คลังเก็บป้ายกำกับ: อาชญากรรม

ศึกชิงนาง ! มือปืนควบฟอร์จูนเนอร์ประกบยิงเหยื่อดับกลางถนน

ศึกชิงนาง ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีเหตุมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต ทราบชื่อ นายวิเชียร หรือ “สะมะแอ” (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี วัยรุ่นชาวตำบลนาเคียน อำเภอเมือนครศรีธรรมราช เป็นผู้เสียชีวิต

ศึกชิงนาง เนื่องจากถูกคนร้ายประกบยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.จุดเกิดเหตุ บริเวณถนนเทวบุรี ตำบลโพธิ์เสด็จ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เข้าทำการสอบสวนพบว่า มีเพื่อนของ นายวิเชียร หรือ สะมะแอเห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุรวม 5 ราย

โดยระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชายฉกรรจ์ ใช้รถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ เป็นพาหนะไล่ตามมาประกบยิง ส่วนสาเหตุเชื่อว่า เกิดจากการเขม่นกันในผับชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองนครศรีธรรมราช หลังจากที่ผับปิดบริการได้เดินทางกลับ จึงถูกคู่กรณีขับรถไล่ตามยิงจนเสียชีวิต

ศึกชิงนาง

เจ้าหน้าที่ชันสูตรพบว่า นายวิเชียร ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ถูกลำตัวรวม 4 นัด ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันรวม 6 ปลอก โดยก่อนเกิดเหตุพบว่านายวิเชียรไปเที่ยวผับกับเพื่ออีก 5 คน

ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการกระทบกระทั่งกันระหว่างโต๊ะของนายวิเชียร และโต๊ะชายฉกรรจ์อีกกลุ่มหนึ่ง ที่มีหญิงสาวหน้าตาดีมานั่งอยู่ด้วย ขณะที่ นายวิเชียรได้ส่งยิ้มให้กับหญิงสาวคนนั้นจนชายฉกรรจ์ที่มาด้วยไม่พอใจและมีการกระทบกระทั่งกันในผับก่อนแล้วโดยการ์ดของผับได้เข้ามาระงับเหตุไว้ได้ ก่อนที่จะมาเกิดเหตุภายนอกหลังจากผับเลิก

โดยเจ้าหน้าที่ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากผับดังกล่าว จนมาถึงเส้นทางจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ที่มีลักษณะสอดคล้องกับคำให้การของเพื่อนผู้ตาย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการสืบสวนติดตามมาดำเนินคดีแล้ว

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ 6 คนบุกวัด เดินไล่ยิงทุกกุฏิ เจ้าอาวาสมรณภาพต่อหน้า

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ จากกรณีเหตุก่อความไม่สงบที่จ.นราธิวาส เมื่อเวลา 20.30 น. คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ ป้อมชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้ และ วัดรัตนานุภาพ บ้านโคกโก ม.2 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เหตุดังกล่าวทำให้พระสงฆ์มรณภาพ 2 รูป บาดเจ็บ 2 รูป

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก พลังใจถึงชายแดนใต้ ได้เผยคำบอกเล่าของ พระธนโชติ ชุมเลิศ หรือ หลวงพ่อแดง ซึ่งเป็นหนึ่งในพระที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีชายชุดดำจำนวน 6 คน

หลวงพ่อเล่านาทีโจรใต้

แต่งกายคล้ายทหารพราน เดินมาจากป่ายางหลังวัด ตอนนั้น พระครูประโชติ รัตนานุรักษ์ หรือ ท่านสว่าง เจ้าอาวาส ยังหันมาพูดกับหลวงพ่อแดงเลยว่า พวกนี้มันมาอีกแล้ว เนื่องจากมีพฤติกรรมชอบมาเงียบๆ แบบนี้เป็นประจำ

หลังจากเจ้าอาวาส พูดจบประโยค กลุ่มคนร้ายก็ยิงใส่ทันที กระสุนถูกเจ้าอาวาส และ พระสมุห์ อรรถพร ขุนอำไพ หรือ ท่านอู๊ด ผู้ช่วยเจ้าอาวาส มรณภาพในที่เกิดเหตุ ส่วนหลวงพ่อแดง ซึ่งนั่งร่วมอยู่ด้วย โดนกระสุนเข้าที่หัวไหล่ซ้าย และนิ้วเท้าข้างซ้ายขาดไป 2 นิ้ว

