ผัวโหดซ้อมเมียตาย ฝากพ่อบอกตำรวจ ขอพักใจ 4-5 วัน เดี๋ยวจะเข้ามอบตัว

ผัวโหดซ้อมเมียตาย

ผัวโหดซ้อมเมียตาย ผัวโหดซ้อมเมียตาย ฝากบอกตำรวจ ขอพักใจ…เดี๋ยวจะเข้ามอบตัวเอง ด้านพ่อแม่ผัวอำมหิตเปิดใจรู้สึกผิด แต่ก็เคยบอกให้ฝ่ายหญิงเลิกราไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้

ผัวโหดซ้อมเมียตาย จากกรณี น้องเมย์ อายุ 28 ปี หญิงสาวที่เสียชีวิตลงหลังจากถูก นายธนภัทร อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ขณะที่ นายธน ได้หลบหนีไปภายหลังจากพาแฟนสาวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวว่า ผู้ต้องหาติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ ว่า ขอหลบไปพักใจและจะเข้ามอบตัวเอง

ผัวโหดซ้อมเมียตาย

ในวันนี้ (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านครอบครัวของนายธน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาวถึงตาย ตั้งอยู่ใน ต.คลองขุด เมืองสตูล โดยพบพ่อแม่ของนายธนนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน

โดยทั้งคู่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นายธนกับน้องเมย์คบหาดูใจกันมาเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นวัยเรียน แต่ระยะหลังๆ ก็มีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด พวกตนก็รับรู้และทราบกันดี

ก่อนหน้านี้ ตนกับภรรยาก็เคยบอกน้องเมย์ให้เลิกรากับลูกชายของตนไปเสีย เพราะรู้สึกสงสารที่ต้องมาทนอยู่กับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่น้องเมย์ก็ไม่ยอมเลิก เพราะแยกกันไป 100 ครั้ง น้องเมย์ก็กลับมาและยืนยันเหมือนเดิมว่ารักผู้ชายคนนี้ จะยอมตายไปด้วยกัน แม้ว่าจะโดนตบตีทำร้ายสารพัดก็ตาม

พ่อของนายธน ยอมรับว่า ลูกชายเป็นคนโมโหร้าย สาเหตุที่ทำร้ายน้องเมย์ก็เพราะความหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ กลัวว่าฝ่ายหญิงจะปันใจให้คนอื่น ครั้งนี้ลูกชายของตนทำเกินเหตุและตนก็ไม่คิดจะปกป้องคนทำผิดแต่อย่างใด เพราะรู้สึกสงสารน้องเมย์เช่นเดียวกัน ที่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างนี้ ทั้งที่เคยบอกให้เลือกไปใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้แล้ว

 

นอกจากนี้ พ่อของนายธน ยังบอกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ลูกชายเพิ่งโทรศัพท์ติดต่อมาหา โดยบอกว่าจะเข้ามอบตัวเอง แต่ขอเวลาพักใจอีก 4-5 วัน ตนจึงได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ลูกชายได้ติดต่อเข้ามาแล้ว เพราะตลอด 1-2 วันมานี้ ตำรวจก็แวะเวียนมาตรวจตราที่บ้านบ่อยครั้ง

ขณะที่ แม่ของธน เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกชายกับน้องเมย์มาหาตนที่บ้าน มานั่งคุยกันที่หน้าบ้านเรื่องทำงาน ลูกชายบอกว่า แฟนดื้อไม่ยอมไปทำงานด้วยที่ จ.ตรัง และลูกชายยังจะขอที่ดินของตน เพื่อเอาไปขายสร้างเนื้อสร้างตัว ตนก็ยินยอมให้ไป และตั้งใจจะชวนกันไปดูที่

