยู่ในสภาพเปลือยกายล่อนจ้อน กำลังคร่อมร่างของผู้หญิง ที่ร้องให้เสียงดังลั่นขอความช่วยเหลือจึงพุ่งตรงเข้าถีบร่างของคนร้าย จนผงะหงายและเกิดการต่อสู้กับคนร้ายก่อนที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้ยินเสียงจึงวิ่งเข้ามาช่วยกันจับไว้ได้ในสภาพสะบักสะบอม

ตำรวจตรวจที่เกิดเหตุพบร่องรอยการต่อสู้บนพื้นหญ้า หลังบ้านของผู้เสียหายพบเสื้อผ้าและบัตรประจำตัวประชาชนของคนร้าย คือ นายอรุณศักดิ์ อายุ 30 ปี ก่อนควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองนครศรีธรรมราช แต่ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากผู้ต้องหาอยู่ในสภาพไม่ได้สติ

ขณะที่ผู้เสียหายซึ่งรักษาตัวที่ รพ.มหราช ให้การกับเจ้าหน้าที่ขณะพักผ่อนอยู่กับลูกชายวัย 6 ขวบในบ้านพัก คนร้ายได้บุกเข้ามาในบ้าน แล้วใช้กำลังทำร้าย ก่อนลากตัวตนออกไปหลังบ้าน ตนพยายามต่อสู้และขัดขืนอย่างสุดกำลังแต่ถูกชกต่อยจนทรุด ผู้ต้องหาแก้ผ้าแล้วพยายามมาขึ้นคร่อมแล้วฉีกเสื้อผ้าของตนเองออก จนเพื่อนบ้านมาช่วยเหลือได้ทัน

ทั้งนี้ ร.ต.อ.ธวัชชัย ศรีใหม่ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ระบุว่า ได้คุมตัวผู้ต้องหาไว้ที่ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อให้ได้สติจากนั้นจะตรวจสารเสพติดเบื้องต้น และสอบปากคำผู้เสียหายเพื่อแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายและพยายามข่มขืนกระทำชำเรา

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com