จากนั้นกลุ่มคนร้ายก็ไปเคาะประตูกุฏิ ยิงใส่ พระประเวศน์ สุขแก้ว หรือ พระยาน ที่อยู่ในกุฏิจนได้รับบาดเจ็บ แล้วก็ไล่ยิงไปทุกกุฏิ ไม่เว้นแม้แต่พระที่อาพาธอยู่ เคราะห์ดีที่กระสุนไม่โดนพระรูปอื่นๆ หลังจากนั้นคนร้ายทั้ง 6 คน ก็เดินหายเข้าป่ายางหลังวัดไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

สุดสลด-หญิงนิรนามหิ้วของพะรุงพะรัง วิ่งตัดหน้ากระบะชนร่างกระเด็นดับคาที่

สุดสลด ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุรถชนคนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณห้าแยกเนินพระเนาว์ ถนนหนองคาย- โพนพิสัย

สุดสลด พบว่า เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินของโรงพยาบาลหนองคาย ได้ทำการปั๊มหัวใจหญิงคนหนึ่ง ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี

สวมเสื้อแขนยาวสีกรมท่า กางเกงขาสั้น ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย ผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมง ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ทำให้เสียชีวิต

สุดสลด

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า รีโว แบบแค็บ สีขาว ทะเบียน ผท 3111 อุดรธานี มีรอยชนบริเวณกระโปรงหน้ารถฝั่งซ้าย มีนายเป่ง อายุ 55 ปี ภูมิลำเนา ต.เมืองหมี อ.เมืองหนองคาย

เป็นคนขับรถกระบะยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่อยู่ ห่างไปจากหน้ารถกระบะประมาณ 10 เมตร ซึ่งพบรอยเลือดกองอยู่บนพื้นถนน

จากการสอบถาม นายเป่ง ให้การว่า ตนขับรถจะไปซื้อฟักทองที่บ้านปากสวย อ.โพนพิสัย พอมาถึงที่เกิดเหตุจู่ๆ ก็มีหญิงคนหนึ่งหิ้วถุงข้าวของพะรุงพะรัง วิ่งตัดหน้ารถของตน

โดยตนแตะเบรกแล้ว แต่ด้วยระยะกระชั้นชิดทำให้รถพุ่งชนร่างหญิงคนดังกล่าวกระเด็นไปหน้ารถ ตนจึงจอดรถแล้วเรียกให้คนช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

เสียใจที่ไม่จอดช่วย ! พยานเล่านาทีขับรถผ่าน “ธน” ทะเลาะ “เมย์”

เสียใจที่ไม่จอดช่วย นายเสือ (นามสมมติ) คนสุดท้ายที่เห็นนายธนภัทรกับนางสาวเมย์ทะเลาะกัน เปิดใจว่า วันเกิดเหตุ ตนขับรถผ่านบริเวณด้านข้างรีสอร์ต เวลา 18.20 น.

เสียใจที่ไม่จอดช่วย ขณะนั้นเจอนายธนภัทรกับนางสาวเมย์ ขับรถจักรยานยนต์สีแดง มุ่งหน้าเข้าไปภายในสวนยาง พร้อมทั้งมีปากเสียงกันอยู่ จนกระทั่งรถล้มลงตรงทางเข้าสวน ประมาณ 500 เมตร

เสียใจที่ไม่จอดช่วย

จังหวะนั้น ตนเองนึกในใจว่าจะเข้าไปช่วย แต่มีธุระต้องรีบเดินทางต่อ จึงไม่ได้ชะลอรถช่วยเหลือ และคิดว่าเป็นการทะเลาะของสามีภรรยาตามปกติ

จากนั้นเมื่อตนเองทำธุระเสร็จในเวลา 19.40 น. ขับรถผ่านมาบริเวณจุดดังกล่าว พบว่ารถตำรวจจอดเต็มไปหมด ซึ่งตำรวจสอบถามตนว่ารู้จักญาติของผู้ตายหรือไม่ ขณะนั้นมีนางจู

แม่ของนายธนภัทร เข้ามาถามกับตัวเองว่ารู้เห็นเหตุการณ์อะไรหรือไม่ ซึ่งตนเองก็ตอบไปตามตรง