ตนได้ออกไปรออยู่ที่สวนเป็น 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าทั้งคู่จะมาตามนัด จึงได้กลับมาที่บ้าน เมื่อมาถึงลูกชายก็โทรศัพท์มาหา พร้อมกับเสียงสะอื้นทั้งน้ำตาบอกว่า “เมย์ตายแล้ว” ทำให้ตนรู้สึกโมโหและอารมณ์ขึ้น จึงได้พูดสวนกลับลูกชายไปว่า “ถ้าเมย์ตายแล้ว มึงก็ตายไปด้วยกันเลย” หลังจากนั้นก็เกิดเอะใจในน้ำเสียงของลูกชาย สังหรณ์ใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับฝ่ายแม่ของน้องเมย์

แม่ของธน ยังบอกว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทางไปยังสวนของตน ลูกชายได้ทำร้ายร่างกายน้องเมย์กลางทาง หลังจากโมโหร้ายและตั้งสติกลับมาได้ก็รู้สึกตกใจและกลับใจ จึงนั่งกอดร่างไร้สติของน้องเมย์และร้องไห้อยู่แบบนั้น ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมารับไปโรงพยาบาล จากนั้นลูกชายก็หนีหายตัวไป

ทางด้าน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อประสานงานจากผู้ต้องหาหรือญาติว่าจะขอเข้ามอบตัววันไหนแต่อย่างใด แต่ในทางสืบสวนตอนนี้เราเร่งควานหาตัว นายธน มาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยชุดสืบสวนออกแกะรอยและทำงานกันอย่างไม่ได้หลับได้นอน และกดดันผู้ต้องหาให้ออกมา คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com…

นาทีป่าเถื่อน แก๊งโจ๋นับสิบยกพวกตะลุมบอน กลางงานบุญยกช่อฟ้า

นาทีป่าเถื่อน

นาทีป่าเถื่อน ชาวบ้านยกกล้องถ่ายคลิป แก๊งวัยรุ่นหัวร้อนตะลุมบอนงานบุญยกช่อฟ้าวัดดัง เป็นหลักฐานให้ตำรวจ

นาทีป่าเถื่อน ผู้สื่อข่าวรายงานภาพเหตุการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน กำลังใช้ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ และก้อนหิน ตะลุมบอนไล่ทำร้ายชายคนหนึ่ง บริเวณลานวัดงานยกช่อฟ้าอุโบสถ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ของชาวบ้านที่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานให้ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ

นาทีป่าเถื่อน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น ของคืนวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายในงานบุญยกช่อฟ้าอุโบสถที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2561 ของวัดแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยภายในงานมีมหรสพ สร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากเดินทาง มาร่วมงานบุญในครั้งนี้

ซึ่งคลิปเหตุการณ์ตะลุมบอลของวัยรุ่นหัวร้อนนับสิบคน กำลังวิ่งไล่ทำร้ายชายหนุ่มคนหนึ่ง ในคลิปภาพจะเห็นว่าชายที่ถูกทำร้ายพยายามวิ่งหนีและขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นหัวร้อนวิ่งตามเข้าทำร้ายอย่างไม่ปราณี ทำให้ชายคนดังกล่าวต้องล้มฟุบลงกับพื้นลานวัด

ขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่กำลังเดินทางกลับต่างหยุดยืนดูเหตุการณ์ เห็นภาพกลุ่มวัยรุ่นต่างใช้กำลังและอาวุธทำร้ายชายคนดังกล่าว ซึ่งต่อมาพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการพากันส่งเสียงร้องห้ามปราม จึงทำให้วัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งหมด แยกย้ายหายไป จากนั้นจึงนำผู้ถูกทำร้ายนำส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย

พ.ต.อ.ทนุเนตร ปิตุเตชะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย จ.ระยอง เปิดเผยว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัว ชายหนุ่มผู้ถูกทำร้ายส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ แต่หนุ่มวัยรุ่นคนดังกล่าวปฏิเส ธไม่ให้แพทย์รักษาบาดแผลและอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ชายหนุ่มผู้เสียหายยังไม่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อตำรวจจะได้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุรุมทำร้ายมาดำเนินคดี ในเมื่อผู้เสียหายไม่มาแจ้งความ ตำรวจจึงไม่สามารถติดตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ เพราะไม่มีผู้เสียหาย