และตำรวจให้ตนเองเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุพร้อมกับเจ้าหน้าที่ก็พบว่ามีร่องรอยลักษณะหญ้าเหมือนมีคนต่อสู้กัน แต่ก็ไม่พบรอยเลือดหรืออาวุธแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ตนเองพบเห็นนางสาวเมย์เป็นคนสุดท้าย ซึ่งยอมรับว่าเสียใจ ที่ไม่ได้ตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือ

แต่หากตนเองตัดสินใจเข้าไปช่วยในวันนั้น ก็คงจะไม่ใช่เพียงแค่ศพเดียว อาจจะเป็นตนเองก็ได้ที่เสียชีวิตไปด้วยอีกคน เพราะลักษณะของคนก่อเหตุคล้ายกับคนเมายา น่ากลัว อีกทั้งไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องที่มีคนตายเกิดขึ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com…

ผัวโหดซ้อมเมียตาย ฝากพ่อบอกตำรวจ ขอพักใจ 4-5 วัน เดี๋ยวจะเข้ามอบตัว

ผัวโหดซ้อมเมียตาย ผัวโหดซ้อมเมียตาย ฝากบอกตำรวจ ขอพักใจ…เดี๋ยวจะเข้ามอบตัวเอง ด้านพ่อแม่ผัวอำมหิตเปิดใจรู้สึกผิด แต่ก็เคยบอกให้ฝ่ายหญิงเลิกราไปมีชีวิตที่ดีกว่านี้

ผัวโหดซ้อมเมียตาย จากกรณี น้องเมย์ อายุ 28 ปี หญิงสาวที่เสียชีวิตลงหลังจากถูก นายธนภัทร อายุ 28 ปี แฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ เมื่อวันที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา

กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ ขณะที่ นายธน ได้หลบหนีไปภายหลังจากพาแฟนสาวส่งโรงพยาบาล ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวว่า ผู้ต้องหาติดต่อกับครอบครัวและเพื่อนๆ ว่า ขอหลบไปพักใจและจะเข้ามอบตัวเอง

ผัวโหดซ้อมเมียตาย

ในวันนี้ (12 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านครอบครัวของนายธน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาวถึงตาย ตั้งอยู่ใน ต.คลองขุด เมืองสตูล โดยพบพ่อแม่ของนายธนนั่งอยู่ที่หน้าบ้าน

โดยทั้งคู่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า นายธนกับน้องเมย์คบหาดูใจกันมาเป็นสิบปีแล้ว ตั้งแต่สมัยวัยรุ่นวัยเรียน แต่ระยะหลังๆ ก็มีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด พวกตนก็รับรู้และทราบกันดี

ก่อนหน้านี้ ตนกับภรรยาก็เคยบอกน้องเมย์ให้เลิกรากับลูกชายของตนไปเสีย เพราะรู้สึกสงสารที่ต้องมาทนอยู่กับคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ แต่น้องเมย์ก็ไม่ยอมเลิก เพราะแยกกันไป 100 ครั้ง น้องเมย์ก็กลับมาและยืนยันเหมือนเดิมว่ารักผู้ชายคนนี้ จะยอมตายไปด้วยกัน แม้ว่าจะโดนตบตีทำร้ายสารพัดก็ตาม

พ่อของนายธน ยอมรับว่า ลูกชายเป็นคนโมโหร้าย สาเหตุที่ทำร้ายน้องเมย์ก็เพราะความหวาดระแวงและไม่ไว้ใจ กลัวว่าฝ่ายหญิงจะปันใจให้คนอื่น ครั้งนี้ลูกชายของตนทำเกินเหตุและตนก็ไม่คิดจะปกป้องคนทำผิดแต่อย่างใด เพราะรู้สึกสงสารน้องเมย์เช่นเดียวกัน ที่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างนี้ ทั้งที่เคยบอกให้เลือกไปใช้ชีวิตที่ดีกว่านี้แล้ว

 

นอกจากนี้ พ่อของนายธน ยังบอกว่า เมื่อเช้าที่ผ่านมา ลูกชายเพิ่งโทรศัพท์ติดต่อมาหา โดยบอกว่าจะเข้ามอบตัวเอง แต่ขอเวลาพักใจอีก 4-5 วัน ตนจึงได้ติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ลูกชายได้ติดต่อเข้ามาแล้ว เพราะตลอด 1-2 วันมานี้ ตำรวจก็แวะเวียนมาตรวจตราที่บ้านบ่อยครั้ง

ขณะที่ แม่ของธน เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกชายกับน้องเมย์มาหาตนที่บ้าน มานั่งคุยกันที่หน้าบ้านเรื่องทำงาน ลูกชายบอกว่า แฟนดื้อไม่ยอมไปทำงานด้วยที่ จ.ตรัง และลูกชายยังจะขอที่ดินของตน เพื่อเอาไปขายสร้างเนื้อสร้างตัว ตนก็ยินยอมให้ไป และตั้งใจจะชวนกันไปดูที่

ตนได้ออกไปรออยู่ที่สวนเป็น 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ไม่เห็นทีท่าว่าทั้งคู่จะมาตามนัด จึงได้กลับมาที่บ้าน เมื่อมาถึงลูกชายก็โทรศัพท์มาหา พร้อมกับเสียงสะอื้นทั้งน้ำตาบอกว่า “เมย์ตายแล้ว” ทำให้ตนรู้สึกโมโหและอารมณ์ขึ้น จึงได้พูดสวนกลับลูกชายไปว่า “ถ้าเมย์ตายแล้ว มึงก็ตายไปด้วยกันเลย” หลังจากนั้นก็เกิดเอะใจในน้ำเสียงของลูกชาย สังหรณ์ใจว่าเป็นเรื่องจริง จึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งกับฝ่ายแม่ของน้องเมย์

แม่ของธน ยังบอกว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างทางไปยังสวนของตน ลูกชายได้ทำร้ายร่างกายน้องเมย์กลางทาง หลังจากโมโหร้ายและตั้งสติกลับมาได้ก็รู้สึกตกใจและกลับใจ จึงนั่งกอดร่างไร้สติของน้องเมย์และร้องไห้อยู่แบบนั้น ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมารับไปโรงพยาบาล จากนั้นลูกชายก็หนีหายตัวไป

ทางด้าน พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล บอกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อประสานงานจากผู้ต้องหาหรือญาติว่าจะขอเข้ามอบตัววันไหนแต่อย่างใด แต่ในทางสืบสวนตอนนี้เราเร่งควานหาตัว นายธน มาดำเนินคดีโดยเร็ว โดยชุดสืบสวนออกแกะรอยและทำงานกันอย่างไม่ได้หลับได้นอน และกดดันผู้ต้องหาให้ออกมา คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com…

ไล่ระทึก ! ปฎิบัติการฟ้าสางไล่ล่า “เอเย่นต์ค้ายานรก” สกัดจับได้คาแยกไฟแดง

ไล่ระทึก ชุดเฉพาะกิจฝ่ายปกครองอำเภอเมืองจังหวัดนครนายก สนธิกำลังกับ กอ.รมน.วางแผนกันเข้าจับกุมพ่อค้ายาบ้า

ไล่ระทึก หลังมีชาวบ้านได้มีการร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเมือง ว่าในเขตพื้นที่หมู่ 4 ตำบลสาลิกา มีคนลักลอบค้ายาบ้าให้กับเยาวชนในพื้นที่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเพื่อเข้าจับกุมโดยอาศัยช่วงเช้ามืดหลังจากนั้นจึงเริ่มปฏิบัติการ

ไล่ระทึก
โดยสามารถจับกุมตัวนายสวัสดี หรือม่อนได้คาเพิงซ่อมรถที่อยู่ในสวนผลไม้ไม่มีเลขที่ ขณะกำลังนั่งหั่นหยวกกล้วยอยู่ ทันทีที่เห็นเจ้าหน้าที่นายม่อนถึงกับหน้าซีด พร้อมสารภาพทันทีว่าตนเองแค่เสพเท่านั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อเพราะสายรายงานมาว่าคนนี้เป็นคนปล่อย

หลังจากนั้นจึงทำการค้นอย่างละเอียดจึงถุงพลาสติกจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ใต้พัดลม เจ้าหน้าที่จึงมั่นใจว่าน่าจะมียาซุกซ่อนอยู่ พอเจ้าหน้าที่ให้พาไปดูในป่านายม่อนก็ขู่ว่าระวังเจองูตัวใหญ่นะ