แต่หากหนุ่มวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหลักฐานคลิปภาพจากที่ชาวบ้านถ่ายภาพไว้ได้ขณะเกิดเหตุ และเห็นหน้ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทุกคนอย่างชัดเจน ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ มาดำเนินตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ คลั่งทำร้ายถึงตาย นึกว่ามาขโมยหมูเลี้ยงไป

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ เรื่องราวเหมือนดั้งสุภาษิต ชาวนากับงูเห่า ผู้ใหญ่บ้านเสียชีวิตน่าเศร้า เพราะถูกชาวลาวที่อุปการะและจ้างงานไว้กว่า 20 ปี

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุสลด คนร้ายลงมือก่อเหตุใช้ท่อนไม้ทุบตี นายปรีชา อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคำพอก หมู่ 3 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ระหว่างนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลอำเภอท่าอุเทน

ขณะที่ นางวน อายุ 51 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน เนื่องจากพยายามเข้าไปช่วยเหลือสามี เหตุเกิดบริเวณใกล้คอกหมู ในสวนปาล์ม บ้านคำพอก หมู่ 3 ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ธันวาคม 2561

ผู้ใหญ่บ้านถูกลูกจ้างที่อุปการะ

ภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน ได้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ไปตรวจสอบที่เกดเหตุ ทำการสอบสวน ติดตามจับกุมตัวคนร้ายได้ หลังหลบหนีไป

บริเวณใกล้หมู่ บ้าน ก่อนควบคุบคุมตัวมาสอบสวน ทราบชื่อภายหลัง คือ นายแหลด ไม่มีนามสกุล อายุ 48 ปี เป็นชาว สปป.ลาว เป็นลูกจ้างของผู้เสียชีวิต ว่าจ้างไว้ใช้งานดูแลสวน และเลี้ยงหมู มานานเกือบ 20 ปี

เบื้องต้นทางตำรวจได้มีการสอบสวน และแจ้งข้อหาฐานความผิด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย และได้นำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม รอการพิจารณาของศาล

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินทางไปดูสวน และจะนำหมูที่เลี้ยงไว้ไปทำหมูหันให้ญาติและแขกได้รับประทาน ขณะเดียวกันได้พบกับ นายแหลด เป็นลุกจ้างชาวลาว ที่ผู้ตายได้เมตตานำมาดูแล และวานให้ทำสวนและเลี้ยงหมู

ผู้เสียชีวิตได้อุปการะมาเกือบ 20 ปี เนื่องจากสงสาร เพราะเห็นว่าเคยตกงาน จากนั้นได้เกิดปัญหา เนื่องจากนายแหลดเป็นคนสติไม่สมประกอบ ชอบเอะอะโวยวาย บางครั้งพูดจาไม่รู้เรื่อง

แต่ไม่เคยมีปัญหาถึงขั้นทำร้ายร่างกาย จนกระทั่งครั้งนี้ นายแหลด ไม่พอใจ กล่าวหาว่าผู้เสียชีวิตที่เป็นนายจ้างมาขโมยหมูที่เลี้ยงไว้ไปโดยไม่บอกกล่าว กระทั่งเกิดปากเสียงกัน

จนกระทั่งคว้าไม้และจอบทุบตีแบบไม่ยั้ง โดยมีภรรยาของผู้เสียชีวิตพยายามเข้ามาห้ามไว้ ทำให้โดนทุบตีได้รับบาดเจ็บไปด้วยอีกคน เพื่อนบ้านมาช่วยได้ทันและนำตัวทั้ง 2 คน ส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล แต่ภายหลัง นายปรีชา ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลง

ขณะที่ทางญาติพี่น้องและชาวบ้านต่างพูดถึงเรื่องดังกล่าว ไม่น่าเชื่อว่าคนที่เคยเมตตาดูแลและอุปการะจ้างงาน เกรงว่าจะไม่มีที่อยู่อาศัย แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายจะย้อนกลับมาฆ่าตัวเองเช่นนี้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐาน ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com