แต่พอพาไปกลับเจอยาบ้าจำนวน 74 เม็ด และยาไอซ์จำนวนหนึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้ต้นกล้วย โดยสัญญาลักษณ์ที่ทำให้จำได้ง่ายคือต้นกล้วยที่มีเครืออยู่

หลังจากนั้นจึงควบคุมตัวเพื่อขยายผลถึงตัวคนที่นำยามาส่ง โดยสายได้ใช้โทรศัพท์โทรสั่งยาบ้าจำนวน 50 เม็ดให้มาส่ง ถามว่าทำไมถึงสั่งได้แค่ 50 เม็ดนายม่อนได้บอกว่า ถ้าสั่งมากกว่านี้เค้าจะสงสัยเพราะไม่เคยสั่งมากกว่านี้ และได้มีการนัดส่งยากันในเขตตำบลสาลิกา

โดยสายระบุว่าเอเย่นต์รายนี้ใช้รถเก๋งสีดำนำยามาส่งตนเป็นประจำ เจ้าหน้าที่จึงได้มีการสนธิกำลังจากฝ่ายปกครองอำเภอเมือง กอ.รมน. และทหาร ร้อย.รศ.จปร. หลังจากนั้นจึงวางแผนเพื่อเข้าจับกุม โดยเอเย่นต์คนดังกล่าวมาตามที่สายนัดเอาไว้

เมื่อส่งยาเสร็จปฏิบัติการไล่ล่าจึงเกิดขึ้น แต่เอเย่นต์คนดังกล่าวพอรู้ตัวว่ามีเจ้าหน้าที่ตามจับตนก็ขับรถหนีการสกัดของเจ้าหน้าที่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแผนเพื่อปิดรถตรงบริเวณแยกไฟแดงประชาเกษม เอเย่นต์คนดังกล่าวพอเห็นว่าจวนตัวจึงได้โยนเงินล้อซื้อทิ้งแต่เจ้าหน้าที่ก็ตามเก็บมาได้

พอมาถึงไฟแดงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและทหารจึงใช้รถขวางเพื่อสกัดการหลบหนี สุดท้ายไปไม่รอดเจ้าหน้าที่สามารถหยุดรถและจับกุมได้พร้อมของกลางยาบ้าที่นำมาส่งให้สายจำนวน 53 เม็ด

พร้อมกับเงินที่ใช้ในการล่อซื้อจำนวนหนึ่ง ต่อมาทราบชื่อนายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 34 ปี และนางสาวดุจดาว อายุ 33 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน ซึ่งฝ่ายหญิงกำลังตั้งท้องอยู่ โดยทั้ง 2 ให้การรับสารภาพว่ายาทั้งหมดเป็นของตัวเอง โดยทำมานานแต่ไม่เคยถูกจับได้แต่มาครั้งนี้ถูกฝ่ายปกครองวางแผนจับกุมจนได้

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://www.sanook.com…

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน แม่โร่พามอบตัวทันควัน อ้างแค้นปมด่าพ่อล้อแม่

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน แม่มือปืนพาลูกชายเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังก่อเหตุอุกอาจยิงแสกหน้าเพื่อนละแวกบ้านตายคาจักรยานยนต์ อ้างแค้นเพราะอีกฝ่ายด่าทอพ่อแม่ ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน ความคืบหน้าเหตุสะเทือนขวัญในพื้นที่ อ.เชียงคาน จ.เลย คนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ นายวิบูลย์ อายุ 29 ปี เสียชีวิตฟุบหน้าคารถจักรยานยนต์ เมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาเบาะแสของคนร้าย กระทั่งทราบว่าคือ นายธนวัฒน์ อายุ 27 ปี หลังก่อเหตุได้ขี่รถหลบหนีไป แต่ล่าสุดได้มีการติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว

มือปืนเหตุยิงสยองเชียงคาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวานนี้ หลังเกิดเหตุอุกอาจประมาณ 7 ชั่วโมง แม่ของนายธนวัฒณ์ มือปืนผู้ก่อเหตุได้นำตัวลูกชายเข้ามอบตัวกับ ร.ต.อ.ภาณุพงษ์ นามบุญ รอง สว.(สอบสวน) เจ้าของคดี พร้อมกับอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยมีการปิดห้องสอบสวนนานกว่า 3 ชั่วโมง กระทั่งช่วงกลางดึกจึงแล้วเสร็จ

ต่อมาในช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว นายธนวัฒน์ ผู้ก่อเหตุใส่เสื้อเกราะและหมวกกันน็อก ออกไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ท่ามกลางการคุ้มกันของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเกรงว่ากลุ่มญาติผู้เสียชีวิตจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ผู้ก่อเหตุ พร้อมกับไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนติดตามการทำแผนฯ ในครั้งนี้

ทั้งนี้ นายธนวัฒน์ ได้ให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้โทรศัพท์ให้ผู้เสียชีวิตมาหาที่บ้านแม่ เมื่อมาถึงก็มีการพูดคุยกันอยู่ที่หน้าบ้าน เกี่ยวกับประเด็นที่ นายวิบูลย์ ได้ออกปากด่าทอพ่อแม่ของ นายธนวัฒน์ แต่ปรากฏว่าต่างฝ่ายต่างไม่พอใจและตกลงกันไม่ได้ ด้วยอารมณ์บันดาลโทสะ นายธนวัฒน์ จึงชักอาวุธปืน 9 มม. ขึ้นมายิงแสกหน้าแบบระยะเผาขน 1 นัด เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตทัน

อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ นายธนวัฒน์ ได้หลบหนีอยู่แถวละแวกที่เกิดเหตุ ด้วยความกลัวและกังวลไม่มีที่ไป จึงตัดสินใจโทรบอกแม่และญาติพี่น้องให้มารับ ก่อนจะปรึกษากันพาเข้ามอบตัวในที่สุด ทั้งนี้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพดำเนินไปประมาณ 20 นาที ท่ามกลางไทยมุงจำนวนมาก ก่อนจะนำตัวกลับสถานีตำรวจในเวลาต่อมา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของผู้ต้องหา ที่อ้างว่าก่อเหตุเพราะประเด็นด่าทอพ่อแม่ เพราะเชื่อว่าน่าจะมีปัญหาเรื่องส่วนตัวและสาเหตุอย่างอื่นมากกว่านี้

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com

สะกดรอยโจรบุก เดี่ยวปล้นธนาคาร วนดูลาดเลา 6 ที่ก่อนเลือกเป้าหมาย TMB

สะกดรอยโจรบุก ตำรวจพบข้อมูลคนร้ายชิงเงินแสนธนาคารทหารไทย (TMB) แอบตระเวนดูลาดเลาธนาคารถึง 6 แห่ง ก่อนจะเลือกเป้าหมาย เชื่อหลบหนีอยู่พื้นที่ปริมณฑล

สะกดรอยโจรบุก พลตำรวจตรีอิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พันตำรวจเอกนพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการสืบสวน และพันตำรวจเอกสุเทพ ชนะสิทธิ์

ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน เรียกประชุมทีมสืบสวนคลี่คลายคดีคนร้ายบุกเดี๋ยวชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทย สาขาปากซอยพัฒนาการ 48 ก่อนหลบหนี เมื่อวันที่ 28 ธันวาคมที่ผ่านมา

สะกดรอยโจรบุก

พลตำรวจตรีอิทธิพล เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้ทราบว่าคนร้ายขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีน้ำเงิน ตระเวนวนดูลาดเลาตามธนาคารต่างๆ จำนวนกว่า 6 แห่ง บนถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ถนนพัฒนาการ

และถนนลาดกระบังระยะทาง 30-40 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาน 2 ชั่วโมง ก่อนจะลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ธนาคารทหารไทยปากซอยพัฒนาการ 48 เนื่องจากเห็นว่าไม่มีตำรวจ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

รวมถึงภายในธนาคารมีเพียงพนักงานผู้หญิง พร้อมยืนยันว่า คนร้ายมาก่อเหตุเพียงคนเดียวและไม่มีอาวุธใดๆ เชื่อว่าคนร้ายไม่ได้มีการเตรียมการมาก่อน ซึ่งหลังก่อเหตุได้มีการถอดเสื้อแจ็คเก็ตออก และขี่รถหลบหนีออกไป

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบประวัติอาชญากร และประวัติอดีตผู้ต้องขังที่เพิ่งพ้นโทษออกมาของคนในพื้นที่ และฝากประชาสัมพันธ์ประชาชนหากพบเบาะแสของคนร้ายตามภาพจากกล้องวงจรปิด สามารถติดต่อมายังผู้กำกับการ สน.คลองตัน เบอร์โทรศัพท์ 088-457-3535

ขอบคุณแหล่งที่มา      https://www.sanook.com

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม หนุ่มวัย 17 ทำปืนลั่นใส่มือตัวเอง-กระสุนฝังอัณฑะเพื่อน

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม ได้รับแจ้งมีชายถูกยิงด้วยอาวุธปืนได้รับบาดเจ็บ 2 รายภายในบ้านเลขที่ 190 / 29 หมู่ 6 หมู่บ้านพฤกษา 28 เฟส 2 ซอย 1 ถนนลำบางผี ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม บ้านที่เกิดเหตุเป็นทาวเฮาส์ 2 ชั้น ได้พบผู้บาดเจ็บ 2 รายเป็นชายชื่อ นายอาย (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด .38 ที่ฝ่ามือซ้ายทะลุหลังมือ

และ นายดอน (นามสมมุติ ) อายุ 18 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาดเดียวกันที่บริเวณต้นขาซ้ายกระสุนเข้าไปฝังอยู่ในลูกอัณฑะ เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนรีบนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลเปาโลสมุทรปราการ

เลือดสาดกลางวงน้ำท่อม

จากการตรวจค้นภายในบ้านพบอาวุธปืนขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้นบีบีกันขนาด 99 มม.ดัดแปลง จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนกลสั้น บีบีกัน แบบพับฐานดัดแปลงอีกจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.จำนวน 32 นัด กระสุนปืน

ซึ่งเป็นลูกแบงค์มีแต่เสียงไม่มีหัวกระสุนจำนวน 19 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด .38 อีก จำนวน 4 นัด ในกระท่อมสดจำนวน 45 ใบ บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีฟ้าและกระเป๋าเป้ สีดำน้ำตาล ซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ ในห้องชั้นล่าง และเครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม.ซุกซ่อนอยู่ในรองเท้าหุ้มข้อสีดำ ที่วางอยู่หน้าบ้านอีกจำนวน 5 นัด ที่พื้นบ้านพบปลอกกระสุนปืนขนาด .38 ตกอยู่ 1 ปลอก จึงยึดไว้เป็นของกลาง

และสามารถควบคุมตัววัยรุ่นที่มีอายุ 17 และ 18 ปี ที่นั่งมั่วสุมดื่มน้ำใบกระท่อมต้มอยู่ในบ้าน เอาไว้ได้จำนวน 8 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นนักเรียนอาชีวะ ปี 1 และปี 2 ของวิทยาลัยชื่อดังร่วม 3 สถาบันในจังหวัดสมุทรปราการ จึงคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก

จากการสอบสวนทราบว่าบ้านหลังที่เกิดเหตุเป็นบ้านพ่อแม่ของ นายต๋อง (นายสมมุติ ) อายุ 17 ปี โดยเมื่อช่วงกลางดึกคืนวานนี้นายต๋อง ได้ชักชวนเพื่อนรุ่นเดียวกันมานั่งดื่มน้ำใบกระท่อมต้มที่บ้านของตัวเอง ซึ่งในขณะนั้นพ่อและแม่ของนายต๋อง ได้ขึ้นนอนหลับพักผ่อนที่ห้องนอนบนชั้นสองแล้ว ส่วนอาวุธปืนที่พบทั้งหมดเป็นของนายอาย

ที่หอบเอาฝากไว้ที่บ้านของตน ส่วนอาวุธปืนที่ลั่นใส่ผู้บาดเจ็บทั้งสองนายอาย ก็เป็นคนพกมาและทำปืนลั่นขณะที่นายอาย พกติดตัวมาและเอาออกมาโชว์ให้พวกตนดูเป็นปืนขนาด .38 และปืนเกิดลั่นใส่ฝ่ามือตัวเองจนทะลุ และหัวกระสุนได้ไปถูกที่ต้นขาของนาย ดอนทะลุเข้าไปฝังอยู่ในลูกอัณฑะ หลังเกิดเหตุได้อ้างว่าขี่รถจักรยานยนต์ออกไปโยนทิ้งแต่จำไม่ได้ว่าโยนทิ้งบริเวณใด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่วัยรุ่นทั้ง 10 คนว่า ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมียาเสพติดประเภทที่ 5 ใบกระท่อมไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมั่วสุมเสพยาเสพติดประเภทที่ 5 ใบกระท่อมก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา       https://www.sanook.com

นาทีป่าเถื่อน แก๊งโจ๋นับสิบยกพวกตะลุมบอน กลางงานบุญยกช่อฟ้า

นาทีป่าเถื่อน ชาวบ้านยกกล้องถ่ายคลิป แก๊งวัยรุ่นหัวร้อนตะลุมบอนงานบุญยกช่อฟ้าวัดดัง เป็นหลักฐานให้ตำรวจ

นาทีป่าเถื่อน ผู้สื่อข่าวรายงานภาพเหตุการณ์ของกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคน กำลังใช้ท่อนเหล็ก ท่อนไม้ และก้อนหิน ตะลุมบอนไล่ทำร้ายชายคนหนึ่ง บริเวณลานวัดงานยกช่อฟ้าอุโบสถ ท่ามกลางสายตาทุกคู่ของชาวบ้านที่ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐานให้ตำรวจดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ

นาทีป่าเถื่อน

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น ของคืนวันที่ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ภายในงานบุญยกช่อฟ้าอุโบสถที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2561 ของวัดแห่งหนึ่งในอำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยภายในงานมีมหรสพ สร้างความบันเทิงให้กับผู้ที่มาร่วมทำบุญ ซึ่งมีผู้คนจำนวนมากเดินทาง มาร่วมงานบุญในครั้งนี้

ซึ่งคลิปเหตุการณ์ตะลุมบอลของวัยรุ่นหัวร้อนนับสิบคน กำลังวิ่งไล่ทำร้ายชายหนุ่มคนหนึ่ง ในคลิปภาพจะเห็นว่าชายที่ถูกทำร้ายพยายามวิ่งหนีและขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน แต่กลุ่มวัยรุ่นหัวร้อนวิ่งตามเข้าทำร้ายอย่างไม่ปราณี ทำให้ชายคนดังกล่าวต้องล้มฟุบลงกับพื้นลานวัด

ขณะที่ประชาชนจำนวนมากที่กำลังเดินทางกลับต่างหยุดยืนดูเหตุการณ์ เห็นภาพกลุ่มวัยรุ่นต่างใช้กำลังและอาวุธทำร้ายชายคนดังกล่าว ซึ่งต่อมาพ่อค้าแม่ค้าที่เห็นเหตุการพากันส่งเสียงร้องห้ามปราม จึงทำให้วัยรุ่นผู้ก่อเหตุทั้งหมด แยกย้ายหายไป จากนั้นจึงนำผู้ถูกทำร้ายนำส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย

พ.ต.อ.ทนุเนตร ปิตุเตชะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านค่าย จ.ระยอง เปิดเผยว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัว ชายหนุ่มผู้ถูกทำร้ายส่งโรงพยาบาลบ้านค่าย เพื่อให้แพทย์รักษาอาการบาดเจ็บ แต่หนุ่มวัยรุ่นคนดังกล่าวปฏิเส ธไม่ให้แพทย์รักษาบาดแผลและอาการบาดเจ็บ

ทั้งนี้ ชายหนุ่มผู้เสียหายยังไม่เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อตำรวจจะได้ติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุรุมทำร้ายมาดำเนินคดี ในเมื่อผู้เสียหายไม่มาแจ้งความ ตำรวจจึงไม่สามารถติดตามจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ เพราะไม่มีผู้เสียหาย

แต่หากหนุ่มวัยรุ่นที่ถูกทำร้ายมาแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีหลักฐานคลิปภาพจากที่ชาวบ้านถ่ายภาพไว้ได้ขณะเกิดเหตุ และเห็นหน้ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุทุกคนอย่างชัดเจน ซึ่งตำรวจจะได้ติดตามตัวกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ มาดำเนินตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา     https://www.sanook